
วิทยุการบินฯยิ้มยอดเที่ยวบินเดือน ต.ค.เพิ่ม3% เผยทิศทางปี 53 จะดีขึ้น พร้อมยืนยันคงราคาค่าบริการการเดินอากาศในราคาเดิม แม้ต้องแบกรับต้นทุน
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. พลอากาศเอกสมชาย เธียรอนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (กอญ.บวท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ในปีที่ผ่านมา หน่วยงานการบิน และสายการบินต่างประสบปัญหาผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาราคาน้ำมันที่ผกผัน การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ทำให้มีการเดินทางที่ลดลง และสำหรับประเทศไทยยังมีปัจจัยด้านการเมืองภายในประเทศ ทำให้ บวท. มีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่าย ถึง 530.85 ล้านบาท แม้ว่า บวท. จะพยายามลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ถึง 169 ล้านบาทแล้วก็ตาม
กอญ.บวท. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา บวท. ให้บริการแบบไม่แสวงหากำไร โดยจะเรียกเก็บค่าบริการเพียงพอกับค่าใช้จ่ายตามพันธะสัญญาที่มีต่อองค์การ การบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และตามข้อตกลงที่ทำไว้กับกระทรวงคมนาคม ปัจจุบันได้เรียกเก็บค่าบริการการเดินอากาศต่ำกว่าต้นทุนจริง กล่าวคือ ยังคงเรียกเก็บค่าบริการการเดินอากาศในอัตรา 10,000 บาทต่อหน่วยบิน ตามอัตราที่คณะกรรมการการบินพลเรือนได้เห็นชอบไว้ ทั้งที่ราคาต้นทุนค่าบริการจริงอยู่ที่ 11,190 บาทต่อหน่วยบิน การที่ บวท. ยอมแบกรับต้นทุนดังกล่าว เนื่องจากเข้าใจสถานการณ์ของสายการบินในช่วงเวลาที่ผ่านมา และหากเทียบกันแล้วอัตราค่าบริการของประเทศไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศใน ภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา บวท. ได้มีการประชุมหารือกับผู้แทนสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบถึงข้อมูลต่างๆ รวมทั้งปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานร่วมกัน พร้อมทั้งหาแนวทางในการแก้ไข เพื่อให้สายการบินผู้ใช้บริการได้รับความพึงพอใจสูงสุด รวมทั้งหารือในเรื่องโครงสร้างอัตราค่าบริการจราจรทางอากาศ โดย บวท. จะยังคงค่าบริการในอัตราเดิมไว้ในปี 2553 เพราะทราบถึงสถานการณ์ของสายการบินว่า ยังอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ไม่แน่นอน แต่เชื่อมั่นว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมบินในปัจจุบันที่มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งวัดได้จากสถิติของเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นของเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาสูงขึ้น 3 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนที่ผ่านมา และ IATA คาดการณ์ว่าปี 2553 จะมีอัตราเติบโตของเที่ยวบินสูงขึ้น 8.5%
นอกจากนี้ บวท. ได้หาแนวทางช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่สายการบิน โดยได้จัดวงจรการบินขึ้น-ลง ที่สนามบินสุวรรณภูมิให้เกิดความสะดวก คล่องตัว ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการประหยัดเชื้อเพลิงให้กับสายการบินได้ถึง 128 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้กลางปี 2553 จะนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้นำร่อนอากาศยาน (PBN) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะช่วยให้สายการบินประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้เพิ่มอีก บวท. เชื่อว่าการที่รัฐบาลส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศจะเป็นการ เพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งของประเทศ สร้างประโยชน์ให้เกิดกับประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต และท้ายที่สุดจะทำให้สถานการณ์การบินของประเทศสามารถฟื้นตัวและกลับสู่สภาวะ ปกติโดยเร็ว
แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/48344" onclick="window.open(this.href);return false;