เมื่อทรายไทยจะไปสิงคโปร์

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

เมื่อทรายไทยจะไปสิงคโปร์

Post by Sam »

Image

โดย ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ก่อนเริ่มเรื่อง ผมขอทำความเข้าใจกับคุณๆ อันดับแรก ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่ใช่คนตะกั่วป่า แม้ผมจะลงไปแถวนั้นบ่อยครั้ง แต่ผมไม่ได้อาศัยอยู่ที่นั่น ไม่เคยรับทราบความลำบากครั้งน้ำท่วม อันดับที่สอง การอ่านเรื่องนี้มีความเสี่ยง ผู้อ่านควรพิจารณาด้วยตัวเองก่อนปักใจเชื่อ เพราะผมคือผู้ร่ำเรียนเรื่องทะเลมาบ้าง แต่ผมไม่ใช่ทะเล หลายครั้งที่ผมบอกกับทะเลบอกไม่เหมือนกัน

ขอเริ่มเรื่องจากข้อมูล ใน "มติชน" กล่าวถึงกรณีขุดทรายที่ปากแม่น้ำตะกั่วป่า จำนวน 21 ล้านคิวบิกเมตร โดยใช้เวลา 5 ปี โดยมีบริษัทแห่งหนึ่งรับอาสา อบต.บางนายสี ขุดให้ฟรีๆ โดยระบุว่า จะนำไปใช้ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยผ่านการอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา มีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ตามระเบียบ ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีระบุว่า หากทรายมีซิลิการ์ออกไซด์ไม่เกินร้อยละ 75 สามารถส่งออกนอกประเทศได้ โดยหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะเริ่มทำการขุดทรายประมาณเดือนธันวาคม (รายละเอียดที่ http://www.matichon.co.th" onclick="window.open(this.href);return false;)

ผมขอตั้งประเด็น เริ่มจากทำไมเขาถึงลงทุนขุดให้ฟรี? ผมพอทราบข่าว สิงคโปร์กำลังต้องการทรายจำนวนมาก เพื่อนำไปถมทะเลในการพัฒนาพื้นที่ จึงต้องนำเข้าทรายจากต่างประเทศ แต่ที่น่าสงสัย ทำไมเค้าต้องลงทุนมาขุดมาขนไปจากประเทศไทย ทำไมไม่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มีทะเลมีทรายมากกว่าบ้านเราไม่รู้กี่สิบเท่า แถมยังอยู่ติดกัน ค่าแรงก็ไม่ได้แตกต่าง ค่าขนส่งก็ถูกกว่าเพียบ แล้วทำไม?

คุณอาจ ได้คำตอบง่ายๆ ก็เพราะอินโดนีเซียไม่ยอมให้ขุด ตอบเช่นนี้ย่อมมีคำถามต่อ แล้วทำไมอินโดนีเซียถึงไม่ยอม ทั้งที่สมัยก่อน เขาก็เคยขายทรายให้สิงคโปร์มาพอควร แล้วมาบัดนี้ ทำไมจึงเลิกเสีย?

คำ ตอบอาจเป็นประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม อาจเป็นประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สิงคโปร์กำลังต้องการขยายสนามบินเพื่อเป็นฮับของเอเชียในย่านนี้ อินโดนีเซียอาจกลัวว่าจะเป็นคู่แข่งมั้ง ไม่เหมือนบางประเทศที่ไม่กลัว เราสร้างได้ นายก็สร้างได้ เราแถมทรายให้นายมาสร้างแข่งกับเราด้วย

มา สู่ประเด็นที่สอง อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อทรายหายไป? ผมไม่อาจยืนยันว่าสิ่งที่ผมจะเล่าต่อจากนี้ มันต้องเกิดแน่ เพราะทะเลยากแท้หยั่งถึง เอาเป็นว่า ผมคาดเดาจากสิ่งที่เรียนมาและจากประสบการณ์ก็แล้วกันครับ

ผมเคยพูด คุยกับเพื่อนผู้อยู่ตะกั่วป่า เค้าบอกว่า เดิมทีแม่น้ำลึกกว่านี้ แต่พอหลังสึนามิ ทรายมีมากขึ้น แม่น้ำตื้นเขินจนแทบจะเตะฟุตบอลกันได้แล้ว แต่เมื่อลองถามไปถามมา สึนามิอาจเป็นเหตุหนึ่ง แต่ก่อนหน้านั้น แม่น้ำก็เริ่มตื้นกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน

นั่นคือบางสิ่งที่เราอาจ เข้าใจผิด ไม่ใช่เฉพาะเพื่อนของผม แต่รวมถึงคุณๆ ในทุกภูมิภาค เราเข้าใจว่า ธรรมชาติต้องเหมือนเดิม แต่โลกเราเปลี่ยนไปทุกวัน โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลที่มีกระบวนการต่างๆ เช่น ฤดูนี้สันทรายอยู่ตรงนี้ ฤดูนั้นสันทรายย้ายไปอยู่ตรงนั้น การตื้นเขินของแม่น้ำตะกั่วป่า อาจไม่เกี่ยวข้องจากการกระทำของมนุษย์ แต่เป็นเหตุที่ต้องเกิดตามธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งถ้าพิจารณาจากเกาะทรายยักษ์สองแห่งที่อยู่ใกล้เคียง ได้แก่ เกาะคอเขาและเกาะพระทอง เดิมทีเคยเป็นสันทราย ขยายตัวจนกลายเป็นเกาะทรายใหญ่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย อีกหลายร้อยปีผ่านไป สองเกาะอาจเชื่อมต่อกัน หรือเชื่อมกับแผ่นดินจนกลายเป็นส่วนหนึ่งก็เป็นได้

ปัญหาคือเราเข้า ไปอยู่ในธรรมชาติ เราก่อสร้างสร้างฐาน ทำกิจกรรมนานัปการ เช่น สร้างบ้านสร้างรีสอร์ทบนเกาะคอเขา บางส่วนเราอาจเก็บรักษาไว้ เช่น เกาะพระทองเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีโครงการสำคัญหลายโครงการเข้าไปเกี่ยวข้อง

เมื่อเราขุดทรายจำนวน มากไปจากพื้นที่ คำถามคือจะมีอะไรเกิดขึ้น? ทดลองเองก็ได้ครับ คุณลองไปริมทะเลหรือริมแม่น้ำ เสร็จแล้วก็ขุดหลุมทรายในแอ่งน้ำตื้นๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือทรายรอบด้านจะเริ่มไหลลงมาแทนที่ ยิ่งขุดยิ่งไหล จนทรายที่อยู่ห่างออกไปเริ่มยวบ หรือหากขี้เกียจทดลอง โทร.ถามเพื่อนๆ ผู้มีบ้านอยู่ริมแม่น้ำ บริเวณที่มีการขุดทรายเยอะๆ เค้าคงตอบคุณได้

สิ่ง ที่ผมคาดไว้ คือทรายอื่นย่อมไหลลงมาแทนที่ทรายที่หายไป ทรายบางส่วนอาจมาจากทะเล แต่ทรายอีกบางส่วนอาจมาจากชายฝั่ง ทั้งเกาะทรายและหาดทรายหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียง จะกระทบถึงไหน ผมไม่อาจบอกได้ แต่เหตุที่เกิดขึ้นในทะเล ผลมักไม่เกิดเฉพาะตรงนั้น บางทีผลอาจไปไกลหลายโยชน์ ใครอยากเห็นตัวอย่าง ขอเชิญไปเที่ยวหาดแถวมาบตาพุด เรื่อยไปจนถึงหาดแสงจันทร์ ปากน้ำระยอง เขื่อนหินทรงประหลาดที่ยื่นไปอยู่ในทะเล เป็นคำตอบที่ชัดเจนเกินคำอธิบาย

ผม ไม่ยืนยันจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ผมเพียงสงสัย หากเกิดขึ้นใครผู้ใดจะรับผิดชอบ? หากทรายเกิดหาย ชายฝั่งถูกกัดเซาะ ห่างออกจากจุดเกิดเหตุสิบยี่สิบกิโลเมตร ใครจะเป็นผู้ชดใช้ทะเล ชดใช้คนทำมาหากินกับทะเล ผมทราบจากข่าวว่า โครงการทำ EIA ผ่านการอนุมัติของท่านผู้ว่าฯ แต่ผมก็เคยเห็นโครงการที่ทำ EIA มาแล้วบางโครงการ เกิดปัญหาขึ้น ถึงตอนนั้น แล้วไงครับ? คำถามยังคงกลับมาที่เดิม ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ? ใครจะไปเป็นผู้บอกกับเต่าทะเลว่า ขอโทษจ้ะ หาดที่เธอวางไข่หายไปหมดแล้ว ใครจะเป็นผู้บอกกับคนทำรีสอร์ทว่า โทษทีฮะที่ทำสระน้ำคุณพี่ลงไปอยู่ในทะเล ใครจะเป็นผู้บอกลุงประมงพื้นบ้าน กุ้งหอยปูหายไปเพราะทรายมันหายจ้ะ ลุงอดทนหน่อยนะ สักวันมันก็คงกลับมาเอง ช่วงนี้ก็กินข้าวกับน้ำปลาไปพลางก่อน

ในทางกลับกัน หากเรามองในมุมของคนตะกั่วป่า ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แน่นอนว่าพวกเขาพวกเธอมีปัญหา แต่การแก้ปัญหาโดยสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างปัญหาขึ้นมาใหม่ น่าลองทำไหมหนอ เรามีทางออกทางอื่นหรือไม่? ผมพอจะเข้าใจแนวคิดของท่านนายก อบต. เพราะมีปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ จะแก้ไขยังไงก็ไม่เป็นผล ด้วยงบประมาณและความช่วยเหลือจำกัด แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะเนี่ย?

ปัญหา นี้จึงวนเวียนเหมือนงูกินหาง เป็นอะไรที่ผมคิดว่าอยู่เหนือกำลังของท้องถิ่น ถึงเวลาที่ภาครัฐส่วนกลางต้องเข้าไปช่วยเหลือ อย่าคิดว่าต้องใช้งบประมาณมากมาย ผมแอบกระซิบข้อมูลที่ผู้บริหารภาครัฐทราบอยู่แล้วอีกครั้งก็ได้ เฉพาะเงินที่สิงคโปร์เสนอให้อินโดนีเซีย เพื่อใช้ในการดูแลปัญหาผลกระทบจากการดูดทราย (ไม่ใช่ค่าทราย) เมื่อคิดจากปริมาณทราย 21 ล้านคิวบิกเมตร เป็นเงินตัวเลขสิบหลัก เน้นอีกหน เลขสิบหลัก หน่วยเป็นบาท ขนาดนั้นอินโดนีเซียยังเซย์โน แล้วถ้าเกิดปัญหาในทะเลพังงา แหล่งท่องเที่ยวเอย อุทยานแห่งชาติเอย เขตความหลากหลายชีวภาพเอย เผลอๆ ยังเกี่ยวกับการเสนออันดามันเป็นมรดกโลก ตัวเลขสิบหลัก...จะใช้แก้ปัญหาไหวไหมหนอ

บทสรุปสุดท้าย ในเมื่อคนท้องถิ่นสนับสนุน สิงคโปร์แฮปปี้ รัฐบาลไทยไม่รู้ไม่ชี้ แล้วข้าพเจ้าจะไปหาเรื่องใส่ตัวทำไมวุ้ย สู้สอนหนังสือ ทำวิจัยส่งผลงานไปตีพิมพ์วารสารวิชาการต่างประเทศ ยิ่งตอนนี้เค้ามีงบฯไทยเข้มแข็งให้มหาวิทยาลัยวิจัยยิ่งดีใหญ่ หรือไม่ก็เขียนหนังสือเรื่องท่องเที่ยว ไปทำ CSR เรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่องโลกร้อน ไปพูดให้คนอื่นฟัง ได้ตังค์ทั้งนั้น

ปัญหา คือผมระลึกคำพูดสุดท้ายที่ ดร.สุรพล สุดารา ครูของผมสั่งเสียไว้ "ธรณ์ต้องไม่เงียบ" หากไม่ทราบไม่เป็นไร แต่ทราบแล้วมีหนทางบอกต่อแล้ว...ไม่บอก ผมทำไม่ได้ จึงต้องขออภัยหากสร้างความเดือดร้อนหรือขุ่นเคืองใจให้ผู้อื่น

เพราะผมดันลืมไม่ได้ว่า ครั้งหนึ่งผมเคยมีคุณครูครับ

หมาย เหตุ - บอกช้าไปนิด แต่ยังทันครับ วันเสาร์นี้ผมมีงานเสวนา Fish Gang พูดคุยถึงทะเลไทยและหนังสือ "ปลาทะเลไทย" ณ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์ เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป ใคร่ขอเชิญชวนคุณผู้สนใจไปเจอกันครับ

Image หน้า 8 http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-09-27" onclick="window.open(this.href);return false;
เด็กเกษตรเหมือนกัน

Re: เมื่อทรายไทยจะไปสิงคโปร์

Post by เด็กเกษตรเหมือนกัน »

ข้อความก็น่าสนใจดีครับ แต่ผมว่าทาง ดร. น่าจะอ่านข่าวให้ดีก่อนไหมครับ
1. เพราะเขาบอกว่าตะกอนปากแม่น้ำ ถ้าดูจากข่าวในลิงค์ ข้างล่างนี้
http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... =01&catid=" onclick="window.open(this.href);return false; เขาบอกว่าตะกอนดิน-ทรายปากแม่น้ำ แต่ทาง ดร. พูดเรื่องทรายอย่างเดียว........ ไม่เข้าใจว่าจะบิดเบื้อนทำไม...........พูดให้มันตรง ๆ กันอย่างทำให้ผู้อื่นต้องคิดว่ามันจะต้องมีทรายเพียงอย่างเดียวซิครับ

2. ดร. บอกว่าอนาคตจะตอบเต่ายังไงถ้าไม่มีที่วางไข่ แล้วทำไมนักวิชาการอย่างดร. ไม่เสนอวิธีแก้ล่ะครับ และคุณจะไปบอกกับชาวบ้านที่นั้นยังไงว่า อนาคตอาจจะแย่ ในเมื่อตอนนี้ชาวบ้านแย่ ยิ่งกว่าแย่ แล้วคุณยังไม่เสนอวิธีแก้อะไรเลย......... หรือว่าการที่ ดร. เรียนมานี่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้เลยเหรอ

3. อย่างในกรุงเทพ ลองให้น้ำท่วมแถวเกษตร ประมาณ 1 เมตร ซัก 5 วัน เสียหายเท่าไหร่แล้ว และถ้ามีคนมาบอกว่า มีทองในท่อระบายน้ำ ห้ามขุด ผมว่า ดร. คงจะแทบอยากจะด่ารัฐบาล จนใจจะขาด แล้วชาวบ้านแถวนั้นล่ะครับ เป็นอาทิตย์ ๆ ปีละหลาย ๆ ครั้ง ผมว่าถ้า ดร. ไปอยุ่แถวนั้นซัก 3 ปี ต่อให้มีทองในแม่น้ำ ใครเขาจะแคร์ครับ

เพราะฉะนั้นผมว่า ดร. คงจะยึดอยู่กันสถานการณ์ปัจจุบัน และใช้ความรู้ที่เรียนมาจากออสเตเรียให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้
เด็กกั่วป่า

Re: เมื่อทรายไทยจะไปสิงคโปร์

Post by เด็กกั่วป่า »

ลูกปัดตาไม่รู้กี่เม็ดที่ฝังอยู่ในร่องน้ำแห่งนั้น
ข่าวว่ามีสายแร่เพชรอยู่ด้วย
วัตถุโบราณอีกเพียบที่จมอยู่ในเส้นทางค้าขายโบราณแห่งนั้น
มันน่าทำเป็นพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำนัก
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ลอกแม่น้ำตะกั่วป่า ใครได้? ใครเสีย?

Post by Sam »

Image

โครงการ ขุดลอกตะกอนทรายสันดอนปากแม่น้ำตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา แล้วเอาทรายทั้งหมดไปขายให้สิงคโปร์ เป็นประเด็นร้อนที่ถูกกล่าวถึงช่วงต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา

คำถามมีว่า...ใครจะได้ ใครจะเสียประโยชน์ จากโครงการนี้?

วันนี้...คนในพื้นที่แบ่งความคิดออกเป็น 2 มุม มุมแรก...คิดว่าหากขุดลอกตะกอนทรายแล้วสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ แถมยังทำให้เรือประมงขนาดกลางจะเข้า-ออกปากร่องน้ำบ้านน้ำเค็มได้คล่องตัว โดยไม่ต้องรอน้ำขึ้น

อนาคต จะทำให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะเรือยอชต์เข้ามาจอดได้

มุมที่สอง...พยายามตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ การขุดลอกครั้งใหญ่นี้ จะมีผลกระทบอะไรตามมามากน้อยแค่ไหน ใครจะตอบข้อสงสัยเหล่านี้ได้

ข้อสงสัยสำคัญ...ถ้าการดูดทรายทำให้ทรัพยากรป่าชายเลนถูกทำลาย เกิดการสูญเสียแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ...ใครจะเข้ามารับผิดชอบ หรือฟื้นฟู

ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ตกลงว่า...เกิดกับคนตะกั่วป่าหรือใครกันแน่

Imageวัตถุประสงค์ ที่แท้จริงของโครงการ มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า?...เพราะมีหลายคนเชื่อว่าในคลองมีแร่ดีบุก เพชร แร่อื่นๆที่มีประโยชน์ ทรายที่ขุดก็แค่ ผลพลอยได้ ทรัพยากรของชาติไทยไปสิงคโปร์ฟรีๆได้อย่างไร

หาก...การทำโครงการนี้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริง เพราะช่วงน้ำทะเลหนุนไม่สามารถระบายน้ำได้ และในช่วงที่เรือใหญ่ เรือสินค้าเข้าได้ น้ำก็ยังท่วม จะทำอย่างไร

ว่ากันว่า...เส้นทางการ ขุดลอกคลองตั้งแต่ปากร่องบ้านน้ำเค็ม เข้าไปในคลองทุกซอกทุกซอย และออกที่ปากคลองทุ่งดาบ กว้าง...ลึกประมาณ 10-12 เมตร เข้าไปด้านในถึงบ้านท่าจูด...บางนายสี

รวมแล้วใช้เวลาขุด...นาน 5 ปี

โดยรวมจะขุดเอาทรายประมาณ 21 ล้านตัน หรือประมาณ 2 ล้านรถสิบล้อ ...ใช้พื้นที่ในการขุดราว 2 หมื่นไร่

เครื่องมือในการขุด ประกอบด้วย เรือขุดแบบหัวสว่าน ขนาด 3,000 ตัน/ชม. 1 ลำ, เรือขุดแบบหัวสว่าน ขนาด 1,000 ตัน/ชม. 1 ลำ, เรือบรรทุกตะกอนแบบ bulk cargo ขนาด 30,000 ตัน 6 ลำ, เรือลำเลียงเหล็กแบบ flat bottom barge ขนาด 2,000 ตัน และ 500 ตัน ขนาดละ 5 ลำ

วงเสวนาระดับชาวบ้านในพื้นที่ ถกประเด็นย้ำถึง...การขุดลอกตะกอนในแม่น้ำตะกั่วป่า แล้วน้ำจะไม่ท่วมตะกั่วป่าจริงหรือ?
เสียง จากชายคนหนึ่งอายุ 50 ปี เป็นคนตะกั่วป่าโดยกำเนิด บอกว่า เท่าที่จำความได้ อายุ 8 ปี เคยเล่นน้ำบนถนนตอนน้ำท่วม ผ่านมา 40 ปี แล้ว...น้ำก็ท่วมทุกปี ท่วมมาจนถึงปัจจุบัน

"ระดับน้ำในแม่น้ำ ตะกั่วป่าตอนนั้น ลึก 6-7 เมตร เห็นเรือส่งสินค้าวิ่งมาถึงสะพานเสนาได้ เพราะด่านศุลกากรก็อยู่ที่ท่าเรือ ตอนนี้ก็ยังอยู่"

อีกเสียงเสริม เข้ามาในวงสนทนา บอกว่า ช่วงหลายปีมานี้...มีโครงการขุดลอกปากร่องน้ำทุกปี แต่ปากร่องไม่เคยลึกเลย ที่เป็นอยู่คือมีแต่ทรายชายหาดหายไป

"หลวงเสียงบไปเกือบ 20 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหา...แต่ก็แก้ไม่ได้"

ประเด็นนี้นอกจากได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่ ยังแผ่ขยายวงไปในห้องหว้ากอ เว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ http://www.pantip.com" onclick="window.open(this.href);return false;

ความเห็นหนึ่งใช้ชื่อว่า เด็กตะโกลา บอกว่า เป็นคนตะกั่วป่า...เคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า...สมัยก่อนแม่น้ำ ตะกั่วป่าลึกมาก เป็นเส้นทางการเดินเรือสำเภามาแต่โบราณ

หลายสิบปีก่อน การเดินทางไปปีนัง...ระนอง...ตรัง จะใช้เรือยนต์ ขึ้นที่ท่าเรือย่านยาว หรือที่เรียกกันว่า...หัวท่าย่านยาว ผ่านปากแม่น้ำ ไปออกทะเล

ชี้ให้เห็นถึงความลึก และความสำคัญของแม่น้ำตะกั่วป่า...แต่ผลจากการทำเหมืองแร่ดีบุกทั้งในอำเภอ ตะกั่วป่า...อำเภอกะปง ซึ่งอยู่ต้นแม่น้ำ ได้สร้างปัญหาต่างๆเอาไว้...

ปัญหาแรก...สภาพพื้นที่ที่ทำเหมืองแร่ บริเวณใกล้เคียงเสียหาย ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ดังเดิม คือ ข้าว

ปัญหาที่สอง...ทรายจากการทำเหมืองแร่นับล้านๆตัน ไหลลงสู่แม่น้ำสายนี้

แน่นอน ว่าทรายเหล่านี้มาจากบริเวณเหมืองแร่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำ รวมถึงทรายจากเหมืองแร่ที่อยู่บนเขา รวมทั้งทรายจากการทำเหมืองแร่ ที่อยู่บริเวณปากแม่น้ำด้วย เช่น บ้านน้ำเค็ม

"ผลกระทบจากทรายมหาศาล ทำให้ปากแม่น้ำมีทรายไหลเข้าไปมาก เรือสำเภา...เรือยนต์โดยสารไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้เหมือนเดิม...

แม่น้ำ ตื้นเขิน พอน้ำลดก็เดินข้ามจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ โดยน้ำลึกเพียงตาตุ่ม...สัตว์น้ำที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์หายไปหมด ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่เคย เล่าด้วยว่า...ก่อนหน้านี้หลายสิบปี แม่น้ำตะกั่วป่าอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์น้ำนานาชนิดรวมทั้งจระเข้..."

เด็กตะโกลา บอกอีกว่า ทรายที่เกิดจากเหมือง ยังทำให้เกิดน้ำท่วมตะกั่วป่าอย่างรุนแรง บางปี...น้ำท่วมขังเกือบครึ่งเดือน ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ ทรัพย์สิน ตะกั่วป่าจึงไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร

"ที่สำคัญคือ...โบราณสถาน ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กำลังเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมืองตะกั่วป่า หมู่อาคารสถาปัตยกรรมชิโน...โปรตุกีส"

เด็กตะโกลา ทิ้งท้ายว่า ความต้องการขุดลอกแม่น้ำตะกั่วป่า...มีมานานแล้ว จุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาข้างต้น โดยมีบริษัทขอสัมปทานดูดทรายแม่น้ำตะกั่วป่าไปขายอยู่หลายแห่ง เช่น ที่ตำบลโคกเคียนใกล้สะพานโคกขนุน หรือที่เรียกกันว่า...สะพานเหล็ก

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ...

คำชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า...

โครงการ ขุดลอกตะกอนลำน้ำและสันดอนปากแม่น้ำตะกั่วป่า เป็นโครงการที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางนายสี องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะคอเขา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง เสนอโครงการให้จังหวัดพังงาพิจารณา

เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของ ประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติมาเป็นเวลานาน โดยปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ที่ตื้นเขิน พ.ศ.2547

มีการจัดทำประชาพิจารณ์โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และได้รับการตรวจสอบรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น จากสำนักทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา

ตลอดจนผ่านการอนุมัติเห็นชอบแบบการขุดลอกจาก กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย พื้นที่ อ.ตะกั่วป่า และ อ.กะปง

Imageเพื่อแก้ไขปัญหาร่องน้ำตื้นเขินให้เรือประมง...เรือท่องเที่ยว แล่นเข้า-ออก ได้สะดวก, เพื่อฟื้นฟูอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพลุ่มแม่น้ำ ตะกั่วป่า

เพื่อฟื้นฟูอาชีพ วิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำให้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน, เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในเขตป่าชายเลน และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ย้อนรอยเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต เป็นต้น

ผลสำรวจ...ตรวจพิสูจน์ตะกอนลำน้ำ ประกอบไปด้วยอินทรียวัตถุ กรวด หิน ดิน ทรายขนาดต่างๆที่มีความเค็มเจือปน ไม่เหมาะนำไปใช้ ในอุตสาหกรรมใดๆ นอกจากกำจัดทิ้งลงทะเล....

นอกจากตะกอนดั้งเดิมสะสมเก่าแล้ว ยังมีตะกอนทรายที่ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดพาเข้ามาทับถมอีกเมื่อปี 2547

องค์การบริหารส่วนตำบลบางนายสี องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะคอเขา และองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง พิจารณาแล้วเห็นว่า การนำตะกอนลำน้ำจากการขุดลอกกว่า 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ไปกำจัดทิ้งนอกราชอาณาจักร เป็นแนวทางที่เหมาะสม และมีความเป็นไปได้มาก

เฉพาะค่าขุดลอกครั้งนี้ ประเมินกันว่า จะใช้งบกว่า 1,200 ล้านบาท

ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์มีปัญหาขาดแคลนวัสดุในการถมทะเลเป็นจำนวนมาก หากส่งออกตะกอนที่ได้ไปขาย ก็จะทดแทนการใช้งบประมาณแผ่นดินในการขุดลอกครั้งนี้ได้

บทสรุป... โครงการขุดลอกตะกอนทราย สันดอนปากแม่น้ำตะกั่วป่า จะเป็นเช่นใด...ใครจะได้?...ใครจะเสีย? คงไม่ใช่เรื่องยากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตัดสินชี้ขาด.

แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/today/view/40250" onclick="window.open(this.href);return false;
Post Reply