ทุนจีนเท6พันล. ปั้นโลจิสติกส์ฮับรับR3Aบูม

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
User avatar
ichiangrai
Posts: 154
Joined: Wed Oct 15, 2014 8:15 am
Contact:

ทุนจีนเท6พันล. ปั้นโลจิสติกส์ฮับรับR3Aบูม

Post by ichiangrai »

Image
จีนรุกหนักยึดไทยเป็นฐานส่งออกสินค้าฮุบอาเซียน ทุนยูนนาน "เจ๋ฟง" ทุ่ม 6,000 ล้านปักธงเชียงของเนรมิตโลจิสติกส์ฮับ-คอมเพล็กซ์บิสซิเนสเซ็นเตอร์ครบวงจร ฟากรัฐบาลจีนวางแผนลงทุนทางบก-น้ำ ผุดรถไฟสายคุนหมิง-ลาว-เชียงรายคู่ขนานรถไฟเวียงจันทน์-หนองคาย

นายจ้าว หยุน ฟู รองผู้ว่าการเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนานสาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า รัฐบาลจีนได้วางเป้าหมายให้สิบสองปันนาเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์การค้าที่จะเปิดประตูด้านตะวันตกของจีนสู่อาเซียนและประเทศรอบข้าง ทั้งนี้หลังจากมีการพัฒนาเส้นทางขนส่งทางบกเปิดใช้เส้นทาง R3A ทำให้การค้าของสิบสองปันนาเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2556 มูลค่าทางการค้าอยู่ที่ 583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 25.2%

ขณะที่ปี 2557 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่าราว 519 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาขยายตัวราว 7.1% โดยภาคการขนส่ง (Logistics) มีความได้เปรียบอย่างมากที่จะขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศต่างๆ ซึ่งรัฐบาลจีนได้ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของจีนให้ใช้เส้นทาง R3A ในการขนส่งสินค้า เพราะเป็นเส้นทางที่ประหยัดต้นทุนและสะดวกที่สุด ขณะที่เส้นทางขนส่งแม่น้ำโขงที่ท่าเรือเชียงรุ่งก็เป็นระบบโลจิสติกส์ที่สะดวก และมีการค้าขายร่วมกันระหว่างประเทศ

ขณะนี้รัฐบาลจีนยังได้ให้ความสำคัญการขนส่งระบบรางเพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อที่จะเชื่อมโยงความร่วมมือทางการค้าระหว่างมณฑลยูนนานกับลาวและไทย โดยเตรียมพัฒนาเส้นทางรถไฟจากนครคุนหมิงเชื่อมสิบสองปันนาเข้าสู่ลาว สุดเส้นทางที่ชายแดนลาว-ไทยที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นแผนล่าสุดของรัฐบาลจีนที่จะทำระยะต่อไป

เส้นทางรถไฟสายนี้จะเริ่มจากคุนหมิง-ยวี่ซี-ผูเอ่อร์-ด่านบ่อหาน-ด่านบ่อเต็น-หลวงน้ำทา-ห้วยทราย-เชียงของ-เชียงราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากเมืองคุณหมิงมาถึงสิบสองปันนา คาดว่าจะเริ่มดำเนินการต่อจากโครงการเส้นทางรถไฟสายคุนหมิง-หนองคาย ที่รัฐบาลจีนและไทยได้ทำ MOU ที่จะสร้างร่วมกันแล้ว

นายเย่ว หู ประธานบริษัท เจ๋ฟง โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเจ๋ฟง ยูนนาน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทโลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทวางตำแหน่งให้พื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในเส้นทาง R3A ที่จะเชื่อมโยงไปยังตลาดอาเซียน สินค้ากลุ่มหลักที่ขนส่งมาจากจีน คือ พืชผลการเกษตร อาทิ ผักและผลไม้เกือบทุกชนิดที่ผลิตในมณฑลยูนนาน เช่น บร็อกโคลี ผักกาดขาว แอปเปิล องุ่น ส้ม ฯลฯ และเครื่องประดับของจีนที่มีปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก ส่วนสินค้าที่ได้ส่งจากไทยไปยังมณฑลยูนนานคือ มังคุด ทุเรียน และข้าวสาร เป็นต้น

ล่าสุดได้เตรียมลงทุนก่อสร้างโครงการศูนย์โลจิสติกส์ (โลจิสติกส์ฮับ) และคอมเพล็กซ์บิสซิเนสเซ็นเตอร์ครบวงจร ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เนื้อที่ 302 ไร่ ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ประมาณ 800 เมตร เงินลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท จะเป็นศูนย์โลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และให้บริการที่จุดเดียว (One Stop Service) เริ่มดำเนินการเฟสแรกก่อนคือ โลจิสติกส์ฮับ บนเนื้อที่ 149 ไร่ ใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มถมดินปรับพื้นที่แล้ว ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี

"กลุ่มทุนจีนจากหลายเมืองในมณฑลยูนนานต่างมุ่งใช้ระบบโลจิสติกส์ผ่านเส้นทาง R3A เกือบทั้งสิ้น จึงจำเป็นต้องมีศูนย์โลจิสติกส์ในการพัก ขนถ่าย และเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่จะส่งต่อไปที่กรุงเทพฯ และตลาดอาเซียน"

สำหรับพื้นที่อีก 153 ไร่ จะมีการลงทุนสร้างโรงแรมระดับ 4-5 ดาว อพาร์ตเมนต์ ฯลฯ เพื่อรองรับนักธุรกิจจีนและไทยที่เข้ามาทำการค้าขายในเส้นทาง R3A รวมถึงคนทำงาน ซึ่งจะมีคนเข้ามาอยู่ภายในโครงการโลจิสติกส์ฮับแห่งนี้ราว 2-3 หมื่นคน โดยโครงการจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งระบบภายใน 2 ปี

ด้านนายนิวัฒน์ ที่ปรึกษา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจ๋ฟง โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตนเป็นผู้ร่วมทุนกับบริษัทเจ๋ฟง โลจิสติกส์ ในส่วนของที่ดินที่จะพัฒนาโครงการทั้งหมด ซึ่งโครงการนี้จะรองรับความต้องการใช้บริการขนส่งสินค้าในเส้นทาง R3A ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นศูนย์โลจิสติกส์ครบวงจรที่วางรูปแบบให้เป็นศูนย์กระจายสินค้า มีคลังสินค้า ห้องเย็นที่จะเป็นสถานที่สำหรับวาง จัดเก็บ พัก และกระจายสินค้า รวมถึงมีพื้นที่คลังสินค้าให้เช่า ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ทำการค้าขายสินค้าพืชผักและผลไม้ในหลายจังหวัดของไทย จะมารับซื้อและขนถ่ายสินค้าที่นำเข้ามาจากเส้นทาง R3A เพื่อส่งไปยังตลาดอาเซียนด้วย

สำหรับการค้าการลงทุนในอำเภอเชียงของปัจจุบันพบว่า การลงทุนด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มทุนจีนขยายตัวมากขึ้น มีกลุ่มเจ๋ฟงเป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ที่สุด และมีกลุ่มทุนจีนและไทยอีก 5-6 ราย ที่ทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ อาทิ กลุ่ม KTY (จีน) กลุ่ม YYS (จีน) กลุ่มดอยตุง (ไทย) เป็นต้น

ส่วนการลงทุนด้านอื่นๆ ในอำเภอเชียงของที่ชัดเจนอีกธุรกิจหนึ่งก็คือ ธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีกลุ่มทุนไทย 3 ราย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและเตรียมที่จะก่อสร้างโรงแรมระดับ 3 ดาว และมีการลงทุนปลูกยางพาราจำนวนหลายหมื่นไร่ เพื่อป้อนวัตถุดิบไปยังตลาดจีน