ผู้ว่าธปท.ชี้ศก.เชียงรายอนาคตไกลเติบโตด้านท่องเที่ยว-การค้า
Posted: Tue Mar 02, 2010 11:13 pm

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจเชียงรายมีโอกาสเติบโตอีกหลายเท่าตัว เนื่องจากมีศักยภาพด้านท่องเที่ยว-การค้า ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ ปี 53คาดขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3.3 - 3.5%
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มี.ค. 2553 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ณ โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย โดยมีรองประธานกรรมการหอการค้าไทย รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้ช่วยว่าการ สายนโยบายการเงิน และผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สำนักงานภาคเหนือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมประชุม
ดร.ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย ยังสามารถเติบโตได้อีกหลายเท่า เนื่องจากมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการค้า อีกทั้งมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสามารถเชื่อมกันได้ง่ายทั้งเรื่องการค้าและการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้โดยภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศในปี 2553 นี้แนวโน้มการเติบโตด้านเศรษฐกิจก็ยังสามารถเติบโตได้อีก ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้คาดการณ์เอาไว้ในเดือน มกราคมว่าเศรษฐกิจในปี 2553 นี้จะขยายตัวกว่าที่ผ่านมา ร้อยละ3.3 - 5.3 แต่ในครั้งหน้าการประมาณการณ์อาจจะปรับสูงขึ้นกว่านี้ เนื่องจาก GDP ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2552 ปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งการฟื้นกระจายในภาคเศรษฐกิจ ทั้งด้านการผลิต การท่องเที่ยว และภาคการเกษตรของไทยก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน
ดร.ธาริษา กล่าวอีกว่า จากการคาดการณ์ในเรื่องการขยายตัวด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยภาพรวม มองแล้วว่าในปีนี้อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ก็สามารถลกดอกเบี้ยได้ในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้นเศรษฐกิจในภาพการขยายตัวก็ยังไม่แน่นอน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยอุปสงค์อุปทาน ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องในประเทศ จึงเป็นจุดบ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจของไทยจะเติบโตไปได้และขยายตัวอย่างต่อ เนื่อง
อย่างไรก็ตาม ประมาณการดังกล่าวก็ยังมีช่องกว้างที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงอยู่มาก ดังนั้นทาง ธนาคารจึงต้องหาช่องทางขยายอัตราดอกเบี้ยขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะประชาชนอาจจะนำเงินไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร มากกว่าการนำมาฝากไว้กับธนาคาร"ดร.ธาริษา กล่าว
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการ สำนักงานคระกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าววอีกว่า สำหรับโอกาสการเติบโตและความท้าทายของประเทศไทยและภาคเหนือ จากความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS ในปี 2553 นี้ จะเน้นเรื่องของความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และโอกาสการขยายศักยภาพ เพื่อเชื่อมโยงสู่นอกอนุภูมมิภาค ซึ่งจะเน้นเรื่องการพัฒนาอยู่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการส่งออกข้ามพรมแดน การพัฒนาไปสู่แนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจเพื่อลดปัญหาอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบที่ส่งผลต่อสังคม สิ่งแวดล้อมในการดำเนินชีวิตของท้องถิ่น อย่างไรก็ดี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะต้องเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถ ของโครงข่ายการคมนาคมและระบบโลจิสติกส์
"ในการผลักดันเรื่องการขนส่งข้ามพรมแดนจะต้องพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ภายในประเทศให้เชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากการพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ของอนุภูมิภาคได้อย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการดำเนินงาน กลไกการเผยแพร่ข้อมูล สนับสนุนให้มีการจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าการขนส่งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและไทยให้มากที่สุด สำหรับโอกาสของการขยายตัวด้านการค้าชายแดนจังหวัดเชียงรายพบว่ามีอัตราส่งออกขยายตัวสูงกว่าอัตรานำเข้า ซึ่งพบว่า ส่วนใหญ่ส่งออกสินค้าไปยัง พม่า รองลงมาคือ จีนและลาวตามลำดับ"นายอาคม กล่าว
แหล่งข่าว: คมชัดลึก