Page 1 of 1

การค้าชายแดนเชียงรายขนส่งสินค้าผ่านR3aแทนเรือวิกฤตแม่โขงแห้ง

Posted: Thu Mar 04, 2010 12:21 am
by Sam
Imageปีนี้น้ำโขงแห้งเร็วส่งผลกระทบการค้าชายแดนทางน้ำเมืองเชียงราย ผู้ประกอบการต้องหันพึ่งเส้นทางถนน R3a ขนส่งสินค้าแทนการขนส่งสินค้าทางเรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และ สปป.ลาว ในหลายด้าน โดยเฉพาะการเดินเรือค้าขาย การอุปโภคบริโภค และการเกษตรกรรม ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้กักเก็บน้ำเอาไว้ในอ่างเหนือ เขื่อนขนาดใหญ่ ที่พาดกั้นแม่น้ำโขงในดินแดนของตน จึงทำให้น้ำเริ่มลดลงผิดปกติ อีกทั้งปีนี้ภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บ น้ำของเขื่อนลดลงและกระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าจึงต้องกักเก็บน้ำเอาไว้ นายสัญญาณ ปิยานนท์ มีอาชีพเดินเรือรับส่งคนข้าม ไทย-ลาว ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย กล่าวว่า ตนทำงานเดินเรือข้ามส่งคนมากว่า 10 ปี โดยปีนี้รู้สึกว่าน้ำในแม่น้ำโขงลดลงผิดปกติเป็นอย่างมาก เนื่องจากปีนี้ทางจีนได้กักเก็บน้ำเอาไว้ในอ่างเหนือเขื่อนเร็วเกินไป ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน ได้รับผลกระทบ โดยเรือขนสินค้าจากจีนบางลำต้องจอดอยู่ที่ อ.เชียงแสนหลายวันแล้ว เพราะไม่สามารถเดินเรือได้ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำโขงตื้นเขิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าขายผัก ผลไม้สด แอปเปิล สาลี่ทับทิม บัวหิมะ และสินค้าต่างๆ เริ่มเปลี่ยนวิธี รับ-ส่ง เป็นรถบรรทุกเพื่อรับส่งสินค้าแทน โดยนำสินค้าลงจากเรือที่ท่าเรือบ้านหัวเวียง ต.เวียง อ.เชียงของ และใช้เส้นทางถนนสาย R3a ที่มาจากประเทศจีน ผ่านประเทศลาวมาที่ อ.เชียงของ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าแทน

แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th

นอกจากนี้ข่าวจาก "คมชัดลึก" วันพุธที่ 3 มีนาคม 2553 ซึ่งพาดหัวข่าวว่า "จีนใช้เขื่อนกักน้ำโขงกระทบหนักภาคเหนือ-อีสาน" มีเนื้อหาข่าวนำเสนอปัญหาน้ำโขงแห้งและส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าทางน้ำจาก จ.เชียงราย ไปประเทศจีนว่า ขนส่งทางน้ำที่เชียงรายรับผลกระทบหนัก ผลพวงจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงคาดการที่เรือไม่สามารถออกจากท่า ส่งผลสินค้าได้รับความเสียหายแล้วกว่า 100 ล้าน ขณะที่นักวิชาการประเมินว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มาจากการหาประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจ ที่ไม่คำนึงถึงประเทศอื่นที่ต้องใช้ลำน้ำสาขาเดียวกัน

Imageวิกฤตระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ ลดระดับลงอยู่ในขณะนี้ โดยมีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการที่ทางการจีนกักเก็บน้ำในเขื่อนไว้เพื่อเพื่อ การผลิตกระแสไฟฟ้า ประกอบด้วย เขื่อนเสี่ยววาน , ม่านวาน , ต้าเฉาซาน และจิงหง ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และไม่ได้มีการระบายน้ำลงมาสู่พื้นที่ในทางตอนล่าง อันหมายถึงภาคเหนือของไทย ได้ก่อให้เกิดผลในหลายๆด้าน ทั้งภาคการขนส่งทางเรือที่ไม่สามารถนำเรือขนส่งออกจากท่าเรือในเชียงรายได้ ขณะที่การค้ายาเสพติด ด้วยการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มีโอกาสที่จะขยายตัว

นางสาววาสนา มงคลคลี กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทบุญรักษา อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เปิดเผยว่า หลังจากที่น้ำในแม่น้ำโขงแห้ง เป็นเวลานานกว่า 1 เดือน คาดว่าจะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกะบภาคการส่งออกไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท จากการที่สินค้าไม่สามารถขนส่งทางเรือจากเชียงรายออกไปสู่ประเทศจีนได้ ทั้งในหมวดของสินค้าอุปโภค - บริโภค และ ขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องแก้ไขปัญกาด้วย การหันไปใช้การคมนาคมทางบด ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับกับราคาการขนส่งที่สูงขึ้น แม้ว่าจะช่วยให้สามารถขนส่งได้รวดเร็วและสินค้าก็เสียหายน้อยกว่าการบรรทุก ทางเรือ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่อยากที่จะขนส่งทางลำน้ำโขง เพราะสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไม่เร่งรีบหรือเป็นสินค้าที่ต้องแข่งกับเวลา ทั้งยังถูกกว่าขนส่งทางถนนหลายเท่าตัว

“เราหวังว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอันใกล้ แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าปัญหาดังกล่าวอาจยืดเยื้อไปจนถึงฤดูฝนซึ่งต้องใช้ เวลานานกว่า 3 เดือน ในการที่จะเพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้น ”นางสาววาสนา กล่าว

นายวินัย ฉินทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรอำเภอเชียงแสน กล่าวว่า ขณะนี้ การใช้บริการทางถนนสาย R3a ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหาน้ำลดในช่วงหน้าแล้ง ทำให้การเดินทางของเรือมีอุปสรรค และเดินทางล่าช้า ซึ่งหากผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งไปได้ก็คาดว่าผู้ประกอบการจะหันกลับมาใช้บริการขน ส่งทางน้ำอีกครั้ง ที่ผ่านมา การค้าระหว่างด่านเชียงแสน มีปริมาณการขนส่งที่ปกติ ทั้งขาเข้าและขาออก ในปี 2551 ส่งออก 6,500 ล้านบาท นำเข้า 1,200 ล้านบาท ในปี 2552 ส่งออกรวม 5,500 ล้านบาท นำเข้า 1,200 ล้านบาท

นายสมเกียรติ พิสุทธิเจริญพงษ์ นายด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้การเดินทางโดยเรือได้รับความนิยมลดลง เนื่องจากเป็นช่วงของฤดูน้ำลด ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ต่อการขนส่งทางเรือ เพราะอาจจะทำให้การขนส่งล่าช้าและส่งผลต่อสินค้าได้ โดยเฉพาะสินค้าประเภทของสด ต่างๆ อาทิ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ ต่างๆ ดังนั้น ผู้ประกอบการด้านสินค้าสดทั้งหลายจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางมาใช้ถนนในการขนส่ง แทน แม้ว่าจะต้องเสียค่าขนส่งมากกว่าทางเรือ แต่หากเทียบกับความเสี่ยงแล้ว ก็ทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ทางถนนเพิ่มมากขึ้น “นายสมเกียรติ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ คำภิโล ขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี จังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ประกอบการเดินเรือ ตามเส้นทางแม่น้ำโขง ไปยังประเทศจีน ว่า ขณะนี้น้ำโขงลด ลงจนไม่สามารถเดินเรือได้ จากปัญหาที่เกิดขึ้นทางขนส่งทางน้ำก็ได้ทำหนังสือส่งไปที่กรมเจ้าท่า เพื่อหารือถึงทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เบื้องต้นจะประสานไปยังคณะกรรมการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ใน แม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) หรือ JCCN ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า และจีน เพื่อขอให้ร่วมเจรจาแก้ปัญหาให้แม่น้ำโขงสามารถ เดินเรือได้ตลอดทั้งปี ซึ่งหากได้รับความร่วมมือจากจีนในการปล่อยน้ำลงมาบ้าง จะเป็นการลดผลกระทบกับผู้ประกอบการเดินเรือ หรือผู้ประกอบการการส่งออกและนำเข้าสินค้า บริเวณท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย ได้

นายสัญญาณ ปิยานนท์ อายุ 53 ปี ซึ่งมีอาชีพเดินเรือรับส่งคนข้าม ไทย -ลาว ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ยึดอาชีพเดินเรือข้ามแม่น้ำ เพื่อส่งผู้โดยสารมานานกว่า 10 ปี ในปีนี้น้ำในแม่น้ำโขงลดลงผิดปกติเป็นอย่างมาก เนื่องจากปีนี้ทางจีนได้กักเก็บน้ำเอาไว้ในอ่างเหนือเขื่อนเร็วเกินไป ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน ได้รับผลกระทบกับเรือขนสินค้าจากจีนซึ่งบางลำต้องจอดอยู่ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

"ขณะนี้น้ำในแม่น้ำโขงตื้นเขินและเกิดหาดทรายมากขึ้น จึงทำให้เรือไม่สามารถร่องไปได้ เพราะเรือสินค้าต้องใช้ความลึกถึง 2 เมตร ถึงจะร่องน้ำได้ แต่น้ำในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน บางพื้นที่ของน้ำในแม่น้ำลึกประมาณแค่ 1 เมตรเท่านั้น เรือสินค้าทุกลำต้องเทียบท่า ทำให้ผู้ประกอบการค้าขายผัก ผลไม้สด เปลี่ยนวิธีรับ-ส่ง เป็นรถบรรทุกเพื่อรับส่งสินค้าแทน" ผู้ประกอบอาชีพ รายนี้ กล่าว

นางสาวสมสุข ขุทกะพันธุ์ ผู้ช่วยนายด่านศุลกากบึงกาฬ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ด่านศุลกากรบึงกาฬ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยการนำเข้า-ส่งออกสินค้าบริเวณนี้จะคมนาคมโดยการใช้เรือและแพขนานยนต์ แต่จากสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขงขณะ นี้ระดับน้ำลดลงมากประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ไม่สะดวกต่อการคมนาคม โดยเฉพาะด้านการขนส่งสินค้า ซึ่งสินค้าที่นำเข้าไทยส่วนใหญ่จะเป็นไม้แปรรูป ส่วนสินค้าส่งออกส่วนมากจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค

หลังน้ำโขงลด ลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรือขนส่งสินค้าและผู้โดยสารต้องเพิ่มระยะเวลาในการเดินทางมากขึ้น จากปกติหากเป็นฤดูน้ำหลากการเดินทางไปกลับฝั่งไทย-ลาวใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที แต่ในช่วงหน้าแล้งต้องเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง เพราะต้องขับเรืออ้อมไกลเพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่มีระดับน้ำตื้นเขิน ทำให้ผู้ประกอบการเรือโดยสารหรือแพขนานยนต์มีต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่ม ขึ้น

"ในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า หากระดับน้ำโขงยัง ลดลงเช่นนี้ เชื่อว่าการขนส่งสินค้าทางน้ำคงเลิกไปเลย เพราะแพขนานยนต์จะวิ่งไม่ได้ อาจจะต้องใช้เรือกีบในการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าเบ็ดเตล็ดแทน ส่วนจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเกิด ขึ้นหรือไม่นั้น เรื่องจากการสร้างสะพานเป็นเรื่องระดับรัฐบาลของสองประเทศ และใช้งบประมาณมหาศาล แต่หากเกิดขึ้นได้ก็จะดี เพราะจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า" นางสาวสมสุข กล่าว

นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้า จ.นครพนม ระบุว่า จากการวัดความลึกของน้ำโขงจาก ตลิ่งพบว่า ความลึกเหลือเพียง 0.35 เมตรเท่านั้น เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่แล้วที่มีปริมาณน้ำลึก 0.6-0.8 เมตร จากปกติที่ระดับความลึกจะอยู่ที่ 1.90-2.0 เมตร ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำในปัจจุบันแห้งหนักสุดในรอบ 30 ปี หากมองถึงผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจจากระดับน้ำที่ลดลง ก็จะทำให้เป็นอุปสรรคในการขนถ่ายสินค้าข้ามฟาก โดยเฉพาะวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างเขื่อนน้ำเทินที่ฝั่งลาว และอาจำให้ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอาจจะปรับเพิ่มขึ้น หรือการระวางหรือการบรรจุสินค้าในเรือก็อาจจะน้อยลง

ทั้งนี้หากมองในแง่ของผลกระทบเชิงบวกของระดับน้ำที่ลดลง ก็คือ จะทำให้กระบวนการในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่ง ที่ 3 มีความคล่องตัวมากขึ้น และทำให้คาดการณ์ว่าการก่อสร้างสะพานจะเสร็จเร็วขึ้นสัก 2-3 เดือน จากเดิมกำหนดแล้วเสร็จ วันที่ 11/11/11 (11 พ.ย.54) ก็อาจจะแล้วเสร็จราวเดือน ก.ย.54 ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 30%

ผศ.ดร.กนกวรรณ มโนรมย์ ผอ.ศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า จากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเกิดผลกระทบในมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบในมิติทางสังคม ชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวลุ่มน้ำโขงที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป "จีนซึ่งขณะนี้กลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มองว่าแม่น้ำโขงเป็น สมบัติส่วนตัวเป็นของรัฐ และอยู่ในขอบเขตอำนาจอธิปไตยของจีน มีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองหรือใช้ประโยชน์ ในขณะที่มุมมองของ 4 ประเทศแม่น้ำโขงตอนล่าง ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ต่างมองว่าแม่น้ำโขงเป็นสายน้ำนานาชาติที่ประเทศในแถบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ "

นักวิชาการรายนี้ กล่าวว่า ขณะนี้มุมมองของการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงแตกต่างกัน ทำให้แม่น้ำโขงเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หลังจากจีนมีแผนที่จะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงรวม 8 เขื่อน ซึ่งขณะนี้สร้างไปแล้วอย่างน้อย 3 เขื่อน กำลังการไฟฟ้าแต่ละเขื่อนเฉลี่ย 700 เมกะวัตต์ ซึ่งการกั้นเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของจีน ทำให้การไหลของน้ำโขงผิดปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศน์ ซึ่งจากการสอบถามชาวลาวในเวียงจันทน์หรือชาวหนองคายในเขตลุ่มน้ำโขง ต่างบอกว่า ก่อนที่จีนจะกั้นเขื่อนปกติช่วงหน้าแล้ง น้ำก็ลดลงตามปกติ ไม่ลดลงอย่างรุนแรงเหมือนในขณะนี้ ในทางกลับกันในอนาคตอาจจะเห็นน้ำหลากในช่วงเดือน เม.ย.ก็อาจเป็นไปได้ เพราะจีนอาจจะปล่อยน้ำลงมา

"ความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงที่เกิดจากการกั้นเขื่อนของจีน ทำให้เกิดความผันผวนในระบบนิเวศน์ ส่งผลกระทบในมิติเชิงสังคม คือ วิถีชีวิตของชาวประมงลุ่มน้ำโขงเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจีนจะปล่อยน้ำมาเมื่อไหร่ น้ำโขงจะแห้งลงไปมากกว่านี้หรือไม่ ชาวประมงอาจจะต้องเปลี่ยนอาชีพไปทำมาหากินที่อื่น หรือย้ายถิ่นฐาน ชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรมตามลุ่มน้ำโขงได้รับผลกระทบ โดยอาจจะสูบน้ำลำบากมากขึ้น มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังตามลำน้ำโขงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งนี่คือผลกระทบในมิติสังคม และวิถีชีวิตที่อาจเปลี่ยนแปลงไป " ผศ.ดร.กนกวรรณ ระบุ

นายมิติ ยาประสิทธิ์ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงแสน จ.เชียงราย กล่าวว่า เชียงแสนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงและ การสร้างท่าเทียบเรือเชียงแสน เพราะนอกจากชาวประมงจะต้องสูญเสียแหล่งหาปลาอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังต้องสูญเสียร่องน้ำธรรมชาติที่ถูกทำลายเนื่องจากใบพัดได้ทำการตะกุยเอา เศษดินตะกอนที่อยู่ใต้น้ำ ไปสะสมกันในจุดใดจุดหนึ่ง ทำให้แม่น้ำโขงใน จุดนั้นน้ำตื้นขึ้น สร้างความเสียหายแก่ระดับน้ำเดิม ทำให้น้ำตื้นเขินมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อกระแสน้ำเดิมที่หายไป ซึ่งตามธรรมชาติกระแสน้ำต้องหาร่องน้ำใหม่มาทดแทน จนเกิดปัญหาตามมาคือ กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางไป

“ผลกระทบจากการที่จีนสร้างตลิ่งกั้นน้ำบริเวณริมฝั่ง สปป.ลาว ส่งผลให้น้ำกัดเซาะริมฝั่งอำเภอเชียงของมากขึ้น เพราะจากปัญหากระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศรวมถึงปัญหาของการสะสมดินตะกอนจนเป็น สาเหตุให้แม่น้ำโขงมี ความตื้นลง ซึ่งสาเหตุหลักๆคงจะเนื่องมาจากการเปิดเขื่อนเพื่อระบายน้ำของจีน เพราะจะพัดพาเอาดินตะกอนเข้ามายังปลายสายมากขึ้น อีกทั้งการเดินเรือของจีนก็ส่งผลกระทบต่อดินตะกอนไม่น้อยเช่นกัน เพราะเรือจีนจะตะกรุยเอาดินตะกอนใต้แม่น้ำขึ้นมา จนขณะนี้ดินตะกอนดังกล่าวได้กลายเป็นเนินสูงขึ้นเรื่อยๆ " นายมิติ กล่าว

น้ำโขงแห้งยาบ้า-กัญชาจ่อทะลัก

ร.อ.อดิศัย ไขประพาย ผบ.ร้อยหน่วยทหารพราน 2104 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยว่า ระดับน้ำโขงแห้ง จนเกิดเป็นหาดทรายเป็นบริเวณกว้างหลายจุดในเขตอ.บ้านแพงและ อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นพื้นที่ๆระบาดของยาบ้าและกัญชา สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้จะยิ่งเอื้อต่อการลักลอบนำเข้าสิ่งเสพติดจาก ประเทศเพื่อนบ้านมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถทำได้โดยง่าย จากการเดิมข้ามฝั่งเข้ามาในเขตไทย จากเดิมที่ใช้การขนส่งทางเรือ

"การลักลอบนำเข้าเครือข่ายค้ายาเสพติดซึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จะนำยาเสพติดเข้ามาซุกซ่อนอยู่ในหลุมทราย ก่อนที่พ่อค้ายาเสพติดฝั่งไทยจะลงมาเอาของเมื่อได้โอกาส วิธีการของขบวนการเหล่านี้ จะทำเป็นระบบโดยทีมขน จะนำของกลางข้ามพรมแดนมาซ่อนไว้ที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง ก่อนที่ทีมฝั่งไทยจะมารับของกลางไปส่งต่อซึ่งทีมขนของแต่ละฝ่าย จะไม่มีโอกาสพบกันเลยเพื่อเป็นการป้องกันเจ้าหน้าที่ล่อซื้อปลอมตัวเป็นพ่อ ค้า โดยพ่อค้าตัวจริงจะสั่งการทางโทรศัพท์ และเมื่อทีมขนจากต่างถิ่นนำรถมาขนเอากัญชายังจุดซุกซ่อน จะมีชาวบ้านอีกชุดเป็นเด็กหรือคนแก่แต่งตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาหาฟืนบ้างขับรถ เครื่องบ้าน จะเป็นผู้ชี้เป้าว่ากัญชาอยู่ตรงจุดไหน" ร.อ.อดิศัย ระบุ

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นายอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำโขงลดลงในขณะนี้ ได้ทำการประสานเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายรวมถึง หน่วยรักษาความสงบตามลำน้ำโขง ในการออกตรวจเส้นทางลำเลียงยาเสพติดอย่างเข้มงวด เพราะระดับน้ำที่ลดลงอาจจะเอื้อต่อการลักลอบนำเข้ายาเสพติด

แหล่งข่าว: คมชัดลึก