ททท.ตั้งเป้าขยับตลาดทั่วโลก11.5% เงินสะพัด9.6แสนล.-เน้นราคา

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ททท.ตั้งเป้าขยับตลาดทั่วโลก11.5% เงินสะพัด9.6แสนล.-เน้นราคา

Post by Sam »

ททท.ตั้งเป้าขยับตลาดทั่วโลก11.5% เงินสะพัด9.6แสนล.-เน้นราคาไม่สูงมัดใจ

Imageสมาพันธ์ ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สทภท.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2552 ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศจากทั้ง 76 จังหวัด จำนวน 350 คน เพื่อร่วมกันกำหนดแผนตลาดการท่องเที่ยวปี 2553 ให้ตรงกับสภาวการณ์ปัจจุบัน พร้อมทั้งปรับยุทธศาสตร์ของการพัฒนา กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

นาย สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คนใหม่ บรรยายพิเศษ หัวข้อ "แผนการตลาดการท่องเที่ยว ปี 2553" ด้วยว่า แผนตลาดการท่องเที่ยวในปี 2553 ยังไม่สามารถกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนได้ เนื่องจากไทยยังมีสภาวะความผันผวนอยู่หลายประการ จากการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการยังคงเน้นเรื่องของอะเมซิ่งไทยแลนด์ เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เป็นจุดขายที่ใช้สื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างประเทศ จะดำเนินการในกลุ่มตลาดที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อย รวมทั้งการพลิกฟื้นตลาดที่สำคัญและการหาตลาดใหม่ ซึ่งในปี 2553 กำหนดเป้าหมายว่า จะเพิ่มตลาดต่างประเทศขึ้นอีก 6% มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว 14 ล้านคน และมีเงินหมุนเวียน 5.3 แสนล้านบาท สำหรับตลาดในประเทศตั้งเป้าเพิ่มขึ้น 5.5% มีเงินหมุนเวียนภายในประเทศ 4.3 แสนล้านบาท และมีนักท่องเที่ยว 90 ล้านคน

นอกจาก นั้น จะเน้นการเข้าถึงนักท่องเที่ยวด้วยการตลาดช่องทางใหม่ โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ ผลักดันการสร้างการรับรู้ด้านการสื่อสาร ความหลากหลายทางการท่องเที่ยวในประเทศไทย ระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม สร้างเครือข่ายความโดดเด่นในเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค เช่น ภาคเหนือเน้นเที่ยวแนววัฒนธรรมล้านนา ภาคใต้เน้นทะเลและป่าเขา เป็นต้น

Imageนายสุรพล กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาการเมืองปัจจุบันไม่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวมากนัก แต่ในต่างประเทศยังมีความกังวลอยู่ ทั้งด้านภาวะทางเศรษฐกิจ การเมือง ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ทำให้เสียเปรียบด้านการแข่งขันและเกิดความวิตก คือ จีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ไทยจึงได้รับผลกระทบมากในปี 2552 รายได้จากการท่องเที่ยวของสองตลาดนี้ลดลงไปแล้ว 30% จึงจำเป็นที่ต้องเร่งฟื้นตลาดเก่าโดยเร็ว เพราะสองตลาดนี้เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูง ไม่มีผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจมากนัก ส่วนตลาดใหม่ที่น่าสนใจอีกแห่ง คือ อินเดีย และยังมีประเทศอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่ใกล้ประเทศไทย แต่ในอนาคตหากการเมืองยังไม่ดีขึ้น ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นอย่างไร คงต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตาม ต้องพยายามสร้างภาพลักษณ์ของประเทศและความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวให้ได้ โดยททท.จะสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศให้ททท.สาขาอย่างต่อ เนื่อง เพื่อกระจายข้อมูลต่อไปยังผู้ประกอบการนำเสนอให้กับนักท่องเที่ยว รวมทั้งเชิญผู้เกี่ยวข้องด้านท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในประเทศ ไทย ให้ได้รับทราบว่านักท่องเที่ยวไม่มีส่วนได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ อีกทั้งในช่วงนี้นักท่องเที่ยวหลายประเทศใกล้เคียงกับไทย อาจจะชะลอการท่องเที่ยวในระยะไกล จากที่เคยท่องเที่ยวในแถบยุโรปก็จะเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศใกล้ๆ แทน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นไทยจะต้องหาจุดเด่นเสนอตัวเข้าไปให้ประเทศอื่นๆ ที่ใกล้เคียง สนใจในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรทำคือ ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจและคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เสนอได้ในราคาไม่สูง แต่มีคุณค่าทางจิตใจงเที่ยวประทับใจและคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เสนอได้ในราคาไม่สูง แต่มีคุณค่าทางจิตใจ

วันที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6946 ข่าวสดรายวัน หน้า 26 http://www.khaosod.co.th/view_news.php? ... B3TlE9PQ==" onclick="window.open(this.href);return false;