ธุรกิจท่องเที่ยวกระอัก ม็อบยืดเยื้อคาดนักท่องเที่ยวหดนับล้าน

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ธุรกิจท่องเที่ยวกระอัก ม็อบยืดเยื้อคาดนักท่องเที่ยวหดนับล้าน

Post by Sam »

Imageธุรกิจท่องเที่ยวกระอัก ม็อบยืดเยื้อคาดปีนี้นักท่องเที่ยวหดนับล้านคน โอดสูญเงินมหาศาล ยากสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ชี้ไทยเหมือนกับคนป่วยที่นอนอยู่ในห้องไอซียู ททท.เตรียมแผนขนย้ายต่างชาติ ขณะที่ นปช.ถกเซ็นทรัลเปิดทางให้ลูกค้าเข้าห้าง

ห้าวันเต็มๆ ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง เคลื่อนทัพจากเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มาปักหลักชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญกลางกรุง กระทั่งสำนักงานและศูนย์การค้าหลายแห่งต้องปิดให้บริการสร้างผลกระทบต่อ ธุรกิจอย่างหนัก

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 7 เมษายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. แถลงผลการหารือกับผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ว่า ในส่วนของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ มีข้อสรุปร่วมกันในเบื้องต้นว่า การ์ด นปช. จะจัดกำลังไปดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานบริษัทที่มีประมาณ 6,000 คน ซึ่งมีที่ตั้งสำนักงานในเซ็นทรัลเวิลด์ โดยจะเปิดถนนราชดำริผ่านทางประตูน้ำให้เลี้ยวขวาเข้าด้านหลังห้าง ทำให้ฝ่ายเซ็นทรัลพอใจ ส่วนศูนย์การค้าจะเปิดให้บริการอย่างไร ห้างจะตัดสินใจหลังการเปิดทำการของสำนักงานต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการรายอื่นๆ คาดว่าจะทยอยหารือกับแกนนำ นปช. เพิ่มขึ้น จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ร่วมกันกับคนเสื้อแดงอีกกี่วัน

วันเดียวกัน บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน แจ้งว่า ขณะนี้ได้ปิดทางขึ้น-ลงเฉพาะด้านประตู 1 สถานีสีลม และรถไฟฟ้าใต้ดินยังเปิดให้บริการตามปกติ เนื่องจากขณะนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากชุมนุมที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรี ย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี

หลังการประชุมระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และตัวแทนภาคเอกชน เพื่อประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยว นายเจริญ วังอนานนท์ โฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ส่อเค้ามีผลกระทบลุกลามในระยะยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม และช่วงโลว์ซีซั่นด้านการท่องเที่ยว

"ขณะนี้การเจรจาการท่องเที่ยวล่วงหน้าหยุดชะงักทั้งหมด ทำให้เอกชนเชื่อว่าในปีนี้ โอกาสนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยจะไม่เป็นไปตามเป้า หมายที่ ททท.ตั้งเป้าไว้ 15 หรือ 15.5 ล้านอย่างแน่นอน เชื่อว่าน่าจะลดลงเหลือใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือราว 14.5 ล้านคน นั่นหมายความว่านักท่องเที่ยวหายไปกว่า 1 ล้านคน" นายเจริญกล่าว

ทั้งนี้ ตัวเลขการท่องเที่ยวผ่านสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) ในช่วงเดือนเมษายน ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวผ่านสมาคมช่วงเดือนเมษายนลดลงต่ำสุด ในรอบ 3 ปี เฉลี่ยวันละ 3,000-4,000 คน จากเดิมวันละ 8,000-9,000 คน ปัญหาดังกล่าวเริ่มกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ซึ่งขณะนี้ได้เข้ามาเรียกร้องให้เฟตตาช่วยไปเจรจากับภาครัฐในการผ่อนผันยืด ระยะเวลาชำระเงินกู้ออกไป จากที่กำหนดที่ต้องชำระในวันที่ 1 มิถุนายน เนื่องจากผลกระทบนักท่องเที่ยวที่ลดลงในช่วงสงกรานต์นี้ อาจมีผลต่อภาระการเงินในอนาคตได้

“เอสเอ็มอีเริ่มขอให้เฟตตาช่วยเจรจาจ่ายแต่ดอกเบี้ย ไม่จ่ายเงินต้น เพราะรายได้หลักที่จะเข้ามาช่วงสงกรานต์ไม่พอที่จะรักษาสถานภาพทางการเงิน โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งจะมีรายได้ลดลง ตอนนี้เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ต้องกัดฟันสู้ เฟตตากำลังรวบรวมตัวเลขความเดือดร้อนว่ามีมากน้อยแค่ไหน จากก่อนหน้านี้มีเอสเอ็มอีเคยได้รับเงินกู้ไปแล้ว 2,000-3,000 ราย” นายเจริญกล่าว

ด้านนายอภิชาติ สังฆอารี กรรมการกิตติมศักดิ์ เฟตตา กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์การชุมนุมยุติ เฟตตาอาจต้องขอเข้าพบนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหารือและขอความช่วยเหลือจากภาครัฐที่เอกชนท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองดัง กล่าว

“ตอนนี้หากคิดความเสียหายด้านการท่องเที่ยวเป็นตัวเงินก็มีจำนวนมหาศาล แต่สิ่งที่สูญเสียและกลับมายาก คือภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น เพราะปัจจัยเรื่องความปลอดภัยสำคัญที่สุด ประเทศไทยในเวลานี้จึงเหมือนกับคนป่วยที่นอนอยู่ในห้องไอซียู” นายอภิชาติกล่าว

กรรมการกิตติมศักดิ์ เฟตตา กล่าวอีกว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวเอเชียกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุม มากที่สุด โดยชาร์เตอร์ไฟลท์ (เครื่องบินเช่าเหมาลำ) จากตลาดจีนที่จะเข้ามาช่วงสงกรานต์ลดลงแล้วกว่า 80% จาก 100 ไฟลท์ เหลือเพียง 20ไฟลท์เท่านั้น และยังมีโอกาสที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลี เริ่มมีการยกเลิก ขณะที่ฮ่องกง สิงคโปร์และมาเลเซีย เปลี่ยนเป้าหมายท่องเที่ยวไปยังภูเก็ตทั้งหมด

ส่วนนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช เลขาธิการสมาคมท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศได้รับผลกระทบ โดยกลุ่มทัวร์มียอดการเดินทางลดลง 40 % และกลุ่มไมซ์ลดลง 20% ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาการเมืองมีผลทำให้คนไทยเครียดและไม่เดินทางท่องเที่ยว โดยกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ เชียงใหม่ ซึ่งมีปัญหาการเมืองและระเบิดในพื้นที่หลายจุด ผลกระทบดังกล่าวต่อเนื่องถึงช่วงสงกรานต์ เนื่องจากภาพรวมการจองหยุดชะงักตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าจะมีการประกาศเพิ่มวันหยุดยาวเป็น 9 วันจากรัฐบาล แต่เชื่อว่าปีนี้การท่องเที่ยวในประเทศช่วงสงกรานต์จะลดลง 30% และคนไทยจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น

“ความสูญเสียจากการท่องเที่ยวในประเทศช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะอยู่ในระดับราวพันล้านบาท ซึ่ง สทน.ได้ชี้แจงให้สมาชิกดูแลนักท่องเที่ยวที่มีอยู่ให้ดีที่สุด รวมทั้งต้องปรับประมาณการนักท่องเที่ยวเพื่อวางแผนและลดต้นทุนในการดำเนิน การลงราว 30%” นายยุทธชัยกล่าว

ส่วนแผนรองรับสถานการณ์ของ ททท.นั้น นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เตรียมรวบรวมข้อมูลผลกระทบจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อประมวลผลก่อนวางแนวทางแก้ไขด้านการตลาดต่อไป สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 4 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงหลังการชุมนุมย่านราชประสงค์ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2551 พบว่านักท่องเที่ยวลดลง 12% ขณะที่ในวันที่ 1-4 มีนาคม มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 11% ส่วนในช่วงเดือนมีนาคม มีนักท่องเที่ยวลดลง 2.6% ขณะที่ตลาดจีนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวลดลง 16% ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ลดลง 10% ส่วนตลาดอินเดียและออสเตรเลียไม่ได้รับผลกระทบ

นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ได้ปรับแผนการตลาดเบื้องต้น โดยการเร่งจัดงานโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่นแก่กลุ่มเอเย่นต์ทัวร์ในช่วงปลาย เดือนเมษายน หลังเหตุการณ์การชุมนุมยุติโดยทันที ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ ดูไบ ออสเตรเลีย และยังเพิ่มประเทศที่จะเข้าไปเรียกความเชื่อมั่นเพิ่มเติม ได้แก่ อิหร่าน นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น อีกทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาอินเดียร่วมด้วย

"หลังจากนี้ ททท.จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย และแอตตา มาหารือเพื่อเตรียมแผนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กรณีต้องมีการขนย้ายนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุม เร็วๆ นี้" นายประกิตติ์กล่าว

ด้านนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา ททท. กล่าวว่า ความยืดเยื้อด้านการชุมนุมและความรุนแรง อาจมีผลต่อแผนการตลาด ที่ ททท.กำลังจะใช้งบไทยเข้มแข็งกว่า 300 ล้านบาท โหมการตลาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงโลว์ซีซั่น หรือในเดือนพฤษภาคมนี้ได้

วันเดียวกันภายหลังรัฐบาลประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และโฆษกเฟตตา กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากเห็นรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ว่าประเทศไทยซึ่งอยู่ในระบบตัวแทน ระบบสภา แต่กลับปล่อยให้มีการเรียกร้องทางการเมืองตามท้องถนนจนทำให้บ้านเมือง วุ่นวายมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างที่ควรเป็น ส่วนต่างชาติก็งงว่าตกลงไทยปกครองด้วยระบบอะไร และอยากให้ทุกอย่างยุติโดยเร็ว

"รัฐบาลน่าจะบังคับกฎหมายที่เคร่งครัดตั้งนานแล้ว เพราะความเสียหายเกิดขึ้นไปแล้ว ที่เรียกร้องไม่ใช่เพื่อความสะใจ แต่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายการชุมนุมเรียกร้องใดๆ ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อน รัฐบาลก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและขออย่าได้อะลุ้มอล่วยอีก หากรัฐไม่ทำอย่างจริงจัง ทุกอย่างก็จะยังไม่จบ เรากำลังคุยกันถ้ารัฐบาลจัดการไม่ได้จะต้องแสดงพลังออกมาบ้าง หรือให้ยุบสภาไปเสีย" นายเจริญกล่าว

นายอภิชาติ สังฆอารีย์ กรรมการกิติมศักดิ์เฟตตา กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คงไม่ทำให้การท่องเที่ยวแย่ลง เพราะตอนนี้มันแย่ที่สุดอยู่แล้ว ทุกประเทศจับตาการจัดการปัญหาของไทย เพราะฉะนั้นการสลายการชุมนุมและเร่งหาแนวทางสมานฉันท์น่าจะเป็นวิธีที่ถูก ต้องและรัฐบาลต้องทำให้เร็วที่สุด

นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการ ททท. ฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (ศอช.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้เพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลงในเว็บไซต์ของ ททท. และแจ้งให้สำนักงาน ททท.ต่างประเทศ 26 แห่งรับทราบแล้ว ส่วนการดูแลนักท่องเที่ยวได้หารือร่วมกับภาคเอกชนในการเพิ่ม ระดับสูงสุดเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน เช่น การขนคนออกจากพื้นที่ ซึ่ง ททท.ได้ส่งเจ้าหน้าที่คอยประกบกับตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่ 40-50 นาย คอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ขณะที่สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) ได้เตรียมพร้อมรถยนต์ไว้แล้ว

แหล่งข่าว: คมชัดลึก