
(ภาพเพื่อการประกอบข่าวเท่านั้น)
ความร่วมมือขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ที่ประสานความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ศึกษาและวิจัยความเป็นไปได้
ในการกำหนดนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว (Special Economic Zone for Tourism) เพื่อค้นหาต้นแบบการพัฒนาเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว โดยจะทำการวิเคราะห์ระเบียบ กฎหมายต่างๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางในการออกแบบระเบียบวิธีปฏิบัติในกรอบกฎหมาย เพื่อตอบสนองการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ได้ผลตามเป้าหมาย แนวคิดนี้เกิดขึ้นโดยมีที่มาจากความต้องการที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนครบในสามมิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
สำหรับ อพท. แล้ว คือหน่วยงาน ซึ่งมีภารกิจในการศึกษากำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยนำหลักคิดสำคัญคือ การพัฒนาพื้นที่ต้องอยู่บนเป้าหมายสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มีกระบวนการมีส่วนร่วมที่ชัดเจน มีการประสานเชื่อมโยงการบริหารจัดการอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ขณะที่การศึกษาเพื่อให้ได้เขตพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยื่น นั่นก็คือจะทำให้เกิดพื้นที่ต้นแบบที่สามารถพัฒนาได้อย่างบูรณาการ บริหารจัดการได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ
ในการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มุ่งที่จะให้มีกลไกการควบคุมทางกายภาพได้ ขณะเดียวกันการสร้างพื้นที่ต้นแบบนี้ ก็สามารถนำมาเป็นรูปแบบเพื่อก่อให้เกิดการขยายผลต่อไป โครงการนี้จะมีส่วนให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นเขตที่มีรูปแบบการบริหารพิเศษ และรูปแบบพิเศษด้านภาษี โดยออกแบบความเป็นอัตลักษณ์ที่สามารถส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันได้ทางเศรษฐกิจ ส่วนการออกแบบการพัฒนานี้ จะนำรูปแบบการขับเคลื่อนที่ได้จากทางเศรษฐกิจมาใช้ ภายในเขตพื้นที่เฉพาะเพื่อประโยชน?ในการดำเนินการต่างๆ
เปิดร่างค้นหาพื้นที่เหมาะสม
ในการค้นหาพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทาง อพท. และเอแบค จะพิจารณาจากองค์ประกอบและความจำเป็นประกอบด้วย ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่เป็นเมืองศูนย์กลางและสามารถสร้างเป็นต้นแบบได้ โดยเฉพาะการคมนาคมขนส่งและปัจจัยการผลิตที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่มีศักยภาพอื่นๆ ในลักษณะของการเกื้อหนุนกันและกัน ความพร้อมของปัจจัยการผลิต ได้แก่ ทุน วัตถุดิบ แรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะคำว่า “ทุน” จะเกี่ยวโยงถึงความสามารถในการสร้างความน่าเชื่อถือและเชื่อมั่นของนักลงทุนที่จะมาลงทุนในเขตนั้นๆ ว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อการท่องเที่ยว
งานวิจัยที่ผ่านมาได้พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดทฤษฎีและรายงานการวิจัยเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ผ่านมามักมีการสนับสนุนให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น แต่ยังมีข้อคัดค้านในบางส่วนโดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการในเขตเศรษฐกิจพิเศษว่าจะมีรูปแบบใด รวมทั้งร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ให้อานาจแก่คณะกรรมการมากเกินไป
หรือประเด็นช่องว่างทางกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการจัดการที่อาจสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือประเด็นการเพิ่มอานาจหน้าที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดบทบาทอานาจหน้าที่ของราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค การทักท้วงจากประชาชนในเขตพื้นที่ที่จะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากขาดการมีส่วนร่วม ดังนั้นการพิจารณาเพื่อให้มีการจัดตั้งเศรษฐกิจพิเศษหรือร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะให้ความสำคัญกับการลดช่องว่างต่างๆ
แนวทางการวิจัยและขั้นตอนการศึกษา
สิ่งที่คณะผู้ศึกษาให้ความสำคัญคือ การวิจัยเอกสาร ทั้งจากเอกสารสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ และข้อมูลในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการกำหนดทิศทางการจัดเก็บข้อมูลหรือการวิจัยภาคสนาม การสัมภาษณ์ โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ในหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, บริษัทนำเที่ยวเพื่อการท่องเที่ยว, โรงแรม/รีสอร์ทที่มีการขายกิจกรรมร่วม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เพื่อให้ทราบข้อมูลที่สำคัญ เช่น สภาพปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ความพร้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติ สถานการณ์การท่องเที่ยว ข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบ ที่มีผลต่อการส่งเสริมการลงทุน และแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มความสนใจพิเศษ ไทย
ในการวิจัยภาคสนาม จะระดมความคิดเห็นและสัมภาษณ์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้ทราบถึงการรับรู้และทัศนคติที่มีต่อการบริหารจัดการพื้นที่พิเศษอย่างมีส่วนร่วม ความต้องการของนักท่องเที่ยว และความคิดเห็นต่อการพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวในพื้นที่ศักยภาพที่มีอยู่รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ทั้งนี้การวิจัยจะเน้นการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อให้ได้ข้อมูลในเชิงลึก
"เราจะเสนองานวิจัยชิ้นนี้ให้รัฐบาลใหม่เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย ซึ่งแนวคิดนี้มุ่งการขับเคลื่อนด้วยความเข้มแข็งเชิงเศรษฐกิจ สร้างระบบให้มีกระบวนการและกลไกในการนำประโยชน์จากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสู่การพัฒนาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวนี้ จะมีงานวิจัยแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้ และ อพท.เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลใหม่ เพราะนี่คือกรอบที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนงบประมาณ เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวก้าวไปสู่เป้าหมาย สู่ความยั่งยืนครบทั้งสามมิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม" พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ให้ความเห็น
"การสร้างต้นแบบในการพัฒนาเขตพื้นที่พิเศษมาประยุกต์ใช้เพื่อการท่องเที่ยวนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งยังส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชน ให้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวยั่งยืนอย่างแท้จริง การพัฒนาเช่นนี้ในประเทศไทยได้มีการศึกษาและมีหลักการอยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่มีต้นแบบที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ดังนั้นโครงการนี้จะช่วยค้นหาพื้นที่เพื่อการศึกษาที่เหมาะสม โดยกำหนดคุณลักษณะของพื้นที่มีความเป็นไปได้ทางกายภาพเ ศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาเป็นเขตพื้นที่พิเศษได้" ดร.อุดม หงส์ชาติกุล หัวหน้าโครงการ ผู้อำนวยการดัชนีผู้บริโภคมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ให้ความเห็น
เหล่านี้คือที่มาของของการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว ที่จะมีการเสนอต่อรัฐบาลใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการ
แหล่งข่าว: คมชัดลึก