ชิมลาง'CIBTM2009'

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ชิมลาง'CIBTM2009'

Post by Sam »

Imageแม้ตลาดไมซ์ของประเทศไทยจะชะลอตัวลงไป จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก แต่ท่ามกลางวิกฤติก็ยังมีโอกาส สำหรับเป้าหมายการดึงกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศกว่า 5 แสนคน กับความหวังการปั๊มรายได้เข้าไทยในปีนี้กว่า 41,000 ล้านบาท การจับจ้องตลาดไมซ์จีน จึงเป็นช่องทางสำคัญในการกระตุ้นตลาดของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและ นิทรรศการหรือสสปน.

++ 5 ปัจจัยต่อยอดตลาดไมซ์
Imageปัจจัยที่บ่งบอกถึงความเป็นดาวเด่นของตลาดไมซ์แดนมังกร ที่หวังผลต่อความสัมฤทธิ์ในการขยายตลาดไมซ์ของสสปน.และภาคเอกชนไทย คงหนีไม่พ้นศักยภาพใน 5 ปัจจัย ทั้งในเรื่องของตัวเลขการเติบโตของจีดีพี ของจีนในปีนี้ที่จะเติบโตอยู่ที่ 6% ด้วยจำนวนตลาดผู้บริโภคกว่า 1,300 ล้านคนของจีน, การเป็นคู่ค้าของจีนกับภูมิภาคอาเซียน ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างจีนและอาเซียน ที่จะบรรลุข้อตกลงในปี 2553
รวมไปถึงการลงนามความร่วมมือระหว่างสสปน.และสภาเพื่อการส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศของจีน(CCPIT) ซึ่งเป็นความร่วมมือในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการจัดกิจกรรมระหว่างประเทศจีน และไทย รวมถึงตลาดในภูมิภาคอาเซียน, การขยายตัวของมูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2551 อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ขยายตัวร้อยละ 16.98%) และการสานสัมพันธ์การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24-27 มิถุนายนที่ผ่านมา

จากปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นทำให้สสปน.จึงได้ต่อยอดด้วยการโหมกระตุ้นตลาดไม ซ์จีน ด้วยการเข้าร่วมงานไชน่า อินเซนทีฟ บิสิเนส ทราเวล แอนด์ มีทติ้ง เอ็กซิบิชั่น 2009 หรือCIBTM2009 เมื่อไม่นานมานี้ และเป็นครั้งแรกของสสปน.ที่นำภาคธุรกิจไทยมาร่วมออกบูธภายในงานดังกล่าว
ซึ่งภายในงานคาดว่าจะมีนักธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมการประชุมและการท่อง เที่ยวเพื่อเป็นรางวัลในประเทศจีนให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 100 บริษัท และยังนำผู้ประกอบการไทยมาร่วมงานโรดโชว์ใน 3 มณฑลศูนย์กลางธุรกิจจีน อย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว เป็นครั้งแรกเช่นกัน

++สสปน.งัดกลยุทธ์สู้คู่แข่ง

ทั้งนี้ภายในงานดังกล่าวผู้มีประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมขายสินค้าสำหรับ ตลาดไมซ์รวมกว่า 297 ราย มีผู้เข้าชมงานกว่า 5.9 พันราย ซึ่งการจัดงานในปีนี้ถือว่าขยายตัวเพิ่มจากปีก่อนถึง 35% ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่ละประเทศจะโหมโปรโมตจุดขายใหม่ๆ ต่างยังงัดกลยุทธ์จูงใจอัดฉีดกระตุ้นตลาดกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง ที่จะเข้ามาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายราว 1-10% ให้แก่บริษัทที่เข้ามาจัดงานไมซ์ในฮ่องกง

ส่วนมาเลเซีย โปรโมตแคมเปญซูเปอร์สตาร์ แพ็กเกจ ที่จะมีการดึงซูเปอร์สตาร์มาร่วมงานด้วย ขณะที่ญี่ปุ่นมีการปรับภาพลักษณ์หันมากระตุ้นตลาดไมซ์ สำหรับเกาหลี ก็ยังคงใช้กลยุทธ์กระแสดารานักร้องเกาหลีฟีเวอร์มาช่วยโปรโมตตลาดไมซ์ ด้านมาเก๊า ก็มาออกบูธด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่กว่ารายอื่น เพื่อนำเสนอเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และกาสิโน ในโครงการใหม่ๆ ของมาเก๊า แถมยังมีเดสติเนชันท่องเที่ยวใหม่ๆเช่น อาบูดาบี ,ดูไบ ,หมู่เกาะฟิจิ มาร่วมเจาะตลาดด้วย ด้านเจ้าภาพอย่างจีนก็ไม่น้อยหน้า เพราะถือโอกาสในเวทีนี้ เพื่อโปรโมตการเป็นเจ้าภาพการจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป ของเมืองเซี่ยงไฮ้ในปีหน้านี้ด้วย

ขณะที่ในส่วนของประเทศไทยก็ไม่น้อย โดยนายภูริพันธ์ บุนนาค ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการประชุมและท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลหรือสสปน.เผยว่า สสปน.จะเน้นโปรโมตกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต สำหรับกระตุ้นตลาดไมซ์ ซึ่งการเดินทางมาร่วมงานCIBTM2009 ทางสสปน.มั่นใจว่าจะดึงงานประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลทั้งจาก ตลาดจีน และตลาดจากทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมชมงานนี้ให้เลือกไทยเป็นสถานที่จัดประชุม และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล

ขณะเดียวกันก็อัดฉีดแพ็กเกจล่อใจด้วยการสนับสนุนงบให้ 2 หมื่นบาทต่อกรุ๊ปสำหรับกลุ่มที่เข้ามาจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็น รางวัลในไทยตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป เพื่อสนับสนุน

ในกิจกรรมทีมบิวดิ้ง,ซีเอสอาร์ เป็นต้น โดยสสปน.คาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ชาวจีนได้อีก 2 หมื่นคนภายในสิ้นปีนี้ และจะเพิ่มรายได้เข้าประเทศผ่านงานประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ได้อีก 1.2 พันล้านบาทภายในปี 2553

++เอกชนหวังตลาดคุณภาพ
สำหรับในมุมมองของภาคเอกชนที่เดินทางมาร่วมออกบูธภายในงานCIBTM 2009 ต่างพอใจกับการเดินทางมาเปิดตลาดจีนในครั้งนี้ร่วมกับทางสสปน. ต่อประเด็นนี้นางสาวอัมพิรา เพ็ญสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายขายโรงแรมในเครือเอ-วัน เผยว่า การหันมาเจาะตลาดไมซ์จีน ถือเป็นการปรับฐานลูกค้า ภายหลังจากทางโรงแรมได้รีโนเวตโรงแรมในเครือทั้งที่พัทยาและกรุงเทพฯ จากระดับ 3 ดาวเป็น 4 ดาว ดังนั้นการมาร่วมงานนี้ จะช่วยกระตุ้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากจีนให้เข้ามาพักที่โรงแรมเพิ่มมาก ขึ้น

ขณะที่ตัวแทนจากลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน กล่าวว่าการมาร่วมงานดังกล่าวเป็นเพราะต้องการมาเจาะตลาดคุณภาพ เพราะการเน้นนักท่องเที่ยวจีนทั่วไปจะมีปัญหาเรื่องการตัดราคาสูง และการมาหาลูกค้าเองก็จะเป็นการตัดตอนกระบวนการตัดราคาด้วย เพราะทางเราติดต่อลูกค้าได้โดยตรง และการมาร่วมงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากเอเยนต์จีนดีมาก ซึ่งวอล์กอินเข้ามามีมากกว่าที่มีการลงทะเบียนว่าจะมาเข้าพบเสียอีก

ด้านนายเดวิด สโตน เชค ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดไมซ์ บริษัทซี.ซี.ที. เอ็กซ์เพรส จำกัด เผยว่าทางบริษัทมองว่าตลาดไมซ์จีนน่าจะมีการขยายตัวอย่างมากในปีหน้า น่าจะถึงหมื่นคน หากประเทศไทยไม่เกิดเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นอีก เพราะในปีนี้ตลาดจีนหายไปกว่า 70% จากปกติจะมีลูกค้าราว 7 พันคน แต่เหลือเพียงราว 3 พันคน ทำให้ในขณะนี้ทางบริษัทจึงเน้นโปรโมตตลาดไมซ์เพื่อหวังผลธุรกิจในปีหน้าเป็น หลัก โดยเน้นโปรโมตโปรแกรมอินเซ็นทีฟ และซีเอสอาร์ในไทย เพราะตลาดไมซ์จีนจะทำรายได้สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 2-3 เท่า และไม่มีปัญหาเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญด้วย

ส่วนนาย มา ซู ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขายเซ็นทารา แกรนด์ แบงคอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ กล่าวว่า ภายในงานเซ็นทารา ได้นำแพ็กเกจราคาพิเศษมากระตุ้นตลาดไมซ์จีน โดยขายแพ็กเกจในราคา 4,900 บาทห้องพัก+อาหารเช้า +มีตติ้งแพ็กเกจ ตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป ซึ่งคิดเป็นเงินหยวนก็อยู่ที่ 1,000 หยวนต่อห้อง ซึ่งแพ็กเกจนี้จะขายถึงสิ้นปีนี้ เพราะต้องการกระตุ้นตลาดไมซ์ เพราะมั่นใจว่าจะยังคงมีกรุ๊ปเข้ามาต่อเนื่อง เนื่องจากจีนเป็นตลาดที่เศรษฐกิจขยายตัว ซึ่งเซ็นทาราจะเน้นเจาะตลาดไมซ์ใน 3 โซน คือปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้และกวางเจาเป็นหลัก ชูกลยุทธ์แวลู ฟอร์มันนี่ เพราะตอนนี้ค่าเงินหยวน เท่ากับ 5.5 บาทจากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 4.3 บาท

ขณะที่เอเยนต์จากประเทศจีนที่มาร่วมงานต่างก็ให้ความสนใจกับบูธของประเทศ ไทยมากเช่นกัน โดยนางสาววิคกี้ กองค์ ผู้จัดการฝ่ายบัญชี Variarts Travel กล่าวในระหว่างเดินทางมาหาข้อมูลยังบูธของประเทศไทยว่า ในขณะนี้ทางบริษัท กำลังเริ่มทำตลาดไมซ์เอาต์บาวด์ (นำคนจีนมาจัดงานไมซ์ในไทย)จากเดิมทำอินบาวด์(นำนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ มาเที่ยวเมืองจีน) เนื่องจากอินบาวด์ชะลอตัวจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงได้เดินทางมาติดต่อกับผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมการเปิดตัวการขายตลาดไมซ์เอาต์บาวด์ในปีหน้า และการปรับฐานมาทำตลาดการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลหรืออินเซนทีฟ ยังส่งผลให้ขายได้ราคาดีกว่าขายเป็นกรุ๊ปทัวร์เข้ามาด้วย

ทั้งหมดล้วนเป็นแผนในการเจาะตลาดไมซ์จีน ผ่านการเปิดตลาดในงานCIBTM แม้จะจัดเป็นปีแรกภายในพื้นที่บูธที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,474 29 ต.ค.- 30 ต.ค. 2552 http://www.thannews.th.com/index.php?op ... Itemid=448" onclick="window.open(this.href);return false;