หลังฝ่ามรสุมวิกฤติเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา ปีนี้จึงถือเป็นปีที่สดใสสำหรับไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และเป็นปีสำหรับก้าวแรก ของแผนธุรกิจในอีก 5 ปี (ปี 2553-2557) ที่ไมเนอร์กรุ๊ป มีแผนจะใช้งบลงทุนราว 2 หมื่นล้านบาทในการสร้างโรงแรมใหม่อีก 5 แห่ง รวมถึงขยายการรับบริหารโรงแรม ที่ตั้งเป้าไว้รวมกว่า 50 แห่ง เพื่อขยายจำนวนห้องพักจาก3,549 ห้องเป็น 6,000 ห้อง นับจากนี้พอร์ตในธุรกิจโรงแรมของไมเนอร์ จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร อ่านได้จากสัมภาษณ์นางปรารถนา มงคลกุล ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)3 ส่วนธุรกิจโรงแรม
ปัจจุบันไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีโรงแรมในเครือรวมกว่า 46 แห่ง ซึ่งแบ่งรูปแบบการดำเนินออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นโรงแรมที่ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ลงทุนเอง จำนวน 14 แห่ง โรงแรมกรุงเทพฯ แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, พัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, หัวหิน แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, เจ ดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา, อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา, อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงราย, อนันตรา บ่อผุด รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย, อนันตรา ภูเก็ต วิลล่าส์, อนันตรา คีฮาวา วิลล่าส์ มัลดีฟส์ , โฟร์ซีซัน รีสอร์ท เชียงใหม่, โฟร์ซีซัน โฮเท็ล กรุงเทพฯ, โฟร์ซีซัน เต็นท์แคมป์, โฟร์ซีซัน รีสอร์ท เกาะสมุย, เซ็นต์ รีจิส โฮเทลส์แอนด์ เรสซิเด็นส์
ส่วนที่สอง เป็นโรงแรมที่บริษัทลงทุนผ่านการร่วมทุนกับต่างประเทศ มีทั้งหมด 11 แห่ง ได้แก่ ฮาร์เบอร์วิว โฮเท็ล ไฮฟง เวียดนาม, อนันตรา เวลิ รีสอร์ท แอนด์ สปา มัลดีฟส์, อนันตรา ดิห์กู รีสอร์ท แอนด์ สปา มัลดีฟส์, นาลาดู รีสอร์ท มัลดีฟส์, โฮเท็ล เซเรนดิบ ศรีลังกา, คลับ โฮเท็ล ดอลฟิน ศรีลังกา, โฮเท็ล สิกิริยา ศรีลังกา, อรุชา คอฟฟี่ ลอดจ์ แทนซาเนีย, เซเรนเกติ ไมเกรชั่น แคมป์ แทนซาเนีย, ทารางกิรี ทรีท็อป แทนซาเนีย และเดอะ แมนเนอร์ แอท โกรองโกโร แทนซาเนีย
ส่วน สุดท้าย เป็นส่วนที่โรงแรมรับบริหาร โดยมีโรงแรมที่เซ็นสัญญารับบริหารไปแล้วทั้งสิ้น 21 แห่ง เปิดให้บริการแล้ว 6 แห่ง อาทิ อนันตรา บ้านราชประสงค์ เซอร์วิส สวีท,อนันตรา สิเกา รีสอร์ท ตรัง, อนันตรา ลาวาน่า สมุย และยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอีก 15 แห่ง (ตารางประกอบ)

ปักธงขยาย"อนันตรา"
ทั้งนี้ทิศทางของบริษัทตามแผนลงทุน 5 ปี จะเน้นขยายการรับบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์อนันตรา ซึ่งเป็นแบรนด์บริหารโรงแรมที่ไมเนอร์ เป็นเจ้าของแบรนด์เอง และได้พัฒนาจนสามารถขยายการรับบริหารโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้ไมเนอร์ได้ ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่า จะมีโรงแรมที่ไมเนอร์ เข้าไปบริหารจัดการอย่างน้อย 8-10 แห่งต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) ของบริษัท โดยสิ้นสุดแผนในปี 2557 ไมเนอร์จะมีโรงแรมที่รับบริหาร 50 แห่ง
เนื่อง จากแบรนด์อนันตรา จัดว่าเป็นแบรนด์บริหารโรงแรมและรีสอร์ตในระดับลักชัวรี แตกต่างจากแบรนด์โฟร์ซีซัน หรือแมริออท ซึ่งเป็นแฟรนไชส์การรับบริหารโรงแรมจากต่างประเทศ ซึ่งไมเนอร์จ้างมาบริหารโรงแรมให้
สำหรับแผนการลงทุนโรงแรมใหม่ในปีนี้ ไมเนอร์เตรียมจะเปิดโรงแรมใหม่ อีก 2 แห่ง คือ โรงแรมเซนต์ รีจิส และเซนต์ รีจิสเรสซิเด็นซ์ มูลค่าโครงการ 4.5 พันล้านบาท เป็นสไตล์ "มิกซ์-ยูส" (โครงการผสมระหว่างโรงแรมและที่พักอาศัย) และโรงแรมอนันตรา คีฮาวา มัลดีฟ ใช้งบลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมด 1.5 พันล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ตามแผนที่วางไว้
โดยไมเนอร์ กรุ๊ป ตั้งงบลงทุนในปีนี้ราว 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโรงแรมประมาณ 2,500 ล้านบาท และอาหาร 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากกระแสเงินสดทั้งหมด โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้กู้เงินจากธนาคารกสิกรไทย 4,000 ล้านบาทมาสำรองไว้ สำหรับการซื้อกิจการในธุรกิจอาหารและโรงแรม พร้อมกันนี้ไมเนอร์ มั่นใจว่ารายได้ของโรงแรมจะไม่ตกไปมาก และปีนี้จะเป็นปีที่ไมเนอร์มีโอกาสพลิกธุรกิจขึ้นมาได้ เนื่องจากในส่วนของโรงแรมมีแนวโน้มที่ดี และการขยายตัวน่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ปีนี้น่าจะเป็นปีที่สดใสของไมเนอร์
วางแผนสร้างอีก 5 โรงแรม
นอกจากนี้สำหรับแผนการลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ในอีก 5 ปีนี้ คาดว่าจะใช้งบราว 2 หมื่นล้านบาท สำหรับการลงทุนโรงแรมใหม่อีก 5 แห่งแบ่งเมืองท่องเที่ยวในประเทศ 2 แห่ง เช่น สมุย กระบี่ ภูเก็ต หัวหิน ขึ้นอยู่กับว่าจะได้ทำเลไหน และต่างประเทศประมาณ 3 แห่ง ในแถบเอเชียและแอฟริกา ทั้งลงทุนเอง การร่วมทุนกับต่างประเทศ และการซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) แต่ในสถานการณ์ขณะนี้การเทกโอเวอร์จะมีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งบริษัทมีนโยบายว่าเมื่อเทกโอเวอร์แล้วจะต้องสามารถพัฒนาต่อได้เลย โดยวางแผนว่าจะเทกโอเวอร์โรงแรมอย่างน้อย 1-2 แห่งต่อปี ในงบประมาณ 2 พันล้านบาทต่อหนึ่งแห่ง
รวมทั้งในขณะนี้บริษัทยังได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานจากธนาคารไทย พาณิชย์ นอกจากนี้ธนาคารยังได้ให้บริการทางด้าน Business Cash Management จากเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อดูแลการโอนจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานของกลุ่มไมเนอร์ในโรงแรม 15 แห่ง และร้านอาหารกว่า 700 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งบริการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการบริหารทางการ เงินของกลุ่มบริษัท นับว่าเป็นการกู้เงินเพื่อสำรองไว้ลงทุนทั้งกลุ่มของบริษัท และเตรียมไว้ในอนาคตสำหรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งหมดเป็นพอร์ตธุรกิจในส่วนของโรงแรมของไมเนอร์และแผนลงทุน 5 ปี เพื่อแลกกับเป้าหมายการขยายตัวของรายได้ราว 20% ต่อปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,508 25-27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553