
ททท.จับตลาดออนไลน์ ขานรับไทยแลนด์อัลติเมทคึกคัก เลือก 5 สถานที่ เชียงใหม่ ภูเก็ต กทม. พัทยาและสมุยโปรโมทมั่นใจยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทยทะลัก
นายสุรพล เศวตเศรณี รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า จากโครงการThe Ultimate Thailand Explorers ล่าสุด ททท. ได้คัดเลือกผู้แข่งขันที่ชนะการโหวตสูงสุดรวม 5 คู่ เพื่อ จะเดินทางไปเที่ยวใน 5 สถานที่ที่ ททท.ได้กำหนดไว้ ได้แก่ ภูเก็ต ทีม FlyPhuket จากฝรั่งเศส และโปแลนด์ ,เชียงใหม่ ได้แก่ ทีม AubPark Thailand จากสหรัฐอเมริกา ,กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ทีม Sabai Sabai จากสหรัฐอเมริกา , เมืองพัทยา ได้แก่ ทีม B2 / B Squared จากสหรัฐอเมริกา และ เกาะสมุยได้แก่ ทีม Love Samui จากฟิลิปปินส์โดยทุกทีมจะต้องเดินทางเพื่อท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางที่ เลือกไว้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 – 17 ธันวาคม 2552 แล้ว upload ภาพถ่ายและคำบรรยายผ่านสื่อออนไลน์ ให้เกิดการรับรู้ไปยังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มากที่สุด ทีมที่ได้รับโหวตออนไลน์มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะในโครงการ The Ultimate Thailand Explorers และได้รับรางวัลเงินสด แพคเก็จทัวร์ และของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 15,000 เหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตามการเลือกใช้สื่อออนไลน์ ในโครงการนี้ตอกย้ำให้ททท.มั่นใจว่าการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยผ่าน ระบบออนไลน์สามารถเข้าตรงถึงผู้บริโภค เพราะจากโครงการนี้ที่เปิดตัว 6 สัปดาห์ พบว่ามีผู้เข้าชมเว็บไซน์มากว่า 17 ล้านครั้ง มีผู้ร่วมโหวตมากถึง 70,334 โหวต และที่สำคัญคือในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ข่าวประชาสัมพันธ์แคมเปญดังกล่าวมี Share of voice สูงที่สุดสื่อออนไลน์ทั่วโลกลงข่าวแคมเปญการแข่งขันนี้ มากกว่า 79,500 คลิป ททท. จึงขอเชิญชวนคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยร่วมโหวตทีมที่ชื่น ชอบผ่านเว็บไซต์ http://www.ultimatethailandexplorers.com" onclick="window.open(this.href);return false;
แหล่งข่าว: http://www.chiangmainews.co.th/read.php?id=12652" onclick="window.open(this.href);return false; ภาพประกอบข่าว: http://www.marketingoops.com/wp-content ... er_1-1.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;
ททท. ชูกลยุทธ์อี-มาร์เก็ตติ้ง โปรโมตท่องเที่ยวผ่านโลกออนไลน์ ยกเคสโครงการเชิญชวนทัวริสต์ทั่วโลกส่งคลิปวิดีโอร่วมแข่งขันท่องเที่ยวใน ไทย ที่ล่าสุดทีมครูจากมะกันเป็นผู้ชนะการโหวตจากทั่วโลก ยันประสบความสำเร็จและเป็นการลงทุนคุ้มค่า เหตุจากใช้งบ 18.5 ล้านบาท เท่ากับว่า ใช้เงิน 44 สตางค์ เพื่อให้ชาวต่างชาติ 1 คน รู้จักเมืองไทย