พาต้าออกโรงเตือนปรามธุรกิจท่องเที่ยวไทย เฮโลลดราคาดึงทัวริสต์ ชี้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าของเอเชียอยู่แล้ว การนำกลยุทธ์ลดราคา 50% มาใช้ถือเป็นการถอยหลังเข้าคลอง เพราะอาจต้องใช้เวลาร่วม 4 ปีกว่าจะดึงราคาขายให้กลับมาอยู่ในอัตราเฉลี่ยของปีที่ผ่านมา ทั้งรับผิดหวังกลยุทธ์ทัวร์เอื้องหลวงของการบินไทยวอนให้ทบทวนใหม่นายเบิร์ต แวน วัลบีค ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประจำประเทศไทย หรือ พาต้า เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าพาต้ามีมติเป็นเอกฉันท์ว่ากลยุทธ์การลดราคาไม่ ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ พาต้า ได้แสดงความกังวลว่าเมื่อเหตุการณ์ความวุ่นวายยุติลงแล้ว ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ในต่างประเทศจะใช้อำนาจในการต่อรองให้ โรงแรมและบริษัททัวร์ต้องลดราคาลงในอัตราที่ไม่สมเหตุสมผล
การกดดันผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้อยู่ภาวะการเงินที่ฝืด เคืองนั้นไม่ได้เป็นการช่วยฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยแต่อย่างใด หากแต่จะเป็นการตอกย้ำและสร้างปัญหาที่เกิดขึ้นหลังวิกฤติทางการเมืองสิ้น สุดลงให้มากยิ่งขึ้นต่อองค์กรด้านการท่องเที่ยว ทั้งที่องค์กรเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากจำนวนแขกที่ลดลง เนื่องจากวิกฤติทางเศรษฐกิจมาเป็นเวลากว่า 8 สัปดาห์หรืออาจจะนานกว่านั้นแล้ว ขณะที่ประเทศไทยก็มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่ำกว่าหลายๆประเทศในประเทศ เอเชียอยู่แล้ว และนี่เป็นเหตุผลที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าของเอเชียโดยไม่ จำเป็นต้องมีการลดราคาใดๆอีก
แต่ล่าสุดพาต้ารู้สึกผิดหวังต่อกลยุทธ์ของทัวร์เอื้องหลวง (Royal Orchid Holidays - ROH) หนึ่งในหน่วยงานของการบินไทยในการฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ใช้กลยุทธ์การลดราคาลงกว่า 50% และทางทัวร์เอื้องหลวงยังโน้มน้าวให้โรงแรมต่างๆมอบโปรโมชันอื่นๆให้แก่ ลูกค้า อาทิ อาหารค่ำฟรี, คูปองเงินสด และ สิทธิ์ในการอัพเกรดห้องพัก และการปฏิบัติตามกลยุทธ์ของทัวร์เอื้องหลวงในการลดราคานี้ จะทำให้โครงสร้างอัตราห้องพักของโรงแรมได้รับความกระทบกระเทือนทั้งต่อตลาด ในประเทศ ตลาดในเอเชีย และตลาดต่างประเทศโดยไม่จำเป็น
"กลยุทธ์การลดราคาห้องพักลง 50% เป็นเรื่องที่ง่ายในการปฏิบัติ แต่เราอาจจะต้องใช้เวลานานถึงกว่า 4 ปี ที่จะทำให้ราคาห้องพักกลับมาอยู่ในอัตราเฉลี่ยของปี 2552/2553 ซึ่งนี่ถือเป็นการถอยหลังเข้าคลองเลยทีเดียว เพราะปัญหาของธุรกิจท่องเที่ยวขณะนี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องราคา หากแต่เป็นปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของผู้ซื้อและผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ท่อง เที่ยว ซึ่งเราจะต้องแสดงให้พวกเขาได้เห็นว่า ประเทศไทยมีความปลอดภัย มีความมั่นคง และยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น กว่าเดิม"
อย่างไรก็ดี ประสบการณ์ในอดีตชี้ให้เห็นว่าการกระหน่ำลดราคานั้นจะสามารถช่วยฟื้นฟู ธุรกิจได้ในช่วงระยะสั้นๆ แต่จะส่งผลต่อเกณฑ์ราคามาตรฐานที่อาจกระทบกระเทือนผู้ประกอบการโรงแรมและ บริษัททัวร์ในประเทศไทยในระยะกลางและระยะยาว และใคร่ขอให้ทัวร์เอื้องหลวง หรือองค์กรอื่นๆ ที่กำลังจะใช้กลยุทธ์การลดราคาในทำนองเดียวกันนี้ได้กลับไปพิจารณาและหารือ ร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถึงแนวทางที่จะก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดอีกครั้ง
ทั้งยังขอแนะนำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภายในประเทศเข้าร่วมโครงการรณรงค์ เพื่อต้อนรับและนำนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้งที่จัดขึ้น โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งโครงการนี้จัดตั้งขึ้นโดยมีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่ว่าทุกคนในประเทศไทย นั้นควรมีส่วนร่วมร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์และฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมา ดังเดิมเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งพาต้าเชื่อมั่นว่า สมาชิกของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกทั่วโลก รวมถึงผู้ซื้อที่พร้อมจะสนับสนุนประเทศไทยนั้นยินดีที่จะช่วยสนับสนุนประเทศ ไทยโดยยึดตามอัตราเดิมที่ระบุในสัญญา
นอกจากนี้พาต้ายังได้มีการติดต่อสื่อสารกับ ททท. อย่างใกล้ชิดและเข้าร่วมประชุม ซึ่งพาต้าได้คอยช่วยแนะนำให้สมาชิกให้ตระหนักถึงเรื่องที่จำเป็น เช่น สิ่งที่ควรทำ หรือ ไม่ควรทำในช่วงของการฟื้นฟูหลังวิกฤติและ ททท. และ การบินไทยนั้นเป็นสมาชิกถาวรของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก คณะกรรมการของสมาคมประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 16 ท่าน โดยเอกลักษณ์ในการทำงานของสมาคมนั้นคือการเป็นตัวแทนของธุรกิจจากทุกภาคส่วน อาทิ โรงแรม, บริษัทนำเที่ยว. สายการบิน,ธุรกิจ IT ด้านการท่องเที่ยว ที่ปรึกษา และมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวใน ประเทศไทย
โดยพาต้าได้เสนอแนวทางและข้อเสนอแนะไปกว่า 36 รายการสำหรับตลาดการท่องเที่ยวทั้ง 3 ภาคส่วน อันได้แก่ ตลาดในประเทศ ตลาดเอเชีย และตลาดระยะไกลหรือ long haul ซึ่งสมาคมได้นำข้อเสนอแนะให้ททท.นำไปใช้ในการนำนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย, เอเชีย, และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่อยู่ในภูมิภาคนี้ โดยได้มีการนำเสนอแนวทางเหล่านั้นต่อผู้ว่าการททท.ไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมาไปพร้อมๆกับข้อเสนอแนะจากกลุ่มด้านการท่องเที่ยวต่างๆใน ประเทศไทย
ทั้งนี้สืบเนื่องจากข้อเสนอที่ทางสมาคมได้นำเสนอไปนั้น ททท.ได้มีการจัดตั้งกลุ่มทำงานย่อยๆขึ้นมาจำนวน 4 กลุ่มเพื่อร่วมกันทำงานตามแนวทางเหล่านี้ให้สำเร็จลุล่วง โดยกลุ่มทั้งสี่นั้น ได้แก่ กลุ่มด้านการขาย (Traditional Sales) กลุ่มอี-มาร์เก็ตติ้ง และสังคมออนไลน์ (e-Marketing and Social Network) กลุ่มประชาสัมพันธ์ทางด้านธุรกิจ (PR Trade) และกลุ่มประชาสัมพันธ์สำหรับลูกค้าและผู้บริโภค
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,538 10-12 มิถุนายน พ.ศ. 2553