ขอ.ได้ ข้อสรุปบริหาร26สนามบินภูมิภาคออกพระราชกฤษฎีกาตั้งรัฐวิสาหกิจ อ้างความคล่องตัว เปิดช่องทำรายได้จากการบริการพื้นที่เชิงพาณิชย์ เร่งสรุปเสนอ "โสภณ" ภายใน พ.ย.นี้...วันนี้ (25 ต.ค.) นายวุฒิชัย สิงหมณี อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) กล่าวถึงแนวทางในการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 26 แห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ขอ.ว่า อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดแนวทางการบริหารการจัดการที่จะทำให้เกิด ประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งได้ข้อสรุปที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในขณะนี้คือ การเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการออกพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเข้ามาบริหารดูแลสนามบินภูมิภาค เพื่อความคล่องตัวในการบริหาร คาดว่าจะสามารถสรุปเสนอต่าอนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภายในเดือน พ.ย.2552 นี้
อธิบดี ขอ. กล่าวต่อว่า การเป็นรัฐวิสาหกิจนั้น จะมีลักษณะเดียวกับสถาบันการบินพลเรือนที่เป็นรัฐวิสาหกิจภายหลังจากแยกตัว ออกไปจาก ขอ.ตั้งแต่เมื่อปี 2535 เพื่อให้มีอิสระและความคล่องตัวในการบริหารงาน ดังนั้นจะช่วยให้การบริหารรงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตัดสินใจดำเนินนโยบายได้สอดคล้องกับสภาวการณ์ของตลาดธุรกิจการบินที่ มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งสามารถหารายได้จากการบริหารเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ของสนามบินด้วย และการบริหารงานก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารขึ้นมา
"การบริหาร สนามบินภูมิภาคทั้ง 26 แห่งของ ขอ. นั้น ขณะนี้เหลือเพียงแนวทางเดียวที่จะเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม คือการขอแปรสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ หลังจากได้พิจารณาข้อเสนออื่นๆ เปรียบเทียบกันแล้ววิธีการนี้เหมาะสมที่สุด รอสรุปรายละเอียดและแผนที่จะทำให้เห็นว่าจะไม่ไปสร้างภาระให้กับรัฐบาลใน อนาคต" นายวุฒิชัยกล่าว
อธิบดี ขอ.กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบริหารสนามบินภูมิภาคของ ขอ.ทั้ง 26 แห่ง ส่วนใหญ่ขาดทุน ยกเว้นบางแห่งที่พอมีกำไรและเลี้ยงตัวเองได้ คือสนามบินกระบี่ อุดรธานี อุบลราชธานีและขอนแก่นเท่านั้น ภาระหลักคือการซ่อมบำรุงสนามบินและอุปกรณ์ด้านการบิน ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียงปีละ 100 ล้านบาท แต่ภาระค่าใช้จ่ายนั้นสูงกว่า โดยที่ ขอ.ไม่สามารถทำรายได้เพิ่มจากกิจการอื่น โดยเฉพาะการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพราะขัดระเบียบราชการจะต้องได้รับอนุมัติจากกรมธนารักษ์
นายวุฒิ ชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพิจารณาไว้หลายแนวทาง เช่น การจัดตั้งองค์กรมหาชน ปรากฎว่าที่ผ่านมาองค์กรที่จัดตั้งในรูปแบบดังกล่าวไม่ประสบผลสำเร็จ รัฐบาลจึงให้ชะลอการพิจารณาแนวทางนี้ ส่วนการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่เข้ามาบริหาร ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะงบประมาณรายจ่ายสูง ส่วนการเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการก็มีปัญหาว่า เอกชนจะเลือกเฉพาระสนามบินที่มีกำไรเท่านั้น ส่วนข้อเสนอการจัดตั้งองค์กรอิสระพิเศษ เพื่อออกกฎหมายให้อำนาจองค์กรในการบริหารจัดการอย่างคล่องตัว ซึ่งไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานของ ขอ. ล่าสุดมีการเสนอให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เข้ามารับจ้างในการบริหารสนามบินทั้ง 26 แห่งแทน ขอ. โดยโอนเงินงบประมาณที่ไดรับในแต่ละปีไปจ้าง ทอท.ซึ่งพบว่า ติดขัดในหลักข้อกฎหมาย เพราะ ทอท.เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนการโอนสนามบินทั้งหมดไปให้ ทอท.รับผิดชอบนั้น จะเป็นปัญหาที่กระทบต่อสถานภาพของ ทอท.ได้.
แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/42223" onclick="window.open(this.href);return false;