การบินไทยปรับแผนการตลาด ลดจำนวนเที่ยว เปลี่ยนขนาดเครื่องบิน หนีพิษการเมือง-โลว์ซีซั่น หวังรักษาอัตราบรรทุกให้อยู่ระดับ 70% ขายตั๋วราคาถูกเส้นทางในประเทศเข้าร่วมนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ จนทำให้มีการปิดน่านฟ้าทวีปยุโรป และสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในไทย จนเป็นเหตุให้ผู้โดยสารยกเลิกการเดินทาง รวมถึง 47 ประเทศทั่วโลกได้เตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางมาประเทศไทย และช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.ของทุกปี จะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ส่งผลให้มีการเดินทางที่น้อยลง และมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (เคบิน แฟคเตอร์) เฉลี่ย 72.16%
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะดังกล่าว การบินไทยจึงได้ปรับแผนการตลาด เพื่อกระจายความเสี่ยงไปในหลายจุดหมาย ซึ่งจะทำให้การบินไทยมีความเข้มแข็งในระยะยาว
"ในช่วงเดือน พ.ค.ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่นมากที่สุด ทำให้มีเคบิน แฟคเตอร์ อยู่แค่ 52% ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่สงบทางการเมืองของไทย ดังนั้น การปรับแผนดังกล่าวเพื่อรักษาระดับเคบิน แฟคเตอร์ ไว้ที่ 70% คาดว่าถ้า 1-2 วัน การเมืองภายในประเทศไทยยุติสถานการณ์จะดีขึ้นมากกว่านี้ และจะส่งผลให้ช่วง 3 เดือนนี้ คือ พ.ค.-ก.ค.จะมีเคบิน แฟคเตอร์ อยู่ที่ 70%" นายปิยสวัสดิ์กล่าว
นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ การบินไทย กล่าวว่า การปรับแผนการตลาด ประกอบด้วย การปรับลดเที่ยวบินและเปลี่ยนแบบเครื่องบินให้สอดคล้องกับความต้องการเดิน ทางที่ลดลง โดยพิจารณาจากเคบิน แฟคเตอร์
โดยเส้นทางกรุงเทพฯ-เอเธนส์ (ไป-กลับ) ได้ปรับลดความถี่และเปลี่ยนแบบเครื่องบิน โดยจากเดิมทำการบิน 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300 เหลือทำการบิน 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 ER เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2553 เป็นต้นไป
เส้นทางกรุงเทพฯ-มุมไบ (ไบ-กลับ) ปรับลดเที่ยวบินจาก 10 เที่ยวต่อสัปดาห์ เหลือ 7 เที่ยวต่อสัปดาห์ พร้อมทั้งปรับแบบเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยใช้เครื่องโบอิ้ง 777-300 แทนเครื่องโบอิ้ง 777-200, เส้นทางกรุงเทพฯ-นิวเดลี (ไป-กลับ) เปลี่ยนขนาดเครื่องบินให้มีขนาดเล็กลง จากเดิมใช้เครื่องโบอิ้ง 777-300 เปลี่ยนเป็น 777-200 แทน เริ่มตั้งวันที่ 16 พ.ค.2553 เป็นต้นไป
นอกจากนั้น เส้นทางกรุงเทพฯ-ดูไบ (ไป-กลับ) เปลี่ยนขนาดเครื่องบินให้มีขนาดเล็กลง จากเดิมใช้ 340-600 เป็น 777-200 แทน และจัดโปรโมชั่นจำหน่ายบัตรโดยสารราคาพิเศษในเส้นทางไป-กลับภายในประเทศ ชั้นธุรกิจและชั้นประหยัดใน 11 เส้นทางทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค.2553
แหล่งข่าว: http://www.thaipost.net/news/050510/21764" onclick="window.open(this.href);return false;