
จากเหตุแผ่นดินไหวพม่า ขนาด 6.7 ริกเตอร์ (สำนักข่าวบางแห่งแจ้ง 6.8 ริกเตอร์ หรือ 7 ริกเตอร์) โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศพม่าห่างจากชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย 30 กิโลเมตร (สร้างความเสียหายหนักในพื้นที่เมืองพยาก เมืองเลน และเมืองท่าเดื่อ จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพพม่า ซึ่งเป็นเส้นทางเพียงเส้นเดียวที่นักเดินทางใช้เป็นจุดแวะพักระหว่างการเดินทางไปเมืองเชียงตุง) ทั้งนี้แผ่นดินไหวรุนแรง ทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายครั้ง ส่งผลให้ชาวบ้านในอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย เสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้ยังส่งผลให้โบราณสถาน 4 แห่งใน อ. เชียงแสน จ.เชียงรายเสียหายหนัก โดยพระธาตุเจดีย์หลวง เสียหายบริเวณยอดฉัตร 3 เมตร หักโค่น, พระธาตุจอมกิตติ ยอดฉัตรงอ, วิหารวัดพระธาตุภูเข้า-พระโมฬี ยอดหักงอ
สำหรับเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยเมื่อคืนวันที่ 24 มี.ค. คนไทยทั้งประเทศทราบข่าวผ่านสำนักข่าวช่องต่างๆ และจากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภัยฉบับที่ 3 เรื่องแผ่นดินไหวบริเวณประเทศพม่า ระบุว่าเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นเวลา เวลา 20.55 น. โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศพม่า ที่ละติจูด 20.59 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.84 องศาตะวันออก ความลึก 10 กิโลเมตร ขนาด 6.7 ห่างจากทางทิศเหนือ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 30 กิโลเมตร เบื้องต้นมีความเสียหายในหลายจังหวัดของภาคเหนือ และรู้สึกสั่นไหวในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร
ต่อมาเวลา 02.15 น. วันที่ 25 มี.ค. มีเหตุอาฟเตอร์ช็อกตามมา จํานวน 40 ครั้ง ขนาดตั้งแต่ 3.0-6.2 ซึ่งจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ต่อโบราณสถาน 4 แห่งใน จ.เชียงราย 1. พระธาตุเจดีย์หลวง เสียหายหนัก บริเวณยอดฉัตร ประมาณ 3 เมตร หักโค่นหล่นลง 2. พระธาตุจอมกิตติ ยอดฉัตรงอ 30-40 องศา 3. วิหารวัดพระธาตุภูเข้าเสียหาย และ 4. พระโมฬี ยอดหักงอ
ที่วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ในเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน องค์พระธาตุเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดของเชียงราย ยอดพระธาตุซึ่งมีความยาวประมาณ 3 เมตรได้หักโค่นลงมา กระแทกกับองค์พระธาตุยุบเป็นแนวยาวจนถึงด้านล่าง
พระครูวิจารณ์ธรรมสุนทร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจดีย์หลวง เปิดเผยว่า ขณะที่นั่งทำวัตรอยู่ภายในกุฏิ ได้ยินเสียงสั่นอย่างรุนแรงประมาณ 1-2 นาที และได้ยินเสียงเหมือนของตกดังสนั่นมาจากทางด้านพระธาตุ จึงรีบออกมาดูด้านนอกพบฝุ่นฟุ้งกระจาย มีเศษอิฐกระเด็น จึงเรียกพระลูกวัดพากันออกมาดูที่องค์พระธาตุ เห็นยอดพระธาตุเจดีย์หลวงหักลงมาอยู่เบื้องล่างและแตกจนเห็นเหล็กเส้นด้านใน และตลอดคืนมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีก 5 ครั้ง

นอกจากนี้ เหตุแผ่นดินไหวรุนแรง และอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง ทำให้ยอดฉัตรพระธาตุจอมกิตติ วัดพระธาตุจอมกิตติ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อันสำคัญมีอายุร่วมพันปี เอียงเกือบหลุดลงมา ซึ่งยอดฉัตรนี้ได้หักเมื่อหลายปีก่อน และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ มาทรงยกยอดฉัตรใหม่นี้ เมื่อปี พ.ศ.2550 แผ่นทองรอบองค์พระธาตุร่วงหล่นลงมาจำนวนมาก


ยอดพระธาตุจอมกิตติเอียง
นายบุรินทร์ เวชบันเทิง ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งมี ขนาดความรุนแรงระดับ 6.7 ซึ่งห่างจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย 56 กิโลเมตร เกิดจากรอยเลื่อนที่มีพลัง ในประเทศพม่า ซึ่งมักจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งปกติมักจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่ในระดับ 2-3 ริกเตอร์เท่านั้น แต่ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นแผ่นดินไหวที่ค่อนข้างรุนแรง ในระดับที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนได้
ซึ่งหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหว ระดับ 6.7 แล้วทำให้เกิดแผ่นดินไหวตามมา หรือ อาฟเตอร์ช็อก มากถึง 100 ครั้งแล้ว แต่อยู่ในระดับที่รู้สึกได้มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งคาดว่า หลังจากนี้ จะเกิดอาฟเตอร์ช็อก ตามมาอีกหลายสัปดาห์

ขณะที่ นายทวีศักดิ์ สีหราช รองนายกเทศมนตรีเมืองน่านรักษาการแทนนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วยนายธีระ คฤหานนท์ ผอ.กองช่างเทศบาลเมืองน่าน ออกตรวจความรูปภาพยักษ์ มาทำร้ายแม่ของคันธนกุมาร บริเวณประตูขึ้นทางทิศเหนือของวิหาร จิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว

ส่วนที่ โรงแรมเชียงแสน ริเวอร์ฮิลล์ ซึ่งเป็นโรงแรมสูง 4 ชั้นในเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน มีนักกีฬาต่างชาติที่มาร่วมการแข่งขันไตรกีฬาในวันที่ 25 - 27 มีนาคมนี้ และพักที่โรงแรมเชียงแสน ริเวอร์ฮิลล์ พากันหนีออกจากโรงแรมกันอลหม่าน โดยมานั่งและนอนกันอยู่ภายนอกโรงแรม และเมื่อเวลา 22.55 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างแรงอีกระลอกหนึ่ง ทางโรงพยาบาลเชียงแสน ได้ประกาศเป็นพื้นที่สีแดง เร่งแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียงแสน เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากตึก มารวมกันอยู่ในที่โล่งนอกอาคาร เพราะเกรงว่าตัวอาคารจะไม่ปลอดภัย
ภาพประกอบข่าวจาก: Earthquake Hazards Program
สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 25 มี.ค. ตามเวลาประเทศไทย ว่ามีชาวพม่าเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 คน เนื่องจากดินโคลนถล่ม และอาคารบ้านเรือนพังทลาย จากเหตุแผ่นดินไหว 7.0 ริคเตอร์ (ตามข้อมูลของสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ) เมื่อเวลาประมาณ 20.55 น. ของวันที่ 24 มี.ค. บริเวณพื้นที่พรมแดนภูเขา อำเภอท่าขี้เหล็ก และอำเภอตาร์ปิง รัฐฉาน ประเทศพม่า โดยจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปเพียง 10 กิโลเมตร
ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือน ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของประเทศพม่า โดยรับรู้รุนแรงที่อำเภอท่าขี้เหล็ก และเกิดความสั่นไหวเล็กน้อยที่เมืองตองยี (เมืองหลวงของรัฐฉาน), เมืองเบกู, เมืองชเวกิง, เมืองเนปิดอว์, เมืองมันดาเลย์ และเมืองตองอู ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำให้ชาวบ้าน ออกมาอยู่ภายนอกอาคารบ้านเรือนชั่วคราวก่อนในเบื้องต้น ส่วนที่ย่างกุ้ง ประชาชนที่อาศัยอยู่บนตึกสูงเท่านั้น ที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน และมีประชาชนบางรายรีบออกมานอกตัวอาคารเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ดี เหตุแผ่นดินไหวครั้งดังกล่าว ส่งผลกระทบไกลถึงประเทศไทย จีน ลาว และเวียดนาม โดยหญิงชาวบ้าน ชื่อนางหงส์ คำปิง อายุ 51 ปี ที่ ต. เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากผนังบ้านล้มทับ โดยขณะเกิดเหตุนางหงส์ ได้ยืนอยู่ข้างกำแพงบ้าน ซึ่งก่ออิฐไม่แข็งแรง ทำให้กำแพงสูงกว่า 2 เมตรพังถล่มลงมา ผู้ตายวิ่งหนีออกมาไม่ทันถูกทับเสียชีวิต ส่วนสื่อของเวียดนามระบุว่า ตึกสูงในกรุงฮานอยสั่นไหว พลเรือนรับรู้ได้ และเกิดสถานการณ์แตกตื่นวิ่งหนีออกจากตัวอาคารเช่นกัน
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ทางการพม่ากล่าวว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย โดยผู้เสียชีวิตได้รับการยืนยันว่าเป็นชาย 10 คน เด็กชาย 1 คน และหญิง 13 คนเฉพาะในเมืองทาร์เลย์เพียงแห่งเดียว (เมืองท่าระหว่างท่าขี้เหล็กและเชียงตุง) จากการสำรวจความเสียหายพบว่า วัด 5 แห่ง และอาคารจำนวน 35 หลังพังถล่ม ขณะที่ถนนหลายสายได้รับความเสียหาย ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก
แหล่งข่าว: thairath.co.th สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา matichon.co.th









