กว่า 7 เดือนแล้วที่การบริหารงานของการท่องเที่ยวไทย โดยไร้เงาผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท. ในยุคสารพัดวิกฤติที่รุมเร้า ทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ซึ่งทุกครั้งต้องอาศัยการบริหารของบอร์ด และเงาจากฝ่ายการเมืองเข้ามาล้วงลูกอยู่เนืองๆ ท้ายสุดพอทนกระแสกดดันจากสังคมและพนักงานไม่ไหว จึงยอมเดินกระบวนการสรรหาผู้ว่าการททท.คนใหม่ จนได้นายสุรพล เศวตเศรนี รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.ขยับมานั่งแท่นเป็นผู้ว่าการททท. คนใหม่ ซึ่งมุมมองการบริหารงาน นโยบาย ภารกิจเร่งด่วนในการแก้ปัญหาท่องเที่ยวและปัญหาภายในองค์กรอย่างไร อ่านได้จากบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้
--เปิดแนวรุกดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง
การที่คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการททท.ตัดสินให้ผมเป็นผู้มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 จนได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าการททท.คนใหม่ในครั้งนี้ เป็นเพราะได้เสนอวิสัยทัศน์การบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่ตรงกับจุด ประสงค์ ของคณะกรรมการ โดยไม่เน้นตามแผนหรือกลยุทธ์เดิมที่เคยดำเนินการ แต่จะเน้นแผนกลยุทธ์ใหม่ ซึ่งเบื้องต้นได้เสนอ 4 แนวทางหลัก
ได้แก่ แนวทางที่ 1 คือการผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามา นั่นคือ จะไม่เน้นการทำเทรดโชว์ โรดโชว์ ในภูมิภาคต่างๆ แบบดั้งเดิม แต่จะเน้นการทำตลาดโดยใช้เทคโนโลยีหรือดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสมกับแหล่งท่องเที่ยวไทย เนื่องจากมีความหลากหลายของเดสติเนชัน ทำให้มีการเข้าถึงผู้บริโภคได้จำนวนมากและมีความชัดเจนขึ้น แตกต่างจากเดิมที่การทำเทรดโชว์และโรดโชว์เข้าถึงผู้บริโภคได้เพียงบางส่วน ไม่ทั่วถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
--เน้นผูกพันแทนแวลูฟอร์มันนี
แนวทางที่ 2 คือ การสร้างการรับรู้เรื่องเดสติเนชันไทยแลนด์หรือจุดหมายทางการท่องเที่ยวใน ไทย โดยเน้นการสื่อสารการตลาดสร้างความผูกพันหรืออีโมชันนัล มาร์เก็ตติ้ง (Emotional Marketing) คือ การสร้างความคุ้มค่าทางความรู้สึกเพื่อให้เกิดความผูกพัน มากกว่าการสร้างความคุ้มค่าของเงินหรือแวลู ฟอร์ มันนี่ อย่างเดิมที่เน้นการทำตลาดสร้างการรับรู้เรื่องการใช้สอยซื้อบริการทาง ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงิน เพราะว่าหากเน้นสร้างความผูกพันจะทำให้เกิดการเดินทางซ้ำ
ยกตัวอย่าง โรงแรมที่พักระดับ 5-6 ดาว ในประเทศไทยที่ขายห้องพักราคาต่อคืน 3-4 หมื่นบาท ซึ่งให้บริการที่ดี สร้างความรู้สึกประทับใจ ทำให้นักท่องเที่ยวจดจำ และเกิดความผูกพันที่จะเดินทางมาพักซ้ำ เช่นเดียวกันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ควรสร้างความประทับใจให้ นักท่องเที่ยวจดจำจะได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยซ้ำ
--หนุนอีโคทัวริซึมรับเทรนด์โลก
สำหรับ แนวทางที่ 3 จะเน้นหนุนบทบาทและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสร้างเสริมเศรษฐกิจ สังคม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยไม่ให้มองว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมหรืออีโคทัวริซึม (Eco-tourism)
ส่วนแนวทางที่ 4 จะหนุนการทำแผนไครซิส แมเนจเมนต์ หรือแผนบริหารจัดการวิกฤติ โดยจะเน้นที่การจัดการวิกฤติทางการสื่อสารหรือคอมมิวนิเคชัน ไครซิส (Communication Crysis) ซึ่งจะต้องจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารต่างๆ มารวบรวมก่อนจัดทำแผนนำเสนอ
--เร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งภายใน
นอกจากการวางนโยบายบริหารจัดการท่องเที่ยวแล้ว การบริหารจัดการองค์กร ททท. ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่ขณะนี้ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวหลังจากผมรับตำแหน่งแล้ว จะเปิดเวทีคุยกันในองค์กร โดยจะรับฟังข้อขัดแย้ง ข้อเรียกร้องของฝ่ายพนักงานและรับรู้ในนโยบายของฝ่ายบริหารที่ยังติดขัด เพื่อจะได้รับทราบและนำไปหารือในแนวทางการแก้ปัญหา คาดว่าจากนี้ปัญหาจะไม่มีและการเข้ามานั่งตำแหน่งผู้ว่าการ ททท. ของผม น่าจะทำให้ทุกฝ่ายพอใจและร่วมกันปฏิบัติและบริหารงาน ททท.ได้ดี
แม้การเข้ารับตำแหน่งนี้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาต่อรองเงินเดือน ก่อนนำเสนอต่อกระทรวงการคลัง เพื่อเห็นชอบสำหรับผมเองคงไม่มีการต่อรองในเรื่องเงินเดือนอะไรมาก จะรับตามที่กระทรวงการคลังพิจารณา เพราะมีใจที่จะเข้ามาตรงนี้อยู่แล้ว จะอย่างไรเท่าไรก็ไม่ต่อรองยินดีกับตำแหน่งนี้แล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นการเปิดใจของผู้ว่าการททท.คนใหม่
คะแนนสุรพลเฉือนนาฬิกอติภัคเฉียดฉิว
นายวิชัย ศรีขวัญ ประธานกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท.เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการททท. โดยมี ดร.ศศิ ธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ที่เสนอให้นายสุรพล เศวตเศรนี รองผู้ว่าการ ททท. ด้านสื่อสารการตลาดขึ้นเป็นผู้ว่าการ ททท.คนใหม่
โดยที่ประชุมให้ความเห็นว่า เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่น และเชื่อว่า นายสุรพล จะสามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่ในองค์กรรู้ปัญหาและสามารถดำเนินการได้ดี อีกทั้งเป็นผู้ที่มีคะแนนจากประวัติการศึกษา การทำงาน 50 คะแนน และการแสดงวิสัยทัศน์ 50 คะแนน นายสุรพลมีคะแนนในส่วนแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้ให้คะแนนมากกว่า 48 คะแนน ทำให้ถูกเสนอชื่อเพื่อให้บอร์ดคัดเลือกเป็นอันดับ 1 จาก 3 รายชื่อสุดท้ายที่เข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าการททท.
ทั้งนี้ผู้ที่ได้คะแนนอันดับที่ 2 คือ พ.อ.ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และอันดับ 3 คือ นายอักกพล พฤกษะวัน ที่ปรึกษา 11 ททท. ขณะนี้อยู่ระหว่างการจราจาค่าตอบแทนกับทางกระทรวงการคลัง และคาดว่าการเจรจาผลตอบแทนจะแล้วเสร็จ ก่อนเสนอต่อบอร์ดและกระทรวงการคลังภายใน 1 เดือน และผู้ว่าการททท. คนใหม่จะแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ได้ในต้นเดือนมกราคม 2553
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) ในฐานะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า การที่ นาย
สุรพล เศวตเศรนี ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการททท. นั้น เนื่องจากในขั้นตอนการคัดเลือกมีคะแนนดีมาตลอด ทั้งประวัติการศึกษา การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน การแสดงวิสัยทัศน์ต่างๆ และมีจุดแข็งในการเสนอแผนกลยุทธ์ที่แตกต่าง เป็นการนำเสนอแผนใหม่ของตัวเอง เน้นดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง และอีโมชันนัล มาร์เก็ตติ้ง เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,481 22 พ.ย. - 25 พ.ย. 2552 http://www.thannews.th.com/index.php?op ... Itemid=448" onclick="window.open(this.href);return false;