ธุรกิจเที่ยวลาวใต้ ศึกไทย-เวียดนาม
Posted: Thu Nov 12, 2009 3:20 pm

ทรัพยากรธรรมชาติของลาวตอนใต้ยังอุดมสมบูรณ์เอื้อให้มีน้ำตกสวยใส ป่าไม้ร่มรื่น สูดลมหายใจได้อย่างเต็มปอด เหล่านี้ เป็นเสน่ห์ดึงให้นักธุรกิจท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปลงทุน ศูนย์กลางลาวใต้อยู่ที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก

ปากเซเป็นเมืองใหม่ เพิ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ หลังจากลาวเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวประมาณปี พ.ศ. 2542 การเติบโตอย่างเร่งร้อนของปากเซ ยัดเยียดความเงียบเหงาให้ตัวเมืองเก่าอย่างจำปาสักอย่างมิอาจทัดทานได้
นักธุรกิจที่เข้าไปยึดหัวหาดในแขวงจำปาสัก หรือนัยหนึ่งคือ กล่องดวงใจของลาวใต้รุ่นแรกๆ คือ นางดาวเรือง ลิตดัง เป็นนักธุรกิจเชื้อสายเวียดนาม ปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของกิจการโรงงานกาแฟ เจ้าของตลาดใหญ่ในปากเซ ที่ชาวบ้านเรียกว่า ตลาดดาวเรือง รวมทั้งตลาดราวเรืองที่วังเต่า ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งแดนกับช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี
คนที่อยู่ในแขวงจำปาสัก นอกจากลาวเจ้าของประเทศแล้ว คนเวียดนามก็เข้ามาทำมาหากินอยู่ไม่น้อย บางคนเข้ามาตั้งแต่สมัยลาวและเวียดนามจับมือกันรบกับสหรัฐอเมริกา ขณะที่บางคนเข้ามาหลังลาวเปิดประเทศ
ดังนั้น เจ้าของไร่ชา กาแฟ ในแขวงจำปาสักไม่น้อยเป็นเวียดนาม
ส่วนนักธุรกิจไทยก็เข้าไปลงทุนก็ไม่น้อยเช่นกัน รายที่รู้จักกัน เช่น เจ้าของสัมปทานตาดผาส้วม และเจ้าของสัมปทานตาดฟาน เป็นต้น
เจ้าของสัมปทานตาดผาส้วมคือ นายวิมล กิจบำรุง นักธุรกิจหนุ่มใหญ่จากอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้รับสัมปทานน้ำตกผาส้วมจากรัฐบาลลาว แล้วพัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของลาวใต้
วิมลเข้า ไปสำรวจช่องทางธุรกิจตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เมื่อชมชอบบรรยากาศของตาดผาส้วมแล้ว จึงเข้าไปสำรวจอย่างจริงจังว่าจะพัฒนาจุดไหน อย่างไรบ้าง ด้วยความใส่ใจและทุ่มเท วิมลจึงได้รับสัมปทานอุทยานแห่งชาติบาเจียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำตกตาดผาส้วมจากรัฐบาลลาว
การพัฒนาน้ำตกธรรมดาๆให้สวยงาม วิมลนับว่ามีความอุตสาหะยิ่ง

ท้าวคำสอน
เริ่ม จากศึกษาทางเดินของน้ำ แล้วนำเอาก้อนหินไปวางในจุดต่างๆสลับกันไป เพื่อให้กระแสน้ำมากระทบ กระเซ็นซัดสาดตามต้องการ แล้วยังตระเวนไปชักชวนชนเผ่าต่างๆเข้ามาอยู่ และใช้ชีวิตอยู่ในอุทยานแห่งชาติบาเจียงอีกด้วย
ผลงานที่สร้างสรรค์ แม้จะสวยงาม แต่วิมลแทบไม่ทันได้เห็น เพราะติด เชื้อไข้มาลาเรียอย่างรุนแรง ทำให้ป่วยอย่างหนัก จนสายตามองไม่เห็นอะไร แต่ด้วยพลังศรัทธาแห่งชีวิต ทำให้วิมลไม่ย่อท้อ รักษาตัวเองจนกระทั่งปัจจุบันสามารถมองเห็นผลงานของตนเองแล้ว แม้จะไม่ชัดเจนเหมือนคนปกติก็ตาม
ศักยภาพการดึงดูดนักท่องเที่ยวของ ตาดผาส้วม มีน้ำตกสวยงาม ธรรมชาติร่มรื่น และพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าที่วิมลได้จำลองบ้านเรือนของชนเผ่าต่างๆมาให้ชม
นักธุรกิจไทยอีกคนหนึ่งที่เข้าไปลงทุนในปากเซ แขวงจำปาสัก คือ กฤษณา หาระสาร เดิมเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเข้าไปเที่ยวตาดฟานเกิดหลงเสน่หาป่าเขา จึงเข้าไปขอสัมปทานจากรัฐบาลลาว จากนั้นได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์

วิลเลี่ยม
กฤษณา บอกว่า สาเหตุที่เลือกตาดฟานเพราะว่า อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม แรกๆเข้าไปเยี่ยมญาติฝั่งลาว เมื่อเห็นความยากลำบากของชาวบ้านเลยเข้าไปพัฒนาพื้นที่ขึ้นมา โดยมีหลักคิดว่า การพัฒนานั้นต้องไม่ทำลายธรรมชาติและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าต่างๆ
"แรกๆเข้าไปตาดฟาน ถนนฝุ่นแดงฟุ้งกระจาย เราก็เข้าไปทำถนน ดึงไฟฟ้าเข้าไปให้ชาวบ้านและเข้าที่พัก เดี๋ยวนี้เรากำลังจะสร้างโรงเรียนเพื่อให้คนพื้นที่ แม้เราจะสร้างที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่เราไม่ได้สนใจเรื่องกำไร
เราตระหนักอยู่เสมอว่า การพัฒนาของเราต้องไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าเจือปนไป เราอยากให้เป็นไปตามธรรมชาติให้มากที่สุด" กฤษณาบอก
นักธุรกิจท่องเที่ยว Mr.Willem Nlemeijer ชาวเนเธอร์แลนด์ เจ้าของบริษัททัวร์คีรีทราเวลและคีรีโวยาจ อีกหนึ่งที่หลงเสน่ห์ลาวใต้
วิลเลียมบอกว่า ศักยภาพการท่องเที่ยวของลาวใต้ว่ามีสูงมาก เพราะมีป่า เขา เกาะแก่งกลางแม่น้ำโขง โบราณสถานและน้ำตกหลายแห่ง แต่ละแห่งห่างกันไม่มากนัก เอื้อให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมได้ในระยะเวลาไม่นาน
"แรกๆมา เห็นก็คิดว่าน่าสนใจ ราวปี พ.ศ.2542 ลาวเปิดประเทศแล้วหันมาใส่ใจกับเรื่องท่องเที่ยว จึงได้เข้ามาบุกเบิกทัวร์ลาวใต้ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากลูกทัวร์เป็นอย่างดี" วิลเลียมบอก
สำหรับปี พ.ศ.2552 นี้ วิลเลียมบอกว่า การท่องเที่ยวลาวใต้ไม่ค่อยดีนัก เพราะว่าเศรษฐกิจโลกแย่ ทั้งยุโรปและอเมริกาโดนกันมาก ทำให้นักท่องเที่ยวทางยุโรปลดลง แต่ประเทศที่ไม่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างอินเดียยังมี จึงได้ลูกค้าจากอินเดียเข้ามาเที่ยวแทน
เมื่อถามถึงปัญหาวิกฤติการ เมืองไทย วิลเลียมบอกว่า กระทบต่อการท่องเที่ยวลาวใต้อยู่เหมือนกัน เพราะว่าสนามบินสุวรรณภูมิคือจุดที่นักท่องเที่ยวมาลง แล้วกระจายออกเที่ยวประเทศต่างๆ
เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นมา นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งก็หันไปทางอื่นที่คิดว่าปลอดภัยกว่า
ธุรกิจทัวร์ของวิลเลียมมีคีรีทราเวล สำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวไทย ลาวใต้ และประเทศข้างเคียง และมีคีรีโวยาจ พานักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวยังประเทศต่างๆทั่วโลก รับตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจนถึง 30 คน ทำมากว่า 15 ปีแล้ว
ล่าสุดเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไทยเดินสู่ลาวใต้อย่างเต็มศักยภาพ
นักธุรกิจไทยที่จัดทัวร์สู่ลาวใต้อีกราย เพชรรัตน์ แซ่ตั้ง เจ้าของอุบล ศักดาทัวร์ บอกว่า ลาวใต้มีนักท่องเที่ยวถึง 80% เป็นคนไทย และมีนักลงทุนไทยจากอุบลฯและศรีสะเกษไปลงทุนธุรกิจก่อสร้างและโรงแรม

กฤษณา
ขณะนี้นักลงทุนจากเวียดนามมาแรง เนื่องจากลาวใต้เป็นจุดที่ผ่านเข้าสู่เวียดนามที่เมืองอัตตะปือของลาว เพื่อไปยังเมืองดาลัด นาตรัง และโฮจิมินห์ซิตี้ได้
เธอเตือนว่า การลงทุนในลาวต้องระวังเรื่องข้อกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายในแต่ละแขวงนั้นไม่เหมือนกัน เช่น แขวงจำปาสักต่างกับแขวงสะวันนะเขตซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นต้น
สำหรับเจ้าของประเทศ ท้าวคำสอน สุวรรณคีรี มัคคุเทศก์ลาวบอกว่า นักท่องเที่ยวลาวใต้เป็นคนไทยถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เดือนที่เข้าไปเที่ยวลาวมากที่สุดคือ ตั้งแต่มกราคมเรื่อยไปจนถึงต้นๆพฤษภาคม เพราะว่าน้ำตกจะสวยใส การเดินทางสะดวกและอากาศดี
ผลจากวิกฤติทางการเมืองไทย ท้าวคำสอนเห็นพ้องกับวิล-เลียมว่า ส่งผลต่อการท่องเที่ยวลาวใต้โดยตรง เพราะว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่บินมาลงสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นค่อยกระจายไปเที่ยวประเทศต่างๆ เมื่อหวั่นเรื่องความปลอดภัยก็หันไปเที่ยวทางภูมิภาคอื่น
"ช่วงปิด สนามบิน นักท่องเที่ยวยกเลิกไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ บริษัททัวร์ในลาวแทบเจ๊งไปตามๆกัน เราทำงานกันทั้ง 24 ชั่วโมง เพราะต้องไปส่งผู้โดยสารไปยังโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ต้องเสียค่าเช่ารถให้ ส่วนคนที่ยังไม่ได้มาก็บอกยกเลิก" ท้าวคำสอนบอก
ผลพวงจากเหตุการณ์นั้น ท้าวคำสอนยังบอกว่า ทำให้นักท่องเที่ยวลาวใต้ ลดลงไปเรื่อยๆ ต้องรอความหวังว่าปีใหม่ที่จะถึงนี้คงจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง
เมื่อถามถึงนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาลลาว ท้าวคำสอนบอกว่าฝ่ายวัฒนธรรมบอกว่าไม่อยากเปิดมาก เพราะวัฒนธรรมอันดีงามจะหายไป แต่ฝ่ายท่องเที่ยวก็เห็นว่าควรเปิด เพราะมีรายได้จากการท่องเที่ยวแต่ละปี มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ
ธุรกิจเที่ยวลาวใต้ ทั้งเวียดนามและไทยเข้าไปเปิดศึกเต็มพิกัด ใครจะรุ่งใครจะร่วง ย่อมขึ้นอยู่กับชั้นเชิงทางธุรกิจของตนโดยแท้
แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/45995" onclick="window.open(this.href);return false;