ธรรมชาติ ธรรมชาติ ภูใจใส รีสอร์ทแอนด์สปา เชียงราย
Posted: Wed Oct 21, 2009 9:51 pm
มา “ภูใจใส” ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ก็ติดใจ... กระท่อมไม้ไผ่ลดหลั่นตามหน้าผา เดินย่ำเบา ๆ อยู่ในห้องตัวเอง ห้องข้าง ๆ ยังได้ยินกลางคืนเงียบ นอนฟังเสียงหรีดหริ่งเรไร ผสานเสียงใบไม้ร้องเพลง เพราะไม่มีทีวี วิทยุ ในห้อง แรกเปิดแอร์ก็ไม่มี
แล้วติดใจอะไร... ความเงียบไง อยู่กับตัวเอง นอนที่นี่ต้องมีหนังสือมาสักสองสามเล่ม อ่านเพลินเลย เหมือนวันเวลาเก่า ๆ กลับมาอยู่กับตัวเอง วันที่อ่านหนังสืออย่างสนุก มีความสุข ไม่ได้อ่านเพราะความจำเป็นหรืองานอาชีพบังคับ
จากนั้น ก็ได้ข่าวภูใจใสถูกไฟไหม้ แทบจะมองเห็นภาพกระท่อมไม้ไผ่ติดไฟ ลุกลามอย่างรวดเร็วตอนหน้าแล้งเดือนมีนาคม แทบใจหาย...ไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับรีสอร์ทเล็ก ๆ เงียบสงบ บนยอดภูแห่งนี้เลย
ปีนี้ กลับไปภูใจใส อีกครั้ง ได้คุยกับ คุณดา - หม่อมหลวงสุดาวดี เกรียงไกร ที่ปรับโฉม ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา เพิ่มขนาดพื้นที่และห้อง จากเดิมมี 35 ห้อง ตอนนี้มี 50 ห้อง เป็นกระท่อมไม้ไผ่และวิลล่า และวิลล่าที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว และนำเสนอแพ็คเกจสปาดีไซน์ใหม่ในแบมบู สปา (Bamboo Spa) พร้อมกิจกรรมหลากหลาย ให้เป็นวันพักผ่อนที่มีค่า คุ้มค่าคุณดาบอกว่า แต่แรกไม่ได้ตั้งใจมาทำรีสอร์ท มาทำบ้านให้นพพล โกมารชุน อยู่ด้านล่างของภูใจใส พอทำเสร็จก็ขึ้นมาดูเพราะเป็นที่ของคุณแม่ใจใส (คุณแม่คุณดา) ที่ซื้อไว้นานหลายปีแล้ว จนคุณแม่บอกคุณดาว่า ถ้าไม่ทำอะไรก็จะสร้างกุฏิถวายพระยันตระ ซึ่งก็มาก่อสร้างไว้ส่วนหนึ่ง ยังไม่เสร็จดีพระยันตระก็เกิดคดี ทำให้ท่านต้องไปอยู่ต่างประเทศ พอคุณดามาเห็นพื้นที่ก็เลยคิดทำบ้านพัก เป็นวีคเอนด์โฮม ทำไปทำมาต่อโน่นต่อนี่ก็กลายเป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ มีแค่ 10 ห้อง แล้วก็ไม่มีคนมาพัก แต่พอมีทัวร์มาเขาก็บอกว่าห้องไม่พอ ขอเพิ่มอีก 10 ห้อง จะมาเหมา ตอนแรกไม่มีแอร์ด้วย พอต่อเติมไปมาก็กลายเป็น 20 กว่าห้อง เริ่มเป็นที่คนรู้จัก แต่ไม่ทันไรก็เกิดเหตุไฟไหม้
“เริ่มไหม้ตั้งแต่ซอย 5 เกิดจากชาวบ้านเขาไล่ตัวตุ่น แล้วประกายไฟไปติดต้นเลา ก้านขาด ตัวดอกเลามีลูกไฟมาติดแล้วเกิดพายุหมุนมาลงกลางซอย 5 (ทางเดินในรีสอร์ท) มันก็ลามอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงชั่วโมงก็...”
คุณดาเล่าว่า ไฟไหม้ไปเกือบ 80% ลูกน้องร้องไห้กระจองอแง แถมวันรุ่ง ขึ้นมีทัวร์ฝรั่งเศสจะมากินกลางวัน 30 คน คนงานก็แตกตื่นตกใจไม่รู้จะทำยังไง“ก็ไปซื้อหม้อมาสิวะ...พอฝรั่งมาก็งง ทำได้ไง เราถึงบอกว่าเพราะเรามีธรรมะ ปฏิบัติธรรม ทำให้เรามีสติ ซึ่งช่วยเราได้มากเลย ตอนเห็นไฟไหม้เราก็ยืนตัวสั่น ตัวชาไปหมด ไหม้หมดแล้วเราจะทำยังไง จะไปอยู่ที่ไหน เราไม่มีเงินเลย แล้วก็คิดถึงบ้านไทย (ที่กรุงเทพฯ) ยกมือไหว้พระ ไหว้บรรพบุรุษว่าเราจะขายนะ เพื่อนำเงินมาปรับปรุงที่นี่ใหม่ พอคิดได้คืนนั้นก็นอนหลับ คือธรรมะที่สอนให้เรามีสติ อยู่กับปัจจุบัน เกิดปัญหาก็คิดได้ มันไม่ตายต้องปลงได้ ตัดได้ ตัดสินใจหาเงินมาทำเลย”
และ “ธรรมะ” นี่เอง ที่ทำให้ภูใจใส รีสอร์ท เป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรม ฟรี..สำหรับชาวพุทธ จัดทุกปีประมาณเดือนกันยายน ปีละหนึ่งสัปดาห์
“ปิดรีสอร์ทเลย ให้มาปฏิบัติธรรม และทำบุญให้คุณแม่ใจใส รับปีละ 70 คน แต่ปีนี้มา 80 โทรมาจองก่อน ไม่เก็บตังค์เลย มีอาหารมังสวิรัติให้กิน ทำอย่างนี้ติดต่อกันมาทุกปี มีคนมาเพิ่มขึ้นทุกปี วัยรุ่นก็มี ดาราก็เยอะมีหมอโทรมาบอกว่าเครียดมาก ขอมา...เราก็บอกว่าเชิญเลยเพราะหมอนี่ต้องรักษาคนไข้ เครียดมาก ๆ เดี๋ยวเอามีดไปเสียบคนไข้ มีคนหนึ่งบอกว่าจะฆ่าตัวตาย ก่อนตายขอมาสงบสติอารมณ์ก่อน ก็ให้เขามา พอมาแล้วก็กลับบ้านด้วยจิตใจที่แข็งแรง”
คุณดาบอกว่า ปีนี้มีท่าน ว.วชิรเมธี มีภิกษุณี เป็นวิทยากรมาบรรยาย เช้าตื่นตีสี่ มาปฏิบัติธรรมกลางขุนเขา เดินจงกรม ให้อยู่กับตัวเอง บางคนมาบอกคุณดาว่า... 3 วันแรกเหมือนอยู่ในนรก แต่ 4 วันหลัง ไม่อยากกลับเลย...
ใครพลาดปฏิบัติธรรมบนยอดภู ปีหน้าต้องติดต่อใหม่ แต่สำหรับโปรแกรม ภูใจใส รีเฟรช (Phu Chisai Refresh) จัดขึ้นเอาใจแขกที่มาพัก ให้มาทำทรีทเม้นท์ในสปา 3 วัน นอนในกระท่อมไม้ไผ่ ซึ่งยังคงไม่มีทีวี แต่ติดแอร์ น้ำอุ่นพร้อม
พื้นไม้ไผ่ที่เคยเดินปุ๊บก็ได้ยินเสียงยอบแยบ ตอนนี้ปรับเป็นพื้นซีเมนต์ผสมดินลูกรังจากดอยดินแดง ได้เป็นสีมารูน - คุณดาบอกว่า เป็นสีดินตามธรรมชาติ บ้านดินที่คุณดา ลงมือก่อสร้างเองก็ได้ภูมิปัญญาจากชาวเขา
"แถวนี้มีแต่ชาวเขา อาข่า จีนฮ่อ เราไปถามเขา ๆ บอกว่าให้ใส่ขี้วัว เราไม่ใส่กลัวเหม็นไง... แต่จริง ๆ มันคือกาว เราโง่ไงตอนแรก พอไม่ใส่โดนน้ำก็ละลาย ตอนหลังเริ่มเชื่อเขา นี่เราพัฒนามาเป็นปีที่ 4 แล้วนะ บ้านดินอยู่ภาคเหนือนี่พอหน้าร้อนก็ไม่ร้อน หน้าหนาวก็ไม่หนาว เย็นสบาย สร้างเป็นรูปโดม สีดินแท้ ๆ เลย เป็นธรรมชาติมากแล้วก็ประหยัดต้นทุน"
หลังคาใบตองตึงที่เคยเห็น ยังพอมีอยู่ ส่วนทางเดินเป็นซีเมนต์สีมารูน ตัดกับสีเขียวของใบไม้ เดินเล่นตามซอกซอยในภูใจใส คล้ายเป็น "สีบำบัด" ประมาณนั้น
“ส่วนโปรแกรมที่ออกแบบมาใหม่ อยากให้เป็น Body & Mind ได้พักผ่อนกายใจ ให้ Clear mind ต่างชาติเขามีอยู่แล้ว เวลาเขามาพักสัก 8 วันนี่ เขาไม่ทำอะไรเลยนะ มากินให้อิ่ม อาหารออร์แกนิค อีกสองวันสุดท้ายก็ไปทัวร์ นักเขียนมาอยู่แต่ในห้อง หรือไปวาดรูป ไปปั้น ไปว่ายน้ำ เพื่อนเคยถามว่ามาไม่ทำอะไรเลยหรือ เราก็บอกว่าใช่...มานั่งเฉย ๆ ให้จิตใจลอย นี่คือ Clear mind อยากให้รู้จักการพักผ่อนหย่อนใจ คำนี้มีความหมายลึกซึ้งนะ พอเราได้สัมผัสจริง ๆ เราจะรู้สึกสบายสุด ๆ มาเจอความเขียว อากาศสดชื่น ธรรมชาติคือธรรมะ”
ใกล้หนาว... อากาศแถวนี้ก็สบายสุด ๆ แล้ว มองเห็นทิวเขาไกลสุดสายตา สีเขียวอยู่รอบตัว กับโปรแกรม "รีเฟรช" ซึ่งเราเป็นหนูทดลองกลุ่มแรก ลองดูแล้วต้องฟันธงว่าเวิร์ค โปรแกรมโดยย่อ ๆ คือวันแรกพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทางแล้วก็ไป "แบมบู สปา" โปรแกรมนี้สนุกคือจัดเวิร์คช็อปให้แขกทำสครับผิวด้วยตัวเอง หลังจากเรียนรู้สรรพคุณของสมุนไพรต่าง ๆ ที่ปลูกแบบออร์แกนิค ในไร่ของภูใจใส เอามาทำสครับสูตรที่เหมาะสมกับสภาพผิว โดยผู้จัดการสปาคนสวย - คุณอ้อน จะให้คำแนะนำและเธอตามใจทุกคน ใครอยากได้สูตรสวยใส สูตรขจัดเซลล์ผิว สูตรดีท็อกซ์ผิว ได้ทั้งนั้น
บรรดาสาว (อยากสวย) ก็ละเลงสมุนไพรที่สกัดเป็นผงแล้ว ผสมกันเข้าไป มีตัวที่ทำให้เป็นเนื้อครีมเข้มข้นคือผสมนมสด โยเกิร์ต น้ำผึ้ง เติมน้ำนิดหน่อย มีชนิดที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นคือผงข้าวโอ๊ต ข้าวกล้องงอก งาขาว งาดำ เพราะเป็นธัญพืชที่มีน้ำมันธรรมชาติ ส่วนผสมอื่น ๆ ก็แล้วแต่ประสงค์ เช่น ทานาคา สมุนไพรสูตรสวยของสาวพม่า ช่วยลดอาการอักเสบของผิว มีเอเอชเอ ปรับผิวให้ขาวขึ้น ลดฝ้า กระ ควบคุมความมันของผิว ผงขมิ้น ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ปรับสาพผิว ดินสอพอง สมุนไพรไทยช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง ลดสารพิษตกค้าง แก้ผดผื่น ลดความร้อน เหมาะกับทุกสภาพผิว ไพล ลดอาการฟกช้ำ บำรุงผิวแห้ง
ทุกคนตักส่วนผสมอย่างละช้อนสองช้อน คนส่วนผสมให้เข้ากัน มอบให้เธอราพิสต์ไปสครับผิว รวมเวลา 45 นาที เข้าห้องสตีมด้วย สครับผิวแล้วอาบน้ำ ออกมาชะโลมน้ำมันให้เนื้อตัวสบาย ผิวชุ่มชื่น เสร็จสรรพก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี
ดินเนอร์มื้อใหญ่มื้อแรกเป็นอาหารไทย กับอาหารเหนือ มีสารพัดในบรรยากาศโรแมนติกที่สุด ลมพัดเย็นสบาย เราเริ่ม Clear body and mind กันตั้งแต่วันแรก แล้วกลับไปนอนอ่านหนังสือเงียบ ๆ อย่างมีความสุข
วันที่ 2 ก็ไปสปาอีก แต่ตอนเช้าเร้าใจยิ่งกว่า เพราะจะได้ไปเด็ดใบชาจริง ๆ ที่ปลูกตามไหล่เขา แบบออร์แกนิค จิบชาอู่หลง ที่ปลูกไว้เพื่อบริการแขกที่พักในภูใจใส ใครติดใจก็ซื้อกลับบ้านได้ มั่นใจว่าเป็นออร์แกนิคแท้ ตอนสาย ๆ ชมสวนผักออร์แกนิค ปลูกจริงใช้จริง ตอนกลางวันก็กิน ยำยอดชา กับอาหารตามสั่ง เดินเล่นพักผ่อนวนไปเวียนมาตามซอยเล็กซอยน้อย (ทางเดินในภูใจใส) ถ่ายรูปเล่นเป็นที่ระทึกแล้วก็ได้เวลาไปสปาอีกครั้ง คราวนี้เป็นโปรแกรมนวดตัว มี 3 ทรีทเม้นท์ให้เลือก ได้แก่ นวดลูกประคบสมุนไพร นวดปรับสมดุล และนวดหินภูเขาไฟ ใช้เวลา 1 - 2 ชั่วโมง
นวดเสร็จได้เวลาอาหารเย็น หม่ำเสร็จได้เวลาเดินเล่น นั่งรถไปถนนคนเดิน จากยอดภูเข้าเมืองใช้เวลาชั่วโมงเศษ ๆ อยากช็อปปิ้งบำบัดก็ได้เลย เสื้อผ้า-อาหาร-ของแต่งบ้าน ดูนักศึกษาหาของมาขาย เล่นดนตรีพื้นเมือง แล้วก็กลับภูไปอ่านหนังสือต่อ วันนี้ไม่มีใครเรียกหาทีวี เพราะเริ่มคิดได้ว่า หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุด
วันที่ 3 ก็ไปสปาอีก แต่ตอนเช้าเข้าโปรแกรม Morning Yoga Mist ไม่ต้องพึ่งห้องแอร์เลยเพราะอากาศเย็นสบาย ลมพัดอ่อน ครูอ้อน - สอนโยคะเนิบช้า ใครอยากไปขั้นแอ๊ดวานซ์บอกได้ ครูสอนได้หมด โยคะยืดเส้นยืดสายแล้วก็หิวพอดี อาหารเช้าที่นี่มีบริการทุกอย่าง แบบฝรั่ง แบบไทย อิ่มดีแล้วก็เตรียมตัวไปวาดรูป เป็นการฝึกสมาธิอีกอย่างหนึ่ง ครูสอนวาดสีน้ำที่ดูเหมือนง่าย หากทุกคนก็วาดอย่างเพลิดเพลิน ลืมเวลาอาหารเที่ยงกันไปเลย
จบมื้อเที่ยงไปสปาอีกแล้ว คราวนี้ชวนไปทำสวย นวดหน้าด้วยโปรแกรมทรีทเม้นท์ให้เลือกตามสภาพผิวของแต่ละคน เป็นโปรแกรมสปาครั้งที่ 3 ไปสามวันไปสปาทุกวัน ใครชอบแพ็คเกจนี้ติดต่อจองโปรแกรมสวยสบาย 3 วันได้ แต่ถ้าอยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติหลาย ๆ วัน ก็จัดวันว่างของตัวเองแล้วไปนอนเล่น อยู่เฉย ๆ ให้ร่างกายได้พักผ่อนจริง ๆใครอยู่นานกว่า 3 วัน อย่าคิดว่าจะเบื่อกันง่าย ๆ เพราะภูใจใส จัดเวิร์คช็อปเอาใจแขก (หรือถ้าใครอยากอยู่ว่าง ๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ไม่มีใครว่า) เช่น งานปั้นดินเผา คุกกิ้งคลาส วอล์คแรลลี่แอนด์เทรคกิ้ง เดินสำรวจรอบเขาไปจนถึงไร่ชา ฝรั่งชอบมาก คนไทยขอนั่งรถแล้วเดินนิดหน่อยแต่ฝรั่งเดินตลอด ใช้เวลา 2-4 ชั่วโมง มีกิจกรรมขี่ม้าด้วย หรือล่องแพไปตามลำน้ำแม่ขามแล้วเดินป่าย่อย ๆ
แต่ขอแนะนำว่า ควรมาพักมากกว่า 3 วัน และควรอยู่เฉย ๆ เดินไปเดินมา ตกดึกอ่านหนังสือ เพื่อให้กาย-ใจ ใสสะอาด ให้ธรรมชาติชะล้างสารพิษตกค้างในใจ มากินอิ่ม นอนหลับ เข้าสปา หรือไปปั้นหม้อ วาดรูป เก็บใบชา แม้ไม่ได้มาเดินจงกรม ปฏิบัติธรรม แต่เวลาที่เราอยู่เฉย ๆ อยู่กับตัวเอง ท่ามกลางธรรมชาติ ทำให้เราลืมเรื่องทุกข์ร้อน หรือทำใจกับเหตุการณ์ทางโลกย์ได้หลายอย่างเรื่องนี้คุณต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง หาเวลาไปนัดล้างใจ ฟอกให้ใจกลับมาใสสะอาดอีกครั้ง...
หมายเหตุ : ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา บริการห้องพักแบบกระท่อมไม้ไผ่และวิลล่า ราคาเริ่มต้นห้องพักแบบซุพีเรียร์ คืนละ 4,000 ++ บนเนื้อที่ 65 ไร่ บนดอยแม่สลอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตร อยู่ห่างจากสนามบินเชียงรายประมาณ 35 กิโลเมตร สำรองห้องพักโทร.053-910-500-28, http://www.phu-chaisai.com" onclick="window.open(this.href);return false;
แหล่งข่าว: http://www.bangkokbiznews.com" onclick="window.open(this.href);return false;