ไวน์ทัวร์ริซึม ไอเดียใหม่ท่องเที่ยวไร่องุ่น

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ไวน์ทัวร์ริซึม ไอเดียใหม่ท่องเที่ยวไร่องุ่น

Post by Sam »

Imageผู้ผลิตไวน์ไทยรายใหญ่ของประเทศ ชูกลยุทธ์ไวน์ทัวริซึม กระตุ้นยอดขาย เปิดศักราชปีเสือด้วยการจัดเทศกาลเก็บเกี่ยวผลองุ่นประจำปี ในพื้นที่เขาใหญ่ พัทยาและหัวหิน บูมท่องเที่ยวไร่องุ่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้ ขณะที่หัวหินฮิลล์ ลงทุนอีก 50 ล้านบาท ขยายพื้นที่ไร่องุ่นอีก 30 ไร่

นายวิสุทธิ์ โลหิตนาวี นายกสมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัท กรานมอนเต้ จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าในขณะนี้ผู้ประกอบการไวน์ไทยทั้ง 6 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม ได้แก่ สยามไวน์เนอรี่, อัลซิดีนี่, พีบี วัลเล่ย์ (เขาใหญ่), กรานมอนเต้, ซิลเวอร์เลค และวิลเลจฟาร์ม ได้ร่วมมือกันจัดเทศกาลเก็บเกี่ยวผลองุ่นประจำปี 2553 ใน 3 พื้นที่ คือ เขาใหญ่ พัทยา และหัวหิน ในช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนมีนาคมนี้ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและหวังให้การท่องเที่ยวมีส่วนในการช่วยกระตุ้น รายได้แก่ผู้ประกอบการไวน์ไทย

Imageโดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการดำเนินการในด้านไวน์ ทัวริซึม ที่ผู้ประกอบการไวน์ไทยจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆภายในไร่องุ่น เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมเทศกาลดังกล่าว และยังมีโอกาสได้พบปะกับผู้ผลิตและจำหน่ายไวน์ไทย โดยเทศกาลดังกล่าวจะเริ่มต้นที่ไร่องุ่นในพื้นที่เขาใหญ่ของวิลเลจ ฟาร์ม ไวเนอรี่ ที่จะมีการจัด "การเก็บเกี่ยวช่วงกลางคืน หรือไนต์ ฮาร์เวส" ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้

ตามด้วยงานดนตรีฤดูหนาว หลังจากที่มีการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นในวันที่ 6 มีนาคมนี้ จากนั้นไร่องุ่นกรานมอนเต้ จะมีการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่หรือแกรนด์ เซเลเบรชัน ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์นี้ ปิดท้ายด้วยไร่องุ่นพีบี วัลเล่ย์ เขาใหญ่ ในงาน "ริทึ่ม ออฟ เดอะ วินยาร์ด" ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553

ในส่วนของพัทยาสามารถเยี่ยมชมไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ในงานที่มีชื่อว่า "บลู ทู ร็อค คอนเสิร์ต" ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 และงาน "แจ๊ส คามิคาเกะ" ในวันที่ 13 มีนาคม 2553 สำหรับไร่องุ่น หัวหิน ฮิลส์ ของสยาม ไวเนอรี่ จะมีเทศกาลดนตรีแจ๊ซทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ - 21 มีนาคม 2553 นอกจากนี้ ไร่องุ่น หัวหิน ฮิลส์ ยังได้จัด "ไวน์ ฮาร์เวส ดินเนอร์" ในวันที่ 13 มีนาคม 2553 เป็นการปิดท้ายฤดูเก็บเกี่ยวอีกด้วย ซึ่งการจัดกิจกรรมนี้คาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 10 ล้านบาท

นอกจากนี้การจัดเทศกาลเก็บเกี่ยวผลองุ่นประจำปี 2553 แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นยอดขายไวน์ในอีกหลายโครงการ เช่น กิจกรรมไวน์ ดินเนอร์ ซึ่งเป็นการโปรโมตไวน์กับอาหารไทยและอาหารนานาชาติ ที่โรงแรมชั้นนำในกรุงเทพฯ และหัวหิน จัดกิจกรรมร่วมกับงาน Wine Fair ต่างๆ ในกรุงเทพฯ รวมถึงการจัดงานแสดงไวน์ร่วมกับไวน์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ทั้งนี้อุตสาหกรรมไวน์ไทยปัจจุบันยังมีขนาดเล็ก ผลิตเพียงแค่ 1 ล้านขวดต่อปี และจากวิกฤติเศรษฐกิจก็ผลิตลดลงเหลือ 5-6 แสนขวดต่อปี ซึ่งตลาดไวน์ไทยยังไม่เติบโตมากนัก อยู่ที่ราว 5-10% รวมถึงการท่องเที่ยวและการขายไวน์ด้วย และในปี 2553 อาจจะยังไม่ดีขึ้นนัก เพราะปัญหาการเปิดเขตการค้าเสรี ส่วนการท่องเที่ยวในเขตไร่องุ่นในปี 2552 มีผู้เข้าเยี่ยมชมไร่องุ่นจำนวน 967,200 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 40% ยอดขายของไวน์ ไม่รวมอื่นๆ 64,500 ขวด ขยายตัวจากปีที่ผ่านมา 5% มีรายได้ 132 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 41%
สำหรับการขยายตัวของผู้ประกอบการไวน์เฉลี่ยจะอยู่ราว 20% บางบริษัทจะขยายตัวมาก บางรายขยายตัวน้อย และไวน์ที่ผลิตในประเทศไทยมีสัดส่วนเพียง 10% ส่วนอีก 90% เป็นไวน์นำเข้าจากต่างประเทศ นายวิสุทธิ์ กล่าวในที่สุด

ขณะที่นางวราภรณ์ ศรีสัจจกุล ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์พีบี พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า ในขณะนี้ไร่ พีบี วัลเล่ย์เขาใหญ่ไวน์เนอรี่ กำลังอยู่ระหว่างเตรียมการรับนักท่องเที่ยว ในเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยวผลองุ่น "Havest 2010" ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การสาธิตการเก็บเกี่ยวผลองุ่น, สัมผัสรสชาติไวน์นูโว (ไวน์สด) 2010, แนะนำไวน์วินเทจล่าสุดของไร่พีบีวัลเล่ย์ และชแนปส์ลิ้นจี่ (Lychee Schnapps)

อีกทั้งช่วงค่ำรับประทานอาหารเย็นสไตล์บุฟเฟ่ต์ พร้อมฟังดนตรีแบบ Cool Jazz โดย Peter Montalbano Sevtet และดนตรีแนว Country and Western Tunes โดย Johnny ซึ่งทางไร่จะขายแพ็กเกจในราคาท่านละ 750 บาท ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็น อย่างดี

ด้านนายคิม ว๊าซไฟท์ รองประธานสมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย และผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทสยาม ไวเนอรี่ฯ กล่าวถึงแผนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทว่าจะเน้นใน 4 กลยุทธ์ได้แก่ 1.โปรโมตสินค้ากับการท่องเที่ยวให้มากขึ้น โดยเน้นให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมไร่และจับจ่ายซื้อไวน์ 2.โปรโมตไวน์คู่กับร้านอาหารต่างๆ และ 3.การขยายการส่งออกไวน์ยี่ห้อ "มอนซูน แวลลี่ย์" ของสยาม ไวเนอรี่ให้เพิ่มขึ้น จากที่ขณะนี้มีการส่งออกไป 20 ประเทศทั่วโลก โดยปีที่แล้วมีการเติบโต 25% ตลาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
สำหรับรูปแบบกิจกรรมการเที่ยวชมของไร่องุ่นหัวหิน ฮิลส์ จะเป็นลักษณะนั่งรถจี๊ปไปชมไร่ ปั่นจักรยานชมไร่ ขี่ช้างชมไร่ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก โดยในปีนี้มีแผนจะขยายพื้นที่ของไร่เพิ่มอีก 30 ไร่ ใช้งบลงทุนราว 50 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,501 31 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ปั้นไร่อัลซิดินี่ปากช่อไวน์ทัวร์ริซึมรับท่องเที่ยวไร่องุ่น

Post by Sam »

Imageอัลซิดินี่ เตรียมเปิดไร่องุ่นปากช่องรับนักท่องเที่ยว ดีเดย์ปลายปีนี้ ชูเอกลักษณ์ไร่องุ่นบนไหล่เขาแห่งเดียวบรรยากาศเหมือนยุโรป หวังขยายฐานรายได้จากไวน์ เทสติ้ง ทั้งเล็งร่วมโครงการเขาใหญ่ ไวน์ รีเจิน ทัวร์ ดันอัลซิดินี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในเส้นทางทัวร์ไร่องุ่นเขาใหญ่

นายสุพจน์ กริชพิพรรธ เจ้าของไร่องุ่นอัลซิดินี่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2553 ทางอัลซิดินี่มีแผนจะเปิดไร่องุ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ในช่วงปลายปีนี้ เพื่อขยายฐานรายได้ของไร่องุ่นให้เลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งจุดเด่นของอัลซิดินี่ในระยะเริ่มต้นเมื่อเปิดให้เข้าชมคือทัศนียภาพของ ขุนเขาที่งดงามกว้างไกล และยังเป็นไร่องุ่นเพียงแห่งเดียวที่มีการปลูกองุ่นแบบขั้นบันไดบนไหล่เขา เหมือนในยุโรป

เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเย็นสดชื่นตลอดทั้งปีและหนาวเย็นจัดในหน้าหนาว เพราะทำเลที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 550 เมตร ทำให้อุณหภูมิต่ำกว่ากรุงเทพฯ โดยเฉลี่ย 5-6 องศาเซลเซียสตลอดเวลา รวมทั้งทะเลหมอกในตอนเช้าที่มีให้เห็นอยู่เสมอ

ในขณะนี้อัลซิดินี่ อยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานที่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น สร้างห้องน้ำ ลานจอดรถ จุดชมวิว เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งหากได้รับการตอบรับที่ดี ก็จะสร้างที่พักและร้านอาหารในไร่องุ่นซึ่งเป็นแผนในอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ ได้ เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้อัลซิดินี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตเขาใหญ่อีก แห่งหนึ่งซึ่งใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงสองชั่วโมงเศษเท่านั้น โดยการขยายการลงทุนคงต้องดูสถานการณ์และความพร้อมด้วย

สำหรับการเที่ยวชมไร่องุ่นนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมฟรี เนื่องจากอัลซิดินี่จะมีไวน์เทสติ้งให้กับผู้มาเยี่ยมชม หากลูกค้าพอใจในรสชาติก็หวังให้ซื้อไวน์ติดมือกลับไป ซึ่งจุดเด่นของไวน์ที่นี่ คือ Alcidini-Shiraz 2008 VER.2 เป็นไวน์แดงเพียงหนึ่งเดียวจากบรรดาไวน์แดงของไทยที่ได้รับรางวัลเหรียญ บรอนซ์ (Bronze) จาก Cathay Pacific Hong Kong International Wine & Spirit Competition หรือการแข่งขันประกวดไวน์นานาชาติซึ่งจัดขึ้นที่ฮ่องกง จากไวน์ที่มีการส่งเข้าประกวดในงานนี้กว่า 1,300 รายการจากผู้ผลิตไวน์ทั่วโลก ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวบอกมาตรฐานของไวน์ไทยได้เป็นอย่างดี

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของแผนด้านการตลาดนั้น จะเน้นใช้กลยุทธ์การบอกต่อแบบปากต่อปาก หากนักท่องเที่ยวมาแล้วชอบ ก็จะมีการบอกต่อๆ กันไป โดยกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้คือกลุ่มคนไทยในวัยทำงานขึ้นไปที่ชอบดื่มไวน์ และมีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของตนเอง และกลุ่มที่ชอบใช้เวลาในวันหยุดกับการออกไปสัมผัสธรรมชาติ

ทั้งนี้ ไร่องุ่นอัลซิดินี่มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ แบ่งเป็นปลูกองุ่น 40 ไร่ สำหรับผลิตไวน์แดง เพราะตลาดเมืองไทยต้องการไวน์แดง 80% ในขณะที่ต้องการไวน์ขาวเพียง 20% ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 60 ไร่นั้น ปลูกอโวคาโด ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 5-6 ปีจึงจะให้ผลผลิต และในอนาคตมีแผนที่จะนำไปแปรรูป ทำไอศกรีม เครื่องสำอาง หรือแนะนำให้รับประทานสดๆ เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องนำไปพิจารณาต่อไป โดยขณะนี้รายได้ของอัลซิดินี่มาจากการขายไวน์ ซึ่งมีวางขายเฉพาะในพื้นที่เขาใหญ่เท่านั้น

อีกทั้งในอนาคตตั้งเป้าไว้ว่าเมื่อองุ่นโตได้ศักยภาพมากขึ้น จะสามารถผลิตไวน์เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ขวดต่อปี ซึ่งในปีที่ผ่านมา อัลซิดินี่มีการผลิตไวน์จำนวน 6,000-10,000 ขวด นอกจากนั้น เมื่อมีความพร้อมในด้านการท่องเที่ยวแล้วจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เขาใหญ่ ไวน์ รีเจ้น ทัวร์ (Khao Yai Wine Region Tour) อันเป็นการรวมตัวกันของสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทยในเขตเขาใหญ่ ได้แก่ กราน-มอนเต้, พีบี วัลเลย์ เขาใหญ่ และวิลเลจ ฟาร์ม วังน้ำเขียว ในการจัดทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเพื่อเยี่ยมชมไร่ องุ่นในเขตเขาใหญ่ พร้อมทั้งชิมไวน์ รับประทานอาหาร และเข้าพักค้างคืนในไร่ ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเสน่ห์แตกต่างกัน อันเป็นลักษณะคล้ายกับการจัด ไวน์ เทสติ้ง ทัวร์ (Wine Tasting Tour) ในยุโรปและออสเตรเลีย ที่เป็นการท่องเที่ยวสำหรับคนชอบดื่มไวน์โดยเฉพาะ

นอกจากนี้เมื่อมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเกิดขึ้นในไร่แล้ว อาจจะติดต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในพื้นที่เขาใหญ่ เพื่อให้ทาง ททท.เข้ามาร่วมสนับสนุนและช่วยในการประชาสัมพันธ์ เช่น การทำป้ายบอกทาง ป้ายริมทางหลวง ซึ่ง ททท. จะเข้ามาประเมินว่าเหมาะสมที่จะสนับสนุนเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือไม่ นายสุพจน์ กล่าวในที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,502 4-6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Post Reply