ท่าเรือเชียงแสนคึกคักหลังจีนเปิดเขื่อนระดับน้ำแม่โขงสูงขึ้น
Posted: Thu Apr 22, 2010 8:20 pm
เชียงแสนได้เฮอีกครั้ง หลังจีนผ่อนปรนเปิดเขื่อนให้เรือเริ่มแล่น ทำให้ท่าเรือเชียงแสนคึกคัก ขณะที่คนลุ่มน้ำโขงวอนสานต่อ MRC หวังให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและให้ให้ข้อมูลระหว่างไทย-จีน ด้านการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนนายอภิสิทธิ์ คำภิโล หัวหน้าสำนักงานขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากกรณีที่แม่น้ำโขงประสบภาวะแห้งอย่างหนักในช่วงต้นปี 2553 ที่ผ่านมานั้น พบว่าจนถึงช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจ จากเดิมระดับน้ำหน้าท่าเรือเชียงแสนมีไม่เกิน 1 เมตร ได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.80 เมตร ซึ่งระดับขนาดนี้สามารถแล่นเรือสินค้าในแม่น้ำโขงได้เป็นอย่างดี จึงมีเรือในแม่น้ำโขงจากประเทศพม่า ไปใช้บริการที่ท่าเรือเชียงแสนวันละประมาณ 3 ลำ และจาก สปป.ลาว ประมาณ 7 ลำ
อย่างไรก็ตามยังไม่มีเรือจากประเทศจีนไปใช้บริการ ซึ่งทางการจีนได้ออกประกาศไม่อนุญาตให้เรือออกจากฝั่งไปจนถึงกลางเดือน เม.ย.นี้ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุที่แม่น้ำโขงเพิ่มระดับจนเดินเรือได้สะดวก อาจเกิดจากเกิดฝนตกทางภาคเหนือของแม่น้ำโขง หรือทางการจีนได้เปิดเขื่อนในแม่น้ำโขงลงมาหลังจากหลายฝ่ายมีการเรียกร้อง กัน นอกจากนี้แม้ประเทศจีนจะไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงหรือเอ็มอาร์ซี (The Mekong River Commission) ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นการประชุมไปที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ก็ได้แจ้งว่าจะส่งข้อมูลโดยเฉพาะระดับน้ำในแม่น้ำโขงไปให้เอ็มอาร์ซี ซึ่งมีสำนักงาน อยู่ที่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ให้ทุกประเทศได้รับทราบทุกวันจันทร์ทำให้สถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น
"น้ำในแม่น้ำโขงส่วนใหญ่กว่า 55% เป็นน้ำที่ไหลอยู่ในแม่น้ำโขงตั้งแต่ต้นกำเนิด ที่เหลือเป็นน้ำจากแม่น้ำสาขาต่าง ๆ ดังนั้นน้ำที่ไหลอยู่ในจีนจึงมีความสำคัญอย่างมาก แต่ล่าสุดจากการประสานผ่านทางคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลงว่า ด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง หรือจีซีซีเอ็น (The Joint on Coordination of Commercial Navigation on the Lanchang-Mekong River among China, Laos, Myanmar and Thailand) ทราบว่าเขื่อนที่เมืองเชียงรุ้ง จีนตอนใต้ ได้เปิดน้ำ 200-400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวว่า ผลการประชุมเอ็มอาร์ซีถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่าง กลุ่มประเทศในเอ็มอาร์ซี คือ ไทย สปป.ลาว กัมพูชาและเวียดนาม ถือเป็นครั้งแรกที่จีนส่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศเข้าร่วมประชุมและ ยินยอมให้ข้อมูลด้านการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน
อย่างไรก็ตาม ต่อไปต้องพยายามให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต เช่น น้ำท่วมหนักที่ริมฝั่ง จ.เชียงราย เมื่อปี 2551 และความแห้งแล้งในรอบชั่วอายุคนในช่วงต้นปี 2553 ฯลฯ โดยขอให้ทางเอ็มอาร์ซีเป็นเจ้าภาพจัดเวทีพบปะหารือระหว่างภาคประชาชนลุ่มแม่น้ำโขงกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา โดยเฉพาะประเทศจีน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และทางประเทศจีนจะได้ทราบผลกระทบก่อนจะมีการพัฒนาใด ๆ เช่น กรณีการสร้างเขื่อนเมงชองในแม่น้ำโขงใต้ เขื่อนจิ่งหงที่เมืองเชียงรุ้งลงมาซึ่งได้ยกเลิกโครงการไปแล้ว
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในปัจจุบันมีเขื่อนในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งห่างจาก อ.เชียงแสน ไปทางทิศเหนือประมาณ 300 กิโลเมตร จำนวน 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนเสี่ยววาน สูง 300 เมตร มีกำลังผลิตไฟฟ้า 4,200 เมกะวัตต์ เขื่อนมันวาน มีความสูง 126 เมตร มีกำลังผลิตไฟฟ้า 1,500 เมกะวัตต์ เขื่อนต้าเฉาซาน สูง 110 เมตร มีกำลังผลิตไฟฟ้า 1,350 เมกะวัตต์ และเขื่อนจิ่งหง มีความสูง 118 เมตร มีกำลังผลิตไฟฟ้า 1,500 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ยังมีโครงการจะสร้างอีก 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนนัวจาตู้ โดยกำหนดสร้างให้แล้วเสร็จในปี 2563 เขื่อนกงกว่อเฉียว ความสูง 130 เมตร มีกำลังผลิตไฟฟ้า 750 เมกะวัตต์ เขื่อนกันลันปา มีกำลังผลิตไฟฟ้า 150 เมกะวัตต์ และเขื่อนเมงซอง มีกำลังผลิตไฟฟ้า 600 เมกะวัตต์
แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th 21/4/2553