พัทยาชูกลยุทธดึงชาร์เตอร์ไฟลต์เข้าอู่ตะเภากระตุ้นท่องเที่ยว
Posted: Mon Feb 22, 2010 7:41 pm
"อิทธิพล" ชูไฮไลต์แผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา มูลค่าการลงทุน 900 ล้านบาท บูมท่องเที่ยว หนุนดึงชาร์เตอร์ไฟลต์เพิ่มเป็น 200 เที่ยวบิน พร้อมปักธงกลยุทธ์สร้างเครือข่ายต่างประเทศ เน้นจัดเวิลด์อีเวนต์ สร้างจุดขาย ตั้งเป้าดันรายได้ปีนี้แตะ 5 หมื่นล้านบาท พร้อมวางวิสัยทัศน์พัทยาอีก 10 ปี เป็นเมืองศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ ดนตรี และกีฬานายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าในขณะนี้เมืองพัทยาได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารสนามบินอู่ตะเภาร่วมกับทางกองทัพเรือ ภายใต้คณะกรรมการบริหารสนามบินที่จัดตั้งขึ้น พร้อมทั้งมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา รวมถึงดูแลการพัฒนาสนามบิน ซึ่งในขณะนี้ทางท่าอากาศยานอู่ตะเภาได้รับงบประมาณรวม 900 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในแผนพัฒนาสนามบินในช่วง 3 ปีนี้(พ.ศ.2553-2555)
โดยนับจากต้นปีนี้จะเริ่มก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 200% จากเดิมรองรับได้ 400 คนต่อชั่วโมง เป็น 1,200 คนต่อชั่วโมง มีการเพิ่มหลุมจอดเครื่องบินจาก 4 หลุมจอด เป็น 12 หลุมจอด เพื่อให้เป็นสนามบินทดแทน รองรับสนามบินสุวรรณภูมิ ในกรณีที่เครื่องบินไม่สามารถลงจอดที่สุวรรณภูมิได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับภูมิทัศน์ เปลี่ยนชื่อป้าย ขยายถนนภายในสนามบิน คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปีพร้อมกันนี้เมืองพัทยาจะพยายามสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว โดยเน้นกลยุทธ์สร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพของการเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเมืองหลักของการท่องเที่ยวไทย โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้นำผู้ประกอบการภาคเอกชนเข้าไปทำตลาดต่างประเทศ ด้วยการนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวในงานต่างๆ เช่น เอเชี่ยน ทัวริซึม ฟอรัม ที่ประเทศบรูไน งานเจแปน โรดโชว์ ที่ประเทศญี่ปุ่น และงานเอาต์ บราวน์ ทราเวล มาร์เก็ต เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เป็นต้น
เนื่องจากเล็งเห็นว่าถึงเวลาที่พัทยาจะต้องชักธงนำในการสร้างเครือข่ายและไปทำการ ตลาดกับต่างประเทศ โดยชูสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา เป็นส่วนประกอบในการขายการท่องเที่ยวพัทยา กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) และเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้น
ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา มีเครื่องบินเช่าเหมาลำมาลงที่อู่ตะเภากว่า 170 เที่ยวบิน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย ยุโรปตะวันออก และเกาหลี และในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้ได้ถึง 200 เที่ยวบิน นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินประจำวันที่ให้บริการอยู่ 1 สาย คือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ทำการบินในเส้นทางอู่ตะเภา-ภูเก็ต และอู่ตะเภา-สมุย ซึ่งต่อไปจะพยายามผลักดันให้เกิดเส้นทางบินเชื่อมภาคเหนือกับภาคตะวันออก เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย
สำหรับวิสัยทัศน์พัทยาในอีก 10 ปีข้างหน้า เมืองพัทยาตั้งเป้าว่าพัทยาจะเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามและมีความ น่าอยู่ ทั้งเป็นเมืองที่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค สาธารณสุข การศึกษา และเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งการประชุมนานาชาติ ดนตรี และกีฬา
ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในขณะนี้มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่าง ชัดเจน อย่างในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวพัทยาเกินกว่า 5 แสนคน และในช่วงไฮซีซันนี้ก็ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยขณะนี้เกินกว่า 80% และที่มีนักท่องเที่ยวตลาดใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น เช่น อินเดีย รัสเซีย และเกาหลี ส่วนตลาดจีน ยังคงเป็นตลาดใหญ่เช่นเดิม
ประกอบกับนับจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 มีโรงแรมระดับ 5 ดาว เปิดใหม่ 2 แห่ง คือ ฮอล์ลิเดย์ อิน พัทยา และเซ็นทารา แกรนด์ มิลาจ ส่วนที่กำลังก่อสร้างและจะเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้คือ โรงแรมฮิลตัน พัทยา อยู่บริเวณเดียวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสัญญาณความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่เล็งเห็นโอกาสในการประกอบธุรกิจและทำกำไร ทำให้มีการลงทุนในเมืองพัทยามากขึ้น และแม้ในปีที่ผ่านมาเมืองพัทยาจะมีอุปสรรค สภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแต่ก็สามารถใช้เวลาไม่กี่เดือนฟื้นการท่อง เที่ยวให้กลับมาเหมือนเดิมโดยในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวลดลงกว่าที่ประมาณการไว้ 1 ล้านคน จากที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 5 ล้านคน แต่จริงๆ มีจำนวน 3.9 - 4 ล้านคน อัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลง 20%
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจของพัทยาในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้น คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 7-8% สูงกว่า GDP ของประเทศที่รัฐบาลคาดว่าจะเติบโตในระดับ 3.5-4.5% เนื่องจากภาพรวมของฤดูกาลท่องเที่ยว 5 เดือน (พฤศจิกายน 2552-มีนาคม 2553) ซึ่งคิดเป็นรายได้ 70% ของรายได้ทั้งปีมีการขยายตัวที่ดี และตั้งเป้ารายได้ปี 2553 เพิ่มขึ้น 15% หรือราว 5 หมื่นล้านบาท
นายอิทธิพล กล่าวต่อว่าสำหรับแผนในการกระตุ้นการท่องเที่ยวในปีนี้ จะใช้กลยุทธ์ใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1. ทำตลาดด้วยการออกไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศด้วยตัวเอง 2.พัฒนาระบบการสื่อสาร ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูล กิจกรรมต่างๆ ของเมืองพัทยามากขึ้น เช่น พัฒนาเว็บไซต์ให้ทันสมัย และให้บริการข้อมูลที่คอลล์เซ็นเตอร์ 1337 ตลอด 24 ชั่วโมง 3. นำเสนอภาครัฐให้ช่วยสนับสนุนเชิงนโยบายให้เกิดการจัดประชุมหรือการจัดงาน ใหญ่ๆ ระดับประเทศที่เมืองพัทยา และ 4. จัดมหกรรมอีเวนต์ต่างๆ ให้สม่ำเสมอและยิ่งใหญ่ มีความแปลกใหม่และแตกต่างจากปีก่อนๆ ให้มากขึ้น
ดังเช่นล่าสุดเมืองพัทยาร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี จัดงานเทศกาลดนตรีนานาชาติ ประจำปี 2553 ครั้งที่ 9 ณ ชายหาดเมืองพัทยา รวมระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคมนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำศักยภาพการจัดงานระดับเวิลด์ อีเวนต์ ของเมืองพัทยา นับเป็นการจัดงานเทศกาลดนตรีที่ยาวนานที่สุดงานหนึ่งของเมืองไทยและทวีป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทุ่มงบประมาณกว่า 40 ล้านบาท มีแนวคิดหลักคือความหลากหลายของแนวดนตรี ทั้งสีสันของการแสดงบนเวทีและการออกบูธของกลุ่มคนดนตรีจากทั่วประเทศ (ตารางประกอบ)รวมถึงบูธแสดงสินค้ากว่า 685 บูธ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมงานตลอด 3 วันกว่า 5 แสนคน และมีเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,507 21-24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553