
(ภาพประกอบข่าวเท่านั้นไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว)
รัฐบาลมีแรงหนุนในการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังรมว.ท่องเที่ยว ยืนยันธุรกิจการท่องเที่ยวไม่ ได้รับผลกระทบ เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจ ตัวเลฃการเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิเริ่มเพิ่มขึ้นแล้ว ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้ปลายปีจะเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น
นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลต่ออายุการบังคับใช้พระราช กำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.รงก.ฉุกเฉิน)ว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีประเด็นอะไรใหญ่โต ที่จะเป็นปัญหาต่อการท่องเที่ยวมากนัก ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ของไทยดี และเริ่มทะยอยเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น ทางททท.เองก็ออกไปชี้แจงเรื่องต่างๆพอสมควร โดยเฉพาะการที่เรามี พ.ร.ก.ไว้นั้น เพื่อประโยชน์ในบางประการของผู้ท่องเที่ยวเอง
ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวนั้น ยังเป็นปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ในเรื่องความกังวลของประเทศต่างๆนั้น เวลานี้หลายประเทศก็ปลดล๊อคเกือบหมดแล้ว จะเหลือเพียงซาอุดิอาระเบียเท่านั้นเวลานี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ใช้สนาม บินสุวรรณภูมิก็เพิ่มขึ้นแล้ว อยู่ที่เกือบ 3 หมื่นต่อวัน
"คนเขาชินแล้ว เขาฟัง พ.ร.ก.แล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ต่างชาติจะสะท้อนออกมาในเรื่องของการเตือน และเวลานี้การเตือนไม่มีแล้ว เหลือประเทศซาอุฯประเทศเดียวที่คงการเตือนคนของเขาอยู่ เรื่องการต่ออายุพรก.ฉุกเฉินจะดีหรือไม่ดี อยู่ที่ความจำเป็นของฝ่ายความมั่นคงมากกว่า"
ด้านนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามผลกระทบภาคธุรกิจการท่องเที่ยวช่วงเดือนเมษายน- พฤษภาคมที่ผ่านมา ข้อมูลที่ออกมาถือว่า ได้รับผลกระทบจากการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ในวงจำกัด หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลกันมากว่าการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่กล้ามาเที่ยว กลัวความไม่ปลอดภัย
"แต่เท่าที่เราดูข้อมูลจริงในภาคท่องเที่ยวแล้ว ถือว่ากระทบจำกัด เท่าที่ดูตัวเลขกระทบประมาณ 11% ส่วนใหญ่กระทบในเขตกรุงเทพและปริมณฑล พื้นที่อื่นๆกระทบน้อย ถ้ามองในระยะสั้น แต่ในระยะยาวก็ยังต้องติดตามดูให้ใกล้ชิดว่ากระทบมากอย่างไรบ้าง"
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการท่องเที่ยวน่าจะปรับดีขึ้นได้ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในยุโรปก็ปรับดีขึ้น จากการเข้าช่วยเหลือเป็นเพ็คเก็ตของหน่วยงานต่างๆ ส่งผลให้ตลาดเริ่มเชื่อมั่นมากขึ้น ซึ่งภาวะดังกล่าวน่าจะส่งผลดีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ให้มีโอกาสฟื้นตัวได้มากขึ้นด้วย
แหล่งข่าว: แนวหน้า วันที่ 7 กรกฏาคม พ.ศ. 2553