ร่วมใจพัฒนาระยองสู่ ทท.สากล ภารกิจผู้ว่าฯ "สยุมพร ลิ่มไทย"

ด้วยศักยภาพของนครระยองที่มีอยู่อย่างมหาศาลมากกว่าความน่าจะเป็น โดยเฉพาะในแง่ของการเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่สามารถจะพัฒนาสู่เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติได้ เป็นเหตุผลทำให้ "สยุมพร ลิ่มไทย" พ่อเมืองซึ่งคิดเร็ว ทำเร็ว ระดมองค์กรส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาข้อมูลทั้งด้านการเกษตร วิถีชีวิตชาวบ้าน ปัญหาขยะ-สิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การรวมพลังฟื้นคืนระยองสู่ทำเนียบเมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับ แถวหน้าของประเทศ
แม้จะถูกเด้งไปนั่งตำแหน่งพ่อเมืองสตูลอยู่นานเกือบครึ่งปี แต่ระยะเวลาดังกล่าวชื่อของผู้ว่าฯ สยุมพร ลิ่มไทย ก็ไม่ได้ตกสำรวจเหมือนกับพ่อเมืองบางคน เนื่องเพราะมีผลงานอย่างต่อเนื่องแม้ในเวลาอันน้อยนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอโปรเจกท์เปิดเส้นทางสตูล-ปะลิส เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองสตูล และจังหวัดภาคใต้ ที่หมายรวมถึงการท่องเที่ยว การค้าชายแดน ความเจริญต่างๆ ซึ่งแนวคิดนี้ปัจจุบันได้รับการต่อยอดจากผู้ว่าฯ สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผู้ว่าฯ สตูล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการที่จะช่วยกันขับเคลื่อนต่อไป
ต่อเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2552 เมื่อถูกคำสั่งโยกย้ายให้มารับตำแหน่งพ่อเมืองระยอง ก็ได้เดินหน้าพัฒนาเมืองนี้ทันทีในสไตล์พ่อเมืองที่คิดเร็ว ทำเร็ว เหตุผลสำคัญก็คือ ด้วยมองว่า จ.ระยอง เป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านการเกษตร ท่องเที่ยว หรือการเป็นเมืองอุตสาหกรรมของชาติ ขณะเดียวกันศักยภาพเหล่านี้ต่างก็มีปัญหารุมเร้าที่จะต้องเร่งแก้ไข เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของเมืองกลับคืน
ดังนั้นเทศกาลกินผลไม้ "สีสันราย็อง" เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ว่าฯ คนนี้ นำมาผ่าทางตันให้ชาวสวนซึ่งปีที่ผ่านๆ มาประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด แถมราคาตกต่ำแบบสุดๆ โดยพ่วงแนวคิดให้เกษตรกรเปิดสวนผลไม้ของตนเองรับนักท่องเที่ยว เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ผลก็คือการจัดเทศกาลดังกล่าวครอบคลุมทุกพื้นที่ตลอด 1 เดือนเต็ม ช่วยให้ผลผลิตไม่กระจุกตัว และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลไม้ได้เป็นอย่างดี
"มีความคิดจะดึงนักท่องเที่ยวจากพัทยา ให้เพิ่มระยะทางเดินทางออกไปอีก 50-60 กิโลเมตร ก็สามารถจะมาเที่ยวชมสวน รวมทั้งซื้อผลไม้กลับบ้านไปได้ เพราะถ้าไปที่อื่นอาจต้องใช้ระยะทางนับร้อยกิโล ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวระยองคึกคักไปด้วย” นั่นเป็นมุมมองด้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรของผู้ว่าฯ สยุมพร
ล่าสุดจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ. นายวิรัต รัตนวิจิตร นายอำเภอเมืองระยอง นายจิรโชติ ปัญญาประดิษฐ์ ผอ.กรมทางหลวงชนบทจังหวัด นายปริญญา คุ้มสระพรม หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พร้อมข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่านับหมื่นคน ร่วมกันทำความสะอาดเมืองครั้งใหญ่ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด โครงการ "รวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ คืนความสดใส ชายหาดระยอง" โดยเฉพาะหาดต่างๆ ฝั่งแผ่นดิน อาทิ หาดแม่รำพึง หาดสวนสน ลานหินขาว รวมถึงหาดทรายแก้วบนเกาะเสม็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายการร่วมกันทำให้เกาะเสม็ดเป็นเกาะที่ปราศจากขยะ ด้วยแนวทางให้ทุกสัปดาห์จะต้องมีการลำเลียงขยะบนเกาะที่ทับถมมากว่า 10 ปี ซึ่งปัจจุบันมีหลักหมื่นตัน ขนไปทำลายที่บ่อของเทศบาลนครทางฝั่งแผ่นดิน เพราะหากไม่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ก็นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเมืองระยองสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวสากล
"เรื่องขยะนี้อยู่ในโครงการกำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรบนเกาะเสม็ด ซึ่งจังหวัดได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก อบจ. อบต.เพ และอุทยานเขาแหลมหญ้าฯ ร่วมกันพัฒนาภายใต้งบประมาณกว่า 38 ล้านบาท และเพื่อยกระดับเกาะนี้ให้เป็นเกาะท่องเที่ยวนานาชาติ อบจ.ก็มีโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือ ภายใต้งบ 170 ล้านบาทด้วย ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2552 นี้" พ่อเมืองระยองแจง
ประสบการณ์จากการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีในช่วง 2 ปี (2549-2551) ต่อด้วยช่วงสั้นๆ ที่ จ.สตูล มีผลงานสร้างชื่อให้ 2 จังหวัดที่กล่าวมามากมาย และระยะเวลาอีกปีเศษก่อนเกษียณอายุราชการ แผนการพลิกฟื้นระยองให้เป็นเมืองผลไม้ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ แก้ปัญหาขยะได้ครบวงจร เพื่อนำ "ระยอง" สู่เมืองท่องเที่ยวสากลของ “สยุมพร ลิ่มไทย” ก็ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม!
"ธานี กุลแพทย์"