Page 1 of 1

อะมาดิอุสเชื่อท่องเที่ยวเอเชียฟื้น

Posted: Fri Nov 27, 2009 9:25 pm
by Sam
Image2 บิ๊กธุรกิจโลก ชี้ธุรกิจท่องเที่ยวในเอเชียฟื้นตัวดีกว่าทวีปอื่น อะมาดิอุส มั่นใจปี 53 แม้ไม่เท่ากับกับปี 50 แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ ขณะที่โบอิ้งประเมินธุรกิจขนส่งทางอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีความต้องการเครื่องบินใหม่ถึง 2,100 ลำ ชี้เศรษฐกิจโลกถึงจุดต่ำสุดของวิกฤติ ขณะนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของเศรษฐกิจขาขึ้น

นาย เดวิด เบรทท์ ประธานกรรมการ อะมาดิอุส เอเชีย แปซิฟิก (ผู้ให้บริการระบบสำรองที่นั่งแบบเบ็ดเสร็จและระบบตัวแทนจำหน่ายด้านการ ท่องเที่ยวทั่วโลกหรือGDS)เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงภาพรวมธุรกิจในปี 2553 ว่า จากการคาดการณ์ของผู้รู้หลายท่านที่ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกจะ ฟื้นตัวดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั้งยุโรปและอเมริกา ตนจึงเชื่อมั่นว่าตัวเลขการเดินทางและท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะ กระเตื้องขึ้น แม้จะไม่มากนักและอาจเทียบเท่ากับปี 2550 แต่ก็เป็นสัญญาณที่บอกถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี

ดังนั้นเพื่อรองรับกับทิศทางธุรกิจที่เริ่มฟื้นตัวในปีหน้า อะมาดิอุสได้จัดทำแผนธุรกิจโดยเน้นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับตลาดเอเชีย-แปซิฟิกและตอบรับ กับความต้องการของลูกค้าทั้งสายการบิน โรงแรม และเอเยนต์ทัวร์ ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากัน โดยจะพัฒนาระบบการจอง ให้มีความเหมาะสมกับการจัดสรรเวลา การเงิน ให้กับกลุ่มธุรกิจ เช่นที่ผ่านมาทางอะมาดิอุสได้ขยายธุรกิจในจีน ผ่านข้อตกลงกับสายการบินไชน่า เซาเทิร์น ในการใช้งานโซลูชันอี-รีเทลล์ (e-Retail) ซึ่งสามารถเสริมศักยภาพด้านการจองตั๋วออนไลน์สำหรับลูกค้าที่เดินทางภายใน ประเทศและนอกประเทศทั้งหมด

รวมถึงโซลูชั่น อี-คอมเมิร์ซที่ให้บริการกับสายการบินหลักๆ ทั้งหมดในจีน เช่น แอร์ไชน่า คาเธ่ย์แปซิฟิค สายการบินไชน่าอีสเทิร์น ดราก้อนแอร์ และสายการบินฮายนาน นอกจากนี้ ยังได้ทำข้อตกลงกับสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งถือเป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ชั้นนำ ในการใช้โซลูชันไร้บัตรโดยสารของอะมาดิอุส (Amadeus Ticketless Access) ซึ่งทำให้ตัวแทนท่องเที่ยวโลกสามารถจองตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียได้ในทิศทาง เดียวกัน

นายเดวิด กล่าวอีกว่า ทั้งในปีหน้าอะมาดิอุสก็เตรียมที่จะเพิ่มสำนักงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อีก 2 แห่ง ที่เมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย และเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม พร้อมกันนี้ยังได้มีการลงนามในสัญญาสำคัญๆ กับสายการบินต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิก ได้แก่ สายการบินแอร์เอเชีย เซาท์ อีสต์ อาเซียน (ซีแอร์) และเซสท์ แอร์เวย์ส พร้อมทั้งการลงนามในบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการเซ็นสัญญากับการบินไทยแล้ว และอยู่ระหว่างการประเมินผลของระบบการบริหารจัดการลูกค้าอัลเทีย (Altea CMS) หลังจากสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค สิงคโปร์แอร์ไลน์ส แควนตัส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายการบินในกลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์ได้ใช้ระบบนี้แล้ว
อย่างไรก็ตามขณะนี้อะมาดิอุสอยู่ระหว่างการเจรจากับสายการบินชั้นนำอีกหลาย สาย ในการเลือกใช้ระบบอัลเทีย และคาดว่าในปีหน้าจะเซ็นเอ็มโอยูกับสายการบินอีกประมาณ 5-6 สายการบิน นอกจากนี้ ทางอะมาดิอุสยังจะขยายฐานลูกค้ากลุ่มตัวแทนท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิก ในการใช้ระบบตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก (GDS) สำหรับกลุ่มโรงแรมอิสระและโรงแรมระดับกลางผ่านความร่วมมือกับเดอร์บี้ซอฟท์ ไชน่า (DerbySoft China) รวมถึงการเปิดตัวอะมาดิอุส โฮเทล สโตร์ (Amadeus Hotel Store) สำหรับสำรองที่นั่งเพื่อให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น จากขณะนี้ (2552) มีลูกค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้นถึง 19,500 ราย

นายเดวิด กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2552 แม้จะถือเป็นปีที่สภาพเศรษฐกิจการท่องเที่ยวตกต่ำทั่วทั้งภูมิภาค เนื่องจากความกดดันจากวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ส่วนแบ่งทางการตลาดของอะมาดิอุสจากตัวแทนท่องเที่ยวในธุรกิจการจองตั๋ว เครื่องบินในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิกเติบโต 33% และตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้อะมาดิอุสยังเป็นผู้นำด้านการจองตั๋วออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วนการเติบโต 18.8% ครองส่วนแบ่งตลาด 51% จากตัวแทนจำหน่ายตั๋วออนไลน์ทั้งหมดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ถือเป็นประเทศที่มีส่วนผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดอะมาดิอุสโตขึ้น 2% ส่วนประเทศไทย ถือว่ายังเป็นประเทศที่น่าจะเติบโต และเชื่อมั่นว่าหากไม่มีวิกฤตการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศในปี 2553 ธุรกิจท่องเที่ยวและการเดินทางของไทยจะเติบโตได้ดี

ขณะที่นายแรนดี้ ทินเซธ รองประธานฝ่ายการตลาด โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลน กล่าวคาดการณ์ตลาดเครื่องบินพาณิชย์ในอีก 20 ปีต่อจากนี้ว่าตลาดโลกจะต้องการซื้อเครื่องบินพาณิชย์ใหม่รวมทั้งสิ้น 29,000 ลำ รวมมูลค่า 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2571 ซึ่งในจำนวนนี้ ประมาณ 27% เป็นเครื่องบินที่สายการบินต่างๆได้มีคำสั่งซื้อไปแล้ว และมีค่าเฉลี่ยเท่าๆ กันทั้งในเรื่องของประเภทเครื่องบิน ซึ่งมีการสั่งซื้อทุกประเภท รุ่นของเครื่องบิน และเป็นการสั่งซื้อจากทุกภูมิภาคทั่วโลกพอๆ กัน

สำหรับธุรกิจขนส่งทางอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีศักยภาพที่จะเติบโตสูงในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยจะมีความต้องการเครื่องบินใหม่ถึง 2,100 ลำทั่วภูมิภาค รวมมูลค่าถึง 330,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯรวมทั้งนับถึงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โบอิ้งได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินที่กำลังรอผลิตและเพิ่งสั่งซื้อรวม ทั้งสิ้น 3,400 ลำ มูลค่ารวม 254,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามจากภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจทั่วโลกส่งผลกระทบต่อสายการบินต่างๆ และผู้ที่อยู่ในธุรกิจขนส่งทางอากาศ เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันผันผวนมาก

แต่ข้อมูลที่เราศึกษาชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มว่า โลกของเราเดินมาถึงจุดต่ำสุดของวิกฤติทางเศรษฐกิจแล้ว ขณะนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของเศรษฐกิจขาขึ้น แต่คงต้องใช้เวลานานมากหน่อยที่จะฟื้นตัวเต็มที่

ขณะเดียวกันโบอิ้งคาดว่าภาวะเศรษฐกิจของโลกจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตเท่ากับ สมัยเมื่อปี 2551 อีกครั้งในปี 2553 สำหรับเศรษฐกิจไทย คาดว่าในปีนี้จะหดตัวประมาณ 3% แต่คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 5% ในปีหน้า ก่อนที่จะขยายตัวในอัตราเฉลี่ยคงที่ประมาณ 4.5% ต่อปีหลังจากนั้น

นายทินเซธ กล่าวต่อว่า สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น อัตราการเติบโตของการจราจรทางอากาศจะสูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ การเดินทางทางอากาศจะมีการเติบโตในอัตราประมาณ 6.5% ในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจอาเซียนจะเติบโตในอัตราประมาณ 4.6% เมื่อพิจารณาเฉพาะตลาดเอเชีย-แปซิฟิกทั้งหมด คาดว่าอัตราการเติบโตของตลาดการขนส่งทางอากาศน่าจะอยู่ในระดับ 6.9% ในระยะ 20 ปีข้างหน้า

"การเดินทางในเอเชีย-แปซิฟิกมีปริมาณสูงมากและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะการเดินทางในเอเชีย-แปซิฟิกคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 41% ของการเดินทางทั่วโลกใน 20 ปีต่อจากนี้ ซึ่งเพิ่มจาก 32% ในปัจจุบัน ที่จริงแล้วในระยะเวลาประมาณ 10 ปี เอเชีย-แปซิฟิก จะเป็นตลาดการเดินทางทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว" ทินเซธกล่าวในที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,482 26 พ.ย. - 28 พ.ย. 2552 http://www.thannews.th.com/index.php?op ... Itemid=448" onclick="window.open(this.href);return false;