เชียงใหม่ชวนเที่ยวงานอลังการมหกรรมไม้ดอกปีที่ 34 5–7 กุมภา53

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

เชียงใหม่ชวนเที่ยวงานอลังการมหกรรมไม้ดอกปีที่ 34 5–7 กุมภา53

Post by Sam »

Imageดอกไม้เวียงพิงค์ชูช่อโชว์เสน่ห์ อลังการ..มหกรรมไม้ดอก ปีที่ 34 จังหวัดเชียงใหม่ สมญานาม “กุหลาบแห่งล้านนา” หรือ “กุหลาบแห่งเวียงพิงค์” ดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ป่าเขาลําเนาไพร และดอกไม้นานาพันธุ์ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สร้างชื่อเสียง และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือน นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองเชียงใหม่ ตลอดจนหล่อเลี้ยงเกษตรกรชาวเชียงใหม่ในการทำการเกษตร และกสิกรรมให้สามารถ เลี้ยงชีพจากรุ่นสู่รุ่น

เนื่องจากชาวเชียงใหม่นิยมปลูกไม้ดอกไม้ประดับกันมาก และพอถึงฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่ง เพราะเชียงใหม่เป็นแหล่งที่ปลูกดอกไม้ที่ดีที่สุด เพราะเป็นพื้นที่แถบสูง อากาศชื้นสืบเนื่องจากโครงการตามพระราชดำริที่มุ่งให้ชาวเขาหันมาปลูกพืชผล อื่นแทนการปลูกฝิ่น จึงนิยมที่จะปลูกดอกไม้และผลไม้เมืองหนาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ปลูกเชอรี่ ท้อ เมื่อถึงฤดูร้อน (เมษายน-พฤษภาคม) ดอกท้อ และดอกเชอรี่ก็จะบานสะพรั่งเต็มหุบเขา

ดอกไม้ที่มีอยู่ในเมืองไทยนั้นส่วนใหญ่จะบานในช่วงต้นปี คือ เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ อวดสีสันและดอกบานนับตังแต่ดาวเรือง บานชื่น บานไม่รู้โรย เบญจมาศ หงอนไก่ กุหลาบพันธุ์ต่างๆ กล้วยไม้ทุกสายพันธุ์ ต่างทยอยกันชูช่อ นับแต่ฟ้ามุ่ยไปจนถึงเอื้องดอกเล็กแบบบาง

ดังนั้นที่บริเวณเชียงใหม่เป็นหน้าดอกไม้บานในหุบเขาอย่างแท้จริง บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง และประเพณีของคนเมืองที่ชื่นชมความงามของดอกไม้มาแต่โบราณ ก่อให้เกิดการจัดงานบุปผชาติขึ้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในเชียงใหม่

เทศกาลไม้ดอกไม้ประดับของจังหวัดเชียงใหม่มมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในงานมีขบานแห่รถบุพผาชาติ การจัดประกวดดอกไม้ จัดสวน ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเข้าชมเป็นจำนวนมาก

เดิมทุกปีมีงานประกวดกล้วยไม้ช่วงเทศกาล12สิงหาราชนี ของสมาคมกล้วยไม้เชียงใหม่ที่พุทธสถาน ยุคผู้ว่านิรันดร ชัยนาม ครั้งหนึ่ง มีลูกหลานเชียงใหม่ ไปเห็นงานเทศกาลกุหลาบที่USA และถ่ายรูปมาให้คนในงานชม คณะกรรมการจึงมีความคิดจะจัดบ้าง แต่ติดขัดว่า ดอกไม้เชียงใหม่ คือพรรณไม่กึ่งหนาว จะบานช่วงมค-กพ เลยตกลง ไปจัดงานไม้ดอกไม้ประดับ เดือนกุมภา ที่สวนบวกหาด

จังหวัดเชียงใหม่จึงได้ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กําหนดจัดงาน "มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ" อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แรกของเดือนกุมภาพันธ์ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ และความงดงามของธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ และสร้างสรรค์กิจกรรมระดับประเทศในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกไม้ดอกไม่ประดับ และไม้ผล ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติเข้าร่วมชมความงดงาม อลังการของขบวนรถบุปผชาติที่ส่งเข้าร่วม ประกวดจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนจังหวัดเชียงใหม่

โดยปี 2553 งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ก็ถูกกำหนดจัดขึ้น เป็นครั้งต่อเนื่อง ที่ 34 โดย จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2553 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ และลานเอนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ

นายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับสืบทอดกันมาเป็นเวลา 33 ปี โดยกำหนดจัดงานในวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูและคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความงดงามตระการตาของดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การจัดนิทรรศการและการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ การแห่ประกวดขบวนรถบุปผชาติ การประกวดนางงามบุปผชาติ และนางงามบุปผชาตินานาชาติ การจัดกาดหมั้ว การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงดนตรีในสวน การตกแต่งเส้นทาง/การทำถนนดอกไม้ และการจัดมหกรรมอาหาร

สำหรับการจัดงานในปี 2553 นี้ ที่พิเศษคือ ทาง จังหวัดได้ดำเนินการขอพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับผู้ชนะเลิศการประกวดขบวนรถบุปผชาติทั้ง 3 ประเภท (ประเภทสวยงาม ประเภทความคิดสร้างสรรค์ และประเภทอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม) นอกจากนี้ยังได้เน้นในเรื่องการอนุรักษ์ความเป็นพื้นเมืองล้านนา โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้แต่งกายพื้นเมืองและอู้กำเมือง เช่น กาดหมั้ว การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นต้น และให้เพิ่มการจัดกิจกรรมถนนคนเดินช่วงถนนสามล้านเพื่อเชื่อมโยงกับถนนคน เดินที่เทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดอยู่แล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 กิจกรรมต่างๆหลากหลายประเภท ภายในงาน ได้แก่ -การจัดนิทรรศการและการประกวดไม้ดอกไม้ประดับตลอดเวลาการจัดงาน -การแห่ประกวดขบวนบุปผชาติ วันที่ 6 ก.พ.53 -การประกวดนางงามบุปผชาติและนางงามบุปผชาตินานาชาติ คืนวันที่ 5 ก.พ.53 -การจัดกาดหมั้วเช้าวันที่ 6 ก.พ.53 ณ สวนข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัด และระหว่าง 5-7 ก.พ.53 ณ ข่วงประตูท่าแพ -การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน 5-7 ก.พ.53 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาดและข่วงประตูท่าแพ -การแสดงดนตรีในสวน 6-7 ก.พ.53 ณ เวทีสวนสาธารณะหนองบวกหาด และ 5-7 ก.พ.53 ณ ข่วงประตูท่าแพ -การตกแต่งเส้นทาง การทำถนนดอกไม้ ตามเส้นทางที่ขบวนรถบุปผชาติผ่าน -การจัดมหกรรมอาหาร 5-7 ก.พ.53 ณ บริเวณถนนอารักษ์ด้านทิศตะวันตกของสวนสาธารณะหนองบวกหาด

นายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ ยืนยันว่า ทุกท่านสัมผัสความงดงาม ตื่นตาตื่นใจกับหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ และขบวนรถบุปผชาติกว่า 30 ขบวน รวมถึงการประกวดนางงามบุปผชาติ นางงามบุปผชาตินานาชาติ นิทรรศการทางการเกษตร การประกวดไม้ดอกไม้ประดับประเภทต่างๆ การประกวดพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ การประกวดจัดสวน การออกร้านของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มหกรรมอาหาร และการแสดงดนตรีในสวน ณ สวนสาธารณะ หนองบวกหาด จังหวัดเชียงใหม่

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. โทร. 053-248604, 053-248607 หรือ TAT Call Center โทร. 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.

สำหรับการตกแต่งเมืองให้สวยงาม สะพรั่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดนั้น นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ระบุ ปีใหม่ 2553 นี้จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เมืองเชียงใหม่ ส่งเสริมปลูกต้นไม้บนอาคารบ้านเรือนและ เปิดสวนสาธารณะรถไฟ ดำเนินการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะถนนสายหลัก 16 สาย และสภาพแวดล้อมให้เป็นเมืองน่าอยู่ พร้อม ต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา ปรับปรุงตลาดให้สะอาด ปลอดภัย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของประชาชนและนักท่องเที่ยว คัดแยกขยะที่มี มลพิษสูง โดยจะส่งเสริมให้มีพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นเพื่อเป็นปอดของเชียงใหม่ โดยการเปิดสวนสาธารณะรถไฟที่ยังติดปัญหาการก่อ สร้างผิดแบบ จะเจรจากับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เรื่องยืดเยื้ออีกต่อไป อีกทั้งจะส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้ บนบ้านเรือน อาคาร เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น

เทศบาลนครเชียงใหม่ มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 40 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 1.6 แสนคน นับเป็นหัวแหวนของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ โดยเทศบาลนครเชียงใหม่จะรับผิดชอบจัดงานใหญ่หลายงาน เช่น งานลอยกระทงหรืองานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ งานปี๋ใหม่เมือง หรืองานเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงงานไม้ดอกไม้ประดับที่กำลังจะจัดขึ้น

เขตเทศบาลนครเชียงใหม่เชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ วัด คูเมือง ข่วงประตูทั้ง 5 มีสถานบันเทิง สถานบริการ โรงแรมตั้งแต่ระดับ 5 ดาว ถึงเกสต์เฮ้าส์จำนวนมาก มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาเยือนตลอดทั้งปี จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลให้สวยวงามอยู่เสมอต่อเนื่องตลอดทั้งปี

สำหรับสถานที่หลักของการจัดงาน สวนสาธารณะหนองบวกหาด นั้น ถือว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งเดียวของเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่อยู่ในตัวเมือง ใกล้กับ "แจ่งกู่เฮือง" ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ เทศบาลได้จัดสร้างไว้เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา สำหรับให้ประชาชนได้อาศัยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในยามว่างงาน

ชื่อของ "หนองบวกหาด" เป็นที่รู้จักในบรรดานักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาอย่างกว้างขวางยาวนาน เพราะสถานที่แห่งนี้ เป็นบริเวณจัดงานมหกรรมไม้ดอก-ไม้ประดับ ตั้งแต่เริ่มแรกมาถึงปัจจุบัน นับได้ 29 ปี แม้จะมีบางปีที่ย้ายไปจัดสถานที่อื่นบ้าง แต่ก็มีเพียงไม่กี่ครั้ง

รวมทั้งงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ที่รัฐบาลมอบให้เชียงใหม่จัด โดยมีกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมาร่วมหลายประเทศ เมื่อปี 2546 และงาน "ลานนาพฤกษาชาติ" เพื่อเทิดพระเกียรติ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ก็เคยจัดที่สวนสาธารณะหนองบวกหาดเช่นเดียวกัน

"หนองบวกหาด" อยู่ในบริเวณเมืองเก่า ที่พญามังรายทรงสร้างไว้ มีอายุเก่าแก่นานกว่า 700 ปี ภูมิทัศน์ของหนองบวกหาด ได้ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม การเดินทางมีความสะดวกสบาย "หนองบวกหาด" จึงกลายเป็นปอดแห่งเดียวที่คนในเขตเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่เยาวชนจนถึงคนสูงอายุ ได้อาศัยเป็นที่พักผ่อนทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนมาช้านาน

ในส่วนภาคกลางคืนนั้น "ไนท์ปาร์ค " สวนสาธารณะกลางคืนที่สวนบวกหาด จะเริ่มเวลา 18 ถึง 23 น.ทุกคืน จะมีการแสดงบนเวทีของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ และการแสดงดนตรีจากวงที่มีชื่อเสียงในเชียงใหม่ ให้ผู้ไปเที่ยวได้ชมฟรี

เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นผู้ดูแลสวนสาธารณะหนองบวกหาด ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 12 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา มีถนนรอบสวนภายใน 840 เมตร

ดังนั้นมาเชียงใหม่ช่วงนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะมีโอกาสเที่ยวงาน มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 34 ชมความงามของเมืองแห่งดอกไม้กันอย่างเต็มอิ่ม ..รู้จักความเป็นเชียงใหม่มากขึ้น ก่อนที่จะเลือกเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วจังหวัดให้เข้าใจแก่นแท้ และเสน่ห์ของเวียงพิงค์ กันอย่างลึกซึ้ง เพราะช่วงนี้ หลายอำเภอได้จัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น "มหกรรมผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม " ช่วง 5-7 กุมภาพันธ์ งานมหกรรรมผ้าฝ้ายทอมือ 109 ปี๋ของดีจ๋อมตอง" ช่วงระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ ..ชาวเชียงใหม่ยินดีต้อนรับ

แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th