
เริ่มต้นด้วยการเนรมิตสายกรุงเทพฯ-ระยอง "มาร์ค" สั่งสร้างรถไฟไฮสปีด
ครม.เศรษฐกิจรูดปรื๊ดแผนยกเครื่องรถไฟ สั่ง "โสภณ" ไปหารือสหภาพแรงงานขณะที่เจ้าตัวบอกเรียบร้อยแล้ว อีสเทิร์นซีบอร์ดถูกหวย "มาร์ค" ชี้นิ้วสร้างไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-ระยอง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบแผนพัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟและแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหาร จัดการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยเน้นการลงทุนที่จะเป็นมาตรฐานความ ปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนปัญหาเรื้อรัง อาทิ ราง หัวรถจักร อาณัติสัญญาณนั้น จะมีการลงทุนภายใต้โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งอยู่แล้ว โดยนอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังควรปรับปรุงระบบการวิ่งให้เร็วขึ้น จากปัจจุบัน 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 80-120 กิโลเมตร อีกทั้งยังต้องดูเรื่องการลงทุนในเส้นทางใหม่ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า แผนพัฒนา รฟท.จะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และความมั่นคงของระบบโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้กรอบเงินลงทุนรวม 100,000 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2557 ใน 3 ส่วนหลัก คือ 1. การปฏิรูประบบรถไฟเพื่อความปลอดภัย หัวรถจักร เปลี่ยนไม้หมอน และทำรางคู่ในสายหลัก โดยกระทรวงจะเสนอรายละเอียดให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (สศช.) ภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้น สศช.จะนำไปสรุปรายละเอียดเพื่อเสนอให้ ครม.รับทราบภายใน 45 วัน
2. การเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางและการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 2 เส้นทาง คือ เส้นทางรถไฟ บัวใหญ่-มุกดาหาร-นครพนม และเส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และ 3. การลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงในระบบรางมาตรฐานหรือไฮสปีดเทรน โดยเส้นทางแรกที่จะดำเนินการก่อนคือ เส้นทาง กทม.-ระยอง ระยะทาง 250 กิโลเมตร เพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกิจกรรมของชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยให้ดำเนินการในรูปแบบที่เอกชนเป็นผู้ลงทุน ทั้งนี้ ในข้อ 2 และ 3 กระทรวงคมนาคมจะหารือร่วมกันกับกระทรวงการคลังเพื่อหาข้อสรุปเรื่องเงินลง ทุนต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบแผนปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของ รฟท. ที่เตรียมแยกเป็นหน่วยธุรกิจ 3 หน่วยธุรกิจ คือ หน่วยธุรกิจการบริหารจัดการด้านทรัพย์สิน, หน่วยธุรกิจด้านการเดินรถ, หน่วยธุรกิจด้านซ่อมบำรุง และ 1 บริษัทลูก คือ บริษัทแอร์พอร์ตลิ้งค์ ซึ่งทั้งหมด รฟท.จะถือหุ้น 100% และถือว่าเป็นแผนที่หารือร่วมกับสหภาพพนักงาน รฟท.มาแล้ว
ด้านนาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้แจ้งให้ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจทราบว่ากำลังศึกษาการปรับเพิ่มความเร็วของรถไฟใน 4 เส้นทาง ได้แก่ 1. กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 745 กิโลเมตร 2. กรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร 3. กรุงเทพฯ-จันทบุรี ระยะทาง 330 กิโลเมตร 4. กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ระยะทาง 985 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลาในการศึกษา 3 เดือน
นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า เมื่อรับฟังกระทรวงคมนาคมชี้แจงแล้วเสร็จ นายกฯได้สั่งการให้ กระทรวงคมนาคมไปศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพ เพราะมีทั้งกลุ่มนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไป จ.ระยอง เพราะมีระยะทางในการเดินทางไม่เกิน 3 ชั่วโมง ดังนั้น ควรศึกษาเส้นทางที่มีระยะสั้นและควรเร่งทำในเส้นทางนี้ไปก่อน นอกจากนี้ ยังให้ไปศึกษาเส้นทางรถไฟเชื่อมกับประเทศลาว จากกรุงเทพฯผ่านบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เชื่อมต่อไปยัง จ.นครพนมและมุกดาหารต่อไปประเทศลาวด้วย
"สำหรับ แหล่งเงินที่จะมาใช้ในการลงทุน ปรับปรุงระบบราง 100,000 ล้านบาทนั้น ควรใช้เงินงบประมาณ ส่วนเรื่องเงินกู้นั้น ขณะนี้มีเงินจีนที่รอให้กู้อยู่แล้ว 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งต้องเร่งทำเรื่องกู้มาปรับปรุงระบบรางรถไฟ คาดว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้จะเห็นภาพชัดเจนและสามารถเดินหน้าพัฒนาระบบรางรถไฟของประเทศ"
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมได้ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปหารือกับ รฟท. ทั้งฝ่ายบริหาร สหภาพ รฟท. ให้เป็นที่ยอมรับก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งหน่วยธุรกิจ 3 หน่วย และ 1 บริษัทลูก แล้วนำกลับมาเสนอ ครม.เศรษฐกิจอีกครั้งโดยเร็วที่สุด
ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพ แรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นแผนดังกล่าว จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะรับหรือไม่รับ ต้องรอดูรายละเอียดของแผนก่อน แม้ว่า ครม. เศรษฐกิจจะเห็นชอบแล้วก็ตาม เพราะนายกรัฐมนตรีได้รับปากแล้วว่าหลังแผนดังกล่าวผ่าน ครม.เศรษกิจก็จะนำมาหารือกับสหภาพอีกรอบก่อนที่จะนำเข้า ครม.ชุดใหญ่.
แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/46181" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://english.people.com.cn/200204/02/ ... ailway.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;