บางกอก แอร์เวย์ส ปั้นแบรนด์สร้างจุดแข็ง "บูติค แอร์ไลน์" เพื่อให้เป็นสายการบินในใจคนไทย มั่นใจติดตลาด เพิ่มยอดผู้โดยสารเพิ่มปีเสือดุ กัปตัน พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า การเข้ามาบริหารงานบริษัทในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานั้น ได้ยกเครื่ององค์กรใหม่หมด ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร, ปรับเส้นทางบิน, ปรับตารางการบิน, ปรับลดเครื่องบินประจำฝูงบิน, ลดค่าใช้จ่าย รวมถึงเพิ่มช่องทางการจำหน่ายตั๋วโดยสาร ทั้งการผ่านตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสาร (เอเย่นต์) และอินเตอร์เน็ต ให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นๆได้ เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจสายการบินแข่งขันดุเดือดและรุนแรงมาก ประกอบกับการเข้ามารับช่วงบริหารต่อ เป็นช่วงที่ธุรกิจสายการบินทั่วโลกประสบปัญหาภาวะขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งเป็นผลจากวิกฤติน้ำมันที่พุ่งทะยานหยุดไม่อยู่ ประกอบกับมีปัญหาการเมืองภายในประเทศ รวมถึงการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ธุรกิจสายการบินบางกอกแอร์เวย์สประสบภาวะขาดทุนด้วย โดยขาดทุนถึง 950 ล้านบาททั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วเป็นปีแรกที่บางกอกแอร์เวย์สประสบภาวะขาดทุน จากที่ได้ก่อตั้งสายการบินมานานกว่า 42-43 ปี ดังนั้นเมื่อตนเข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่มีปัญหาวิกฤติต่างๆเกิดขึ้น ซึ่งไม่เฉพาะบางกอก–แอร์เวย์ส แต่ได้เกิดขึ้นกับสายการบินทั่วโลก จึงต้องเร่งปรับกลยุทธ์ทุกด้าน เพื่อจะนำพาองค์กรให้กลับมาเป็นสายการบินชั้นนำและมีผลประกอบการที่ดีขึ้น จนมีกำไรให้ได้ในเร็ววัน
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ กล่าวว่า สำหรับแผนการปรับโครงสร้างองค์กร จะมีทั้งเรื่องการปรับลดจำนวนเครื่องบินที่ประจำฝูงบินจากเดิม 21 ลำ เหลือ 17 ลำ, ปรับเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางบินในประเทศให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารที่ เพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่น เส้นทางบินภูเก็ต มีปริมาณความต้องการมากก็ให้เพิ่ม จากเดิมให้บริการ 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เพิ่มเป็น 5 เที่ยวบิน/สัปดาห์, เส้นทางบินเชียงใหม่ จากเดิม 3 เที่ยวบิน/ สัปดาห์ เพิ่มเป็น 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และยังมีการปรับลดเที่ยวบิน รวมถึงยกเลิกเส้นทางบินที่ขาดทุนในเส้นทางบินต่างประเทศ นอกจากนี้ ในปีนี้จะยังไม่เปิดทำการบินในเส้นทางบินใหม่ๆ
"ส่วนแผนกลยุทธ์ด้าน การขาย-การตลาดนั้น จะเร่งเพิ่มช่องทางการจำหน่ายตั๋วโดยสารให้มากขึ้น เช่น จากการจำหน่ายตั๋วผ่านตัวแทน (เอเย่นต์) ให้เพิ่มจาก 50% เป็น 60% ส่วนการจองตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ต ให้เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 20% และการขายตั๋วโดยสาร ให้เน้น โค้ดแชร์ริ่งกับสายการบินต่างๆที่เป็นพันธมิตรมากขึ้น โดยเชื่อว่าแนวทางเพิ่มช่องทางการจำหน่ายจะช่วยดึงยอดขายให้กลับคืนมาได้"
กัปตัน พุฒิพงศ์กล่าวว่า ผลจากการปรับกลยุทธ์การตลาดในทุกด้านให้มีความเหมาะสมกับความต้องการที่แท้ จริงของผู้โดยสารที่จะเดินทาง เชื่อว่าในปีนี้จะมีจำนวนปริมาณผู้โดยสารมาใช้ บริการเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่มีปริมาณผู้โดยสาร 2.5 ล้านคน/ปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7-2.8 ล้านคน/ปี ซึ่งจะทำให้มีรายได้ผลประกอบการโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 7,200 ล้านบาท/ปี เป็น 8,500 ล้านบาท/ปี และคาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานถึง 6-7% และกว่า 65% เป็นผลกำไรจากการให้บริการเส้นทางบินในประเทศ ส่วนอีก 35% เป็นกำไรจากเส้นทางบินต่างประเทศ
ส่วนแผนขั้นตอนไปของบางกอกแอร์เวย์ส จะเน้นการบริการเป็นหลัก เพื่อให้ผู้โดยสารประทับใจและเกิดความมั่นใจในแบรนด์ "บางกอกแอร์เวย์ส" เพราะเชื่อว่าในภาวะที่ตลาดเป็นของผู้บริโภค การบริการทั้งก่อนและหลังการขาย เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด
แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th