Page 1 of 1

ททท.เน้นจัดกิจกรรมรับปีขาลดึงนักท่องเที่ยวเพิ่มทั่วประเทศ

Posted: Sun Jan 24, 2010 9:52 pm
by Sam
Imageอัตราการขยายตัวของ GDP ถือเป็นตัวเลขทางสถิติในการบอกหรือใช้พยากรณ์สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และถือเป็นตัวเลขที่ผู้ประกอบธุรกิจมีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะมีความเข้าใจในที่มาของตัวเลขดังกล่าวมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตามถ้าตัวเลขดังกล่าวเป็นบวกก็จะถือเป็นสัญญาณว่าในปีนั้น เศรษฐกิจจะอยู่ในสภาวะขยายตัว ในขณะที่ถ้าเป็นตัวเลขติดลบก็จะเป็นไปในทางตรงกันข้าม สำหรับปี 2553 นี้ที่เป็นปีขาลและกล่าวกันว่าเป็นปีเสือดุ

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจากหลายสำนัก ทั้งจากภาครัฐและเอกชนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อัตราการขยายตัวของ GDP ของประเทศไทยในปี 2553 จะเป็นไปในทางบวก คือ คาดการณ์ตัวเลขอัตราการขยายตัวของ GDP ของประเทศไทยในปี 2553 เฉลี่ยประมาณ 3-4% แต่อย่างไรก็ตามต้องทำความเข้าใจก่อนว่าอัตราการเติบโตของ GDP ดังกล่าวนี้เป็นการขยายตัวจากตัวเลขติดลบประมาณ 4% ในปีที่ผ่านมาจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก จึงหมายความว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2553 นี้ ประเทศไทยหรือเศรษฐกิจไทยเพียงแค่กลับไปยืนในตำแหน่งเดิม หรือใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิมของสภาพเศรษฐกิจก่อนเกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก เท่านั้น ผู้ประกอบการ SMEs ไทยจึงจำเป็นต้องตระหนักในเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้อง เพื่อกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินการต่างๆ ให้เหมาะสม โดยอย่าเพียงมองแต่ด้านบวกของตัวเลข จนลืมมองถึงสภาพการแข่งขันซึ่งรุนแรงและมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา

ปัจจัยต่อ SMEs ปี 2553
ก่อนที่จะทำการพยากรณ์เศรษฐกิจ SMEs คงต้องพิจารณาก่อนว่าในปี 2553 นี้มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่าง ประเทศ โดยสำหรับปัจจัยบวกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ SMEs ได้แก่ การปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลกซึ่งสนับสนุนต่อการขยายตัวของการผลิต การส่งออกสินค้า และการท่องเที่ยว การดำเนินการขยายการลงทุนของภาครัฐภายใต้แผนปฏิบัติการไทยข้อห้ามด้านชนิด ของสินค้าเกษตรที่สามารถนำเข้ามาในประเทศไทยเหมือนในอดีต

ภาคการผลิต โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการผลิต มีแนวโน้มขยายตัวจากปี 2552 อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และเพื่อการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัว โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัว ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดสำคัญของไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้น อุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งคู่ค้าที่สำคัญ เช่น ออสเตรเลีย เริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน (Eco Car) ที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์จะทำการเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า โดยการที่อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นหรือขยายตัวจากเดิมได้ส่งผลต่อเนื่องถึงการ ขยายตัวของอุตสาหกรรมสนับสนุน

ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ประกอบการ SMEs เช่น การผลิตยางและผลิตภัณฑ์ยาง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตวัสดุก่อสร้างก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายรัฐบาลที่กระตุ้นการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน อุตสาหกรรมเครื่องเรือนหรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามภาวะการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่มีความต้องการจากตลาดต่างประเทศเพิ่ม ขึ้น ประกอบกับมีการทำสัญญาความร่วมมือ JTEPA ทำให้การส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่จากผลของข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนกับประเทศจีน ก็จะทำให้มีสินค้าอุตสาหกรรมจากจีนจำนวนมากที่สามารถเข้ามาแข่งขันกับธุรกิจ ภาคการผลิตในประเทศ โดยเฉพาะการแข่งขันด้านต้นทุนหรือด้านราคาสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยต้องปรับตัวรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ในปี 2553

ภาคบริการ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว
เมื่อก้าวเข้าสู่ปีขาล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะในเทศกาลแห่งความรักและเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งมีหลายแหล่งท่องเที่ยวด้วยกัน อาทิ วิวาห์ใต้สมุทร จังหวัดตรัง งานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ และฉลองเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2553 จังหวัดนครสวรรค์

เริ่มด้วยจังหวัดนครนายก ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนครนายก และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน "มหกรรมดนตรีนครนายก 2553 (Nakhon Nayok Music Festival 2010)" ซึ่งเป็นกิจกรรมใหญ่ครั้งแรกในปี 2553 ของจังหวัดนครนายก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและผลักดันให้จังหวัดนครนายกเป็นศูนย์กลางการ ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยกำหนดจัดขึ้น ณ บริเวณริมเขื่อนขุนด่านปราการชลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมืองนครนายก ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่มีการจัดมหกรรมดนตรีบริเวณเขื่อนคอนกรีต บดอัดที่ยาวที่สุดในโลก ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงาม

การจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เห็นความ สำคัญของจังหวัดนครนายกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในภาคกลาง นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการจัดมหกรรมดนตรีในบริเวณเขื่อนคอนกรีตบด อัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมการแสดงดนตรีจะสามารถชมทิวทัศน์อุทยานแห่งชาติเขา ใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อนและชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อน พร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ได้รับการยกย่องว่าติดอันดับโลก ฉะนั้นจึงหวังว่าบรรยากาศที่เหมาะสมกับการนั่งฟังดนตรีสบายๆ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าร่วมงานได้เป็นจำนวนมาก

โดยภายในมหกรรมดนตรีนครนายก 2553 มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการจากหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน (จังหวัดเคลื่อนที่) การออกร้าน OTOP และร้านธงฟ้า พร้อมชมการแสดงฟรีคอนเสิร์ต

ด้านจังหวัดเพชรบุรีเชิญชวนนักท่องเที่ยวในงาน "เปิดโลกทะเลโคลน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2553" วันที่ 29-31 มกราคม 2553 บริเวณริมปากอ่าวบางตะบูน เชิงสะพานแม่น้ำบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม ภายในงานมีการรวบรวมของดีและกิจกรรมของอำเภอบ้านแหลม เพื่อนำเสนอแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ รวมถึงมีการแข่งขันเจ็ตสกี แข่งขันกินหอยแครง และการแสดงต่างๆ นอกจากนี้ ททท.สำนักงานเพชรบุรีร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรม "รักกันจัง @ แก่งกระจาน" เติมรักหวานในเดือนแห่งความรักตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

สำหรับในส่วนของ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรม "PRACHUAP LOVE CARAVAN" เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางขับรถท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วงเทศกาลแห่งความสุขวาเลนไทน์ มุ่งเน้นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคู่รัก คู่ฮันนีมูน ได้มาสัมผัสเส้นทางขับรถท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางที่ได้รับการยอมรับว่าโรแมนติกที่สุด จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2553

ทั้งนี้ ททท.ได้ร่วมกับภาครัฐบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการท่องเที่ยวของจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ สำหรับกิจกรรม PRACHUAP LOVE CARAVAN การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกลุ่มรีสอร์ท SRSB ร่วมมอบความสุขให้กับทุกคู่รักที่ร่วมคาราวานเดินทางขับรถในครั้งนี้ ด้วยโปรแกรมที่ถูกดีไซน์เป็นพิเศษให้กับคู่รัก ได้ดื่มด่ำและเติมเต็มความสุขภายใต้บรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้บนแพ ล่องทะเลยัง "ช่องทะลุ" ในค่ำคืนเดือนมืด ฟังนิทานแห่งดวงดาว ในธีม "White Star Party" และกิจกรรม "ปลูกรัก ปลูกปะการัง" ของ Koh Talu Island Resort ที่จัดให้ทุกคู่รักได้มีส่วนร่วมคืนธรรมชาติสู่ท้องทะเลไทย พร้อมร่วมกันอธิษฐานรัก ณ อ่าวปะการัง เกาะทะลุ, ล่องเรือชมทัศนียภาพความสมบูรณ์ของป่าชายเลน ชมนกนานาชนิด ลำคลองที่ไหลคดเคี้ยวไปตามโตรกผาของภูเขาหินปูนที่ขึ้นสลับซับซ้อน มีมิติราวกับภาพวาด ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศ ณ "คลองเขาแดง", กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์หวานชื่น ธีม "Lovely Flower for Cooker Sweetheart" ที่ X2 Kui buri, ดินเนอร์ปาร์ตี้อย่างมีสไตล์ ธีม "ยิปซี" ที่ La a natu bed & bakery, สัมผัสบรรยากาศรีสอร์ทต่างสไตล์ และหลากหลายอารมณ์จุด "บอกรัก" ที่การันตีความโรแมนติกโดยกลุ่มรีสอร์ท SRSB พร้อมบรรยากาศที่เอื้อให้เกิดเซอร์ไพรส์ระหว่างคู่รักได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ททท.ได้ร่วมกับจังหวัดตรัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดพิธีวิวาห์ใต้สมุทร ครั้งที่ 14 พร้อมชูแนวคิด "รักสรรค์สร้าง โลกสร้างสรรค์" คาดว่าจะมีคู่รักถึง 30 คู่มาร่วมจดทะเบียนรัก สำหรับกิจกรรมวิวาห์ใต้สมุทรนั้น ถือเป็นกิจกรรมที่จังหวัดตรังได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดตรัง ได้จัดเตรียมแพ็กเกจพิเศษสำหรับคู่วิวาห์ที่ชื่นชอบการดำน้ำ โดยจัดให้มีไดรว์พิเศษ เพิ่มขึ้นอีก 4 ไดร์ว นอกเหนือจากไดรว์ที่เป็นการจดทะเบียนใต้ทะเล ทั้งนี้เพื่อให้คู่วิวาห์ได้ชื่นชมและสัมผัสกับความงดงาม และมหัศจรรย์ใต้ท้องทะเลตรังในบรรยากาศแบบเป็นส่วนตัวเฉพาะคู่รักที่เข้า ร่วมงานอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีแพ็กเกจสำหรับเพื่อนๆ และครอบครัวของคู่รัก ส่วนคู่รักที่ต้องการมาจดทะเบียนคู่สมรส ยังสามารถร่วมจดทะเบียนอย่างเป็นทางการภายในงานอีกด้วย

หลังจากที่อิ่มเอมกับกิจกรรมที่จัดขึ้นในเทศกาลแห่งความรักไปแล้วนั้น ยังมีอีกเทศกาลหนึ่งที่จัดขึ้นในช่วงเดียวกันก็คือ เทศกาลปีใหม่ของจีน ซึ่งกำลังจะกลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับพี่น้องชาวไทยและพี่น้องชาว ไทยเชื้อสายจีน ในงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ และฉลองเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2553

การจัดงานครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี และเพื่อเป็นการเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนอันยิ่งใหญ่ของจังหวัดนครสวรรค์ สืบสานประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวปากน้ำโพและเป็นการ เคารพสักการะเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ โดยในปีนี้จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 7-18 กุมภาพันธ์ 2553 ภายใต้คอนเซ็ปต์ "อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มบุญ"

โดยในปีนี้มีการแสดงโชว์ชุดพิเศษสุดอลังการยิ่งใหญ่เป็นไฮไลท์ไว้เปิดตัวใน งาน คือ มังกรทอง (เจ้า) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ต้องใช้คนร่วมแห่กว่า 200 คน ซึ่งถ้ารวมคนแห่ทั้งงานแล้วกว่า 2,000 คน พร้อมทั้งการแสดงโชว์สิงโตปักกิ่ง การแสดงโชว์องค์สมมุติเจ้าแม่กวนอิมและธิดามังกรทั้งสี่ การแสดงแสง สี เสียง อย่างตระการตาต่างๆ ซึ่งสั่งตรงมาจากประเทศจีน ทั้งการแสดงหุ่นกระบอกจีน

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่ทาง ททท.จัดขึ้นนั้น เป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามโครงการ "เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" ของ ททท.