ก.ท่องเที่ยวเร่งกู้วิกฤตท่องเที่ยวเอสเอ็มอีวอนม็อบคืนพื้นที่
Posted: Wed Apr 21, 2010 10:50 pm
"ส่วนการช่วยเหลือเรื่อง เงินทุนให้ผู้ประกอบการ กำลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการขอขยายวงเงินการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ให้ผู้ประกอบการ เพิ่มเติมอีก 5,000 ล้านบาท จากเดิมที่เคยให้ไว้แล้ว 5,000 ล้านบาท รวมถึงขยายเวลาการผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยของวงเงินสินเชื่อเดิมออกไปอีกด้วย" นายชุมพลกล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศได้รับทราบข้อเท็จจริง และเดินทางไปโรดโชว์ทั่วโลก เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเหมือนเดิม ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ 15-15.5 ล้านคน
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ไปเร่งประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ในบริเวณพื้นที่ชุมนุม หลังได้รับรายงานตัวเลขว่าได้รับผลกระทบเป็นจำนวนกว่า 300 ล้านบาท/วัน
ด้าน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) คนใหม่ กล่าวภายหลังได้รับการเลือกตั้งจากกรรมการส.อ.ท.ชุดใหม่ ว่า ปัญหาเรื่องการเมืองนั้น ขณะนี้ยืดเยื้อมานานหลายปี และสร้างความเสียหายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม เห็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรต้องมาพูดคุยกัน ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้จะยิ่งสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ
นาย สันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ส.อ.ท. กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นจะเป็นตัวฉุดการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว เพราะการชุมนุมทางการเมืองอยู่นอกกรอบของการเมืองปกติ ตอนนี้ประเทศคู่ค้าไม่กล้ามาสั่งซื้อสินค้าจากไทย เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถส่งสินค้าให้ได้ และปกติช่วงเดือนเม.ย. ต่างชาติจะเข้ามาประชุมผู้ถือหุ้น เจรจาจับคู่ธุรกิจ แต่ขณะนี้ยกเลิกไปแล้วหลายราย สิ่งที่เอกชนอยากเห็นคือย้ายการชุมนุมออกจากราชประสงค์ และหยุดการเคลื่อนไหวไปสีลม เพราะจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ถ้าเป็นไปได้น่าจะกลับไปชุมนุมแถวราชดำเนินจะดีกว่า
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้มียอดสั่งซื้อสินค้า (ออร์เดอร์) ล่วงหน้าแล้ว 5-6 เดือน หากไม่มีการชุมนุมเกิดขึ้นก็น่าจะทำให้ออร์เดอร์สูงกว่านี้อีก คาดว่าตลอดทั้งปี"53 มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยน่าจะอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับปี"51 ที่อยู่ระดับ 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนปี"54 คาดว่าน่าจะดีขึ้นจากปีนี้ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น
วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7083 ข่าวสดรายวัน หน้า 8