Page 1 of 1

เปิดมุมมองใหม่บนบอลลูนร้อน เหนือเมืองประวัติศาสตร์อโยธยา

Posted: Sun Dec 20, 2009 8:03 am
by Sam
Image
คมชัดลึก :จำ ได้ว่าเคยมีการจัดงานเทศกาลบอลลูนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อหลายปีก่อน คราวนั้นพยายามหาพื้นที่จัดงานตามทุ่งต่างๆ อยู่นานกว่าจะเจอสถานที่จัดงาน ซึ่งพอไปถึงบอลลูนก็กำลังยกตัวเหนือพื้นดินเกือบหมดแล้ว ภาพที่ติดตาอยู่ก็คงคาใจอยู่

ส่วนปีถัดมาไปจัดที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บรรยากาศก็แตกต่างไปอีกแบบ จนครั้งล่าสุดกลับมาจัดที่วัดช้าง และวัดมเหยงคณ์ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแม้จะไม่ใช่ที่เดิม แต่บรรยากาศก็ใกล้เคียงกัน และสวยไปอีกแบบ

ความสวยสดใสของบอลลูนหลากสี ระบายอยู่เต็มท้องฟ้าจึงทำให้เทศกาลบอลลูนนานาชาติครั้งที่ 3 (Thailand international balloon festival 2009) ครึกครื้นทันตาเห็น ในพื้นที่บริเวณวัดมเหยงคณ์และวัดช้าง ใกล้เคียงพื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา

การบินด้วยแรงลมร้อนแบบดั้งเดิมไปกันได้ดีกับเมืองโบราณอย่างอยุธยา บอลลูนที่เดินทางด้วยลมร้อน ค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นอย่างอ้อยอิ่ง สีสันอันฉูดฉาดสดใสของบอลลูนยักษ์ตัดกับภาพเมืองโบราณของอยุธยาที่ดูงามสง่า ตื่นตาตื่นใจยิ่ง

ด้วยเพดานบินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แลเห็นวัดวาอารามและปราสาทราชวัง ตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของป่าคอนกรีต แรงลมพาบอลลูนมาจนถึงจุดบรรจบของแม่น้ำน้อยกับแม่น้ำเจ้าพระยา สายเลือดใหญ่ของคนไทย เรือโยงขนส่งข้าวสารและผลิตผลทางการเกษตรยังคงใช้เส้นทางเรือเช่นในอดีต

ตรงจุดนี้นักบินมากฝีมือบางคนสามารถบังคับลูกบอลลูนยักษ์ให้บินเฉียดท้องน้ำเจ้าพระยาได้อย่างน่าหวาดเสียว และน่าทึ่งไปพร้อมๆ กัน

จากจุดนั้น เรามองเห็นท้องทุ่งเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ต้นตาลที่ต้องแหงนมองจนเมื่อยคอบนทุ่งนา มองเห็นเป็นเส้นเท่าไม้ขีดเท่านั้น สักพักนักบินบอลลูนก็ค่อยๆ ลดเพดานบินจาก 300 เมตร จนเหลือความสูงแค่เฉียดหลังคาบ้านเท่านั้น

ชาวบ้านและเด็กๆ ต่างส่งเสียงโห่ร้องและปรบมือต้อนรับนักบินต่างชาติอย่างเกรียวกราว
อัน ที่จริงการบินด้วยบอลลูนนั้นไม่ได้มีหลักการที่ซับซ้อนอะไรนัก แต่ก็ต้องนับถือในความอัจฉริยะของ "พี่น้องมองโกลไฟเออร์" (Mongolia brothers) นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งสร้างบอลลูนขึ้นมาด้วยหลักการการขับเคลื่อนด้วยอากาศร้อน

บอลลูนลูกแรกของโลกจึงได้ขึ้นบินฉวัดเฉวียนเหนือท้องฟ้าเป็นครั้งแรก ณ น่านฟ้ากรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วยความสูง 500 ฟุต เป็นระยะทาง 5 1/2 ไมล์ โดยใช้เวลาบินทั้งสิ้น 25 นาที เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.1783

หลักการบินของบอลลูนสามารถอธิบายได้ง่ายๆ คือ อากาศในลูกบอลขนาดใหญ่ถูกทำให้ร้อนขึ้นด้วยเปลวไฟจากแก๊สหุงต้ม ซึ่งค่อยๆ พวยพุ่งใส่ถุงผ้าทนความร้อนที่นอนราบอยู่กับพื้น และค่อยๆพองตัวขึ้นกลายเป็นลูกโป่งยักษ์ ความร้อนภายในลูกบอลลูนทำให้อากาศสามารถขยายตัวได้ถึง 3 เท่า และยังเบากว่าอากาศภายนอกทำให้บอลลูนนั้นลอยเท้งเต้งได้อย่างสบายๆ

อย่างไรก็ตาม การบินบอลลูนในบ้านเรานั้นเหมาะที่จะทำกันเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น เพราะอากาศภายนอกเย็นกำลังพอเหมาะ และหวังว่าเทศกาลบอลลูนนานาชาติจะช่วยแต่งแต้มสีสันของฟากฟ้าเมืองไทยให้สวย สดใสเช่นนี้ไปทุกๆ ปี

"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
[email protected]

แหล่งข่าว: http://www.komchadluek.net/detail/20091 ... B8%B2.html" onclick="window.open(this.href);return false;