ทั้งนี้ การพัฒนาเส้นทางช่วงห้วยโก๋น-ปากแบ่ง เป็นโครงการตามแนวสายทาง North-South Economic Cooricor เมื่อดำเนินการเต็มโครงการจากห้วยโก๋น-เมืองเงิน-ปากแบ่ง-อุดมไชย-บ่อเต็น จะสามารถเชื่อมกับเส้นทาง R3A จากเชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-เชียงรุ้ง-คุนหมิง ได้ ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูการค้าที่สำคัญสู่ล้านนาตะวันออก เพื่อเชื่อมไทย-สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ซึ่งมีโอกาสสูงในการพัฒนาธุรกิจต่อเนื่องและการจัดตั้งฐานการผลิตแห่งใหม่ ของประเทศไทย
นอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวยังสามารถเชื่อมโยงจากแขวงอุดมไชยไปฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้อีกด้วย
นายสาธิต บุญทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า การค้าผ่านจุดชายแดนจังหวัดตั้งแต่ปี 2546-2549 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 135.85 ล้านบาท แบ่งเป็นส่งออกมีมูลค่ารวม 50.28 ล้านบาท และนำเข้ามีมูลค่ารวม 85.57 ล้านบาท โดยไทยขาดดุลการค้ามูลค่ารวม 35.29 ล้านบาท
“ทุกวันนี้ต้นทุนการขนส่งสูง ถ้าหากมีการปรับปรุงถนนให้เดินทางสะดวกก็จะทำให้นักธุรกิจหันมาทำการค้ามาก ขึ้น ก็จะทำให้การค้าชายแดนที่จังหวัดน่าน ดูคักคัก ที่สำคัญเป็นการเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวและการค้าไปยัง สปป.ลาว และจีนตอนใต้ด้วย”

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยว่า จากการสำรวจเส้นทางสายห้วยโก๋น-ปากแบ่ง พบว่ากรมทางหลวง ได้ดำเนินการปรับปรุงทางหลวงช่วง 6 กิโลเมตรสุดท้าย จากทั้งหมด 133 กิโลเมตร พร้อมกันนี้รัฐบาลไทยยังได้ช่วยเหลือ สปป.ลาว ในการออกแบบเพื่อก่อสร้างถนนอีก 49 กิโลเมตร ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้ว 90% คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2555
สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงใน สปป.ลาว นั้น สปป.ลาว ได้ขอความช่วยเหลือจากไทยเช่นกัน ทั้งนี้ หากเส้นทางดังกล่าวเป็นโครงข่ายที่สมบูรณ์จะช่วยให้การขนส่งสินค้าและเดิน ทางมีความสะดวกมากขึ้น
“สภาพทั่วไปตลาดสองข้างทางยังเป็นป่าค่อนข้างสมบูรณ์ เส้นทางนี้จึงเหมาะที่จะได้รับการส่งเสริมให้เป็นเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยว มากกว่าที่จะเป็นเส้นทางเพื่อการค้า”
ดร.จุฬา สุขมานพ รองผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า โครงข่ายถนนสายห้วยโก๋น-ปากแบ่ง เป็นทางหลวงอาเซียน ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยประมาณ 5,000 กิโลเมตร รถยนต์จากสมาชิกอาเซียนสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อกิจกรรมต่างๆ ได้เลย อย่างไรก็ตามขณะนี้ปริมาณการค้าผ่านแดนจังหวัดน่าน ยังไม่มาก เหมือนกับด่านชายแดนจังหวัดหนองคาย มุกดาหาร และอุบลราชธานี แต่ก็ต้องเตรียมโครงข่ายถนนให้พร้อมเป็นการเปิดพื้นที่ไว้ก่อน เพื่อให้เกิดการพัฒนา เกิดกิจกรรม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ Trasnport Corridor, Logistics Corridor เพื่อให้เกิด Economic Cooridor
ดร.จุฬา กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนการค้าผ่านแดนไทย-จีน โดยใช้เส้นทาง R3A ประมาณต้นปี 2553 จะเดินทางไปประเทศจีน เพื่อประชุมร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน เพื่อนำไปสู่การลงนาม MOU การเดินรถข้ามแดน โดยเงื่อนไขที่เจรจากันจะเป็นเรื่องกรอบรถยนต์ที่เหมาะสมว่าควรจะมีกี่คัน วางกฎระเบียบพิธีการผ่านแดน และเวลาเปิดด่าน
“เพื่อเป็นการเตรียมข้อมูลที่จะนำไปเจรจา 3 ฝ่ายที่จีน ช่วงเดือนมกราคม 2553 ผมจะนัดประชุมหารือร่วมกับหอการค้าภาคเหนือ, ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการขนส่งสินค้า เพื่อรวบรวมข้อดี ข้อเสียทั้งหมดจะได้ไม่เสียเปรียบในการเจรจา”
แหล่งข่าว: http://www.transportnews.co.th/index.ph ... 42-04.html" onclick="window.open(this.href);return false;