Page 1 of 1

เชียงแสนเวียงเก่าเรื่องเล่าสู่ตำนาน เรียนรู้อดีตมองเห็นอนาคต

Posted: Fri Apr 23, 2010 1:06 pm
by Sam
มีอดีตจึงมีอนาคต นับว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย หากผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ในชุมชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นตนเอง

เมื่อมองเห็นความ เป็นมาแต่อดีต ย่อมเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

Image
น้องแอมป์ ด.ญ.ชนิสรา มาบุตร และ น้องโมเม ด.ญ.เมธินี วงศ์ษา สองเด็กหญิงตัวแทนจากโรงเรียนเชียงแสน อคาเดมี อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นหนึ่งในยุวมัคคุเทศก์ ผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมโบราณสถานภายในตัวเมืองเชียงแสน

เด็กๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียน ฝึกการเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นกับกลุ่มรักษ์เชียงแสน กลุ่มคนผู้รักและหวงแหนเชียงแสนเมืองเก่า เข้าใจการพัฒนาที่ไม่เบียดเบียนศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม

เชียงแสน เมืองเล็กๆ สงบเงียบริมฝั่งโขง มีประวัติความเป็นมายาวนาน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองโบราณ 3 ยุค อาณาจักรของเมืองเก่าแก่แห่งนี้ เริ่มจากเมืองโยนกนคร มาสู่ยุคหิรัญนครเงินยาง และกลายมาเป็นเมืองเชียงแสนในปัจจุบัน

หากนับตามตำนานทางประวัติศาสตร์แล้ว เมืองนี้มีผู้คนอยู่อาศัยมานับพันปี มีอดีตที่เคยรุ่งเรืองงดงาม สังเกตได้จากยังคงพบเห็นซากกำแพงเมืองโบราณ 2 ชั้น และแหล่งโบราณสถานหลายแห่งที่ปรากฏรายล้อมอยู่ทั้งในและนอกตัวเมือง

ภายในเขตกำแพงเมืองเก่า ประกอบไปด้วยวัดวาอาราม ซึ่งสำรวจแล้วพบว่ามีทั้งหมด 139 วัด แบ่งเป็นวัดที่อยู่ในกำแพง 76 วัด และนอกกำแพง 63 วัด นอกจากนี้ยังมีซากโบราณสถานต่างๆ กระจัดกระจายแทรกตัวสลับกับบ้านเรือนผู้คนอยู่ทั่วเมือง

Image
แม้เชียงแสนในวันนี้ จะหลงเหลือเพียงแค่ร่องรอยความรุ่งเรือง แต่นั่นก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนาและวัฒนธรรมที่มีใน อดีต ให้เด็กๆ ในชุมชนได้เรียนรู้ และสัมผัสเรื่องราวความเป็นมาของเมืองแห่งนี้

ในจำนวนวัดมากมายของ เมืองเชียงแสน วัดแรกที่น้องแอมป์ และ น้องโมเม แนะนำให้รู้จัก คือ วัดป่าสัก ซึ่งร่มรื่นไปด้วยต้นสักใหญ่หลายร้อยต้น ที่ตั้งของวัดอยู่นอกกำแพงเมือง ตามตำนานเล่าขานว่า พระเจ้าแสนภู เจ้าเมืองในขณะนั้นทรงสร้างวัดนี้ขึ้น และให้ปลูกต้นสักรายล้อมกำแพงไว้กว่า 300 ต้น เป็นที่มาของชื่อ วัดป่าสัก

ในวัดมีโบราณสถานสำคัญ คือ เจดีย์ทรงมณฑปยอดระฆัง มีลักษณะเป็นปูนปั้นหลากหลายลวดลาย ผสมผสานกันระหว่างศิลปะพื้นถิ่นกับศิลปะต่างถิ่น เนื่องจากมีการสร้างและบูรณะเพิ่มเติมกันมาหลายสมัย เช่น ตกแต่งลวดลายซุ้มฝักเพกา ลายประจำยาม และลายกาลมกรในแบบฉบับพุกาม มีประติมา กรรมรูปมารแบกแบบชวาหรือทวารวดี รูปแบบเทวดาหรือพระพุทธรูปต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นของท้องถิ่นดั้งเดิม เป็นต้น ปัจจุบันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกตาตุ่มข้างขวาของพระพุทธเจ้า

น้องแอมป์เล่าเสริมว่า "เจดีย์วัดป่าสัก เป็นศิลปะแบบผสมผสาน ระหว่างศิลปะสุโขทัย จีน พุกาม และเขมรค่ะ สังเกตได้จากลวดลายต่างๆ เช่น ที่เป็นพญานาคคือศิลปะเขมร ส่วนศิลปะจากจีน จะเป็นพวกลวดลายต่างๆ วัดนี้ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนเชียงแสน เพราะวัดยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก และเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในเมืองนี้ค่ะ"

Image
วัดต่อมาที่สองยุวมัคคุเทศก์น้อยแนะนำให้รู้จัก คือ วัดเจดีย์หลวง วัดสำคัญอีกวัดหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงแสน ตามตำนานกล่าวว่า พระเจ้าแสนภูทรงสร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1834 ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำองค์ใหญ่ สูงถึง 88 เมตร มีฐานกว้างกว่า 24 เมตร

น้องแอมป์เล่าว่า "ที่เจดีย์มีขนาดใหญ่ได้เท่านี้เพราะมีการสร้างถึง 3 สมัยด้วยกัน ผู้คนในแต่ละยุคมีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาก็มาร่วมกันสร้าง ในสมัยก่อนมีกฎว่าหากจะสร้างเจดีย์ใหม่ห้ามสร้างขนาดเท่าเดิม ถ้าไม่เล็กกว่าก็ให้ใหญ่กว่า แต่ผู้คนนิยมสร้างให้มีขนาดใหญ่กว่าของเดิมค่ะ"

เนื่องจากว่าในสมัย ก่อนเจดีย์มีความสำคัญมาก เพราะสร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของบุคคลที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา อันได้แก่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก หรือพระจักรพรรดิ วัดในเชียงแสนทุกวัดจึงมีเจดีย์เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ โดยมากจะอยู่ด้านหลังวิหาร

นอกจากความรู้เรื่องเจดีย์แล้ว ภายในวัดเจดีย์หลวงยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญ โมเมให้ความรู้เพิ่มเติมว่า "วัดนี้มีพระพุทธรูปที่มีเอกลักษณ์ค่ะ เรียกว่าหลวงพ่อเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ลักษณะพิเศษอยู่ที่เปลวรัศมีเป็นรูปดอกบัวตูม ชายสังฆาฏิยาวเหนือบริเวณราวนม ใบหน้าอ้วนกลมอมยิ้ม นอกจากพระพุทธรูปสิงห์หนึ่งแล้ว ยังมีพระพุทธรูปสิงห์สอง ซึ่งมีเปลวรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง ชายสังฆาฏิยาวเลยราวนมลงมาเล็กน้อย ใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ ประดิษฐานอยู่ที่วัดร้อยข้อ ส่วนสิงห์สามมีลักษณะเปลวรัศมีและใบหน้าเหมือนองค์สิงห์สอง แต่แตกต่างที่ชายสังฆาฏิจะยาวลงมาจรดมือ ประดิษฐานอยู่ที่วัดผ้าขาวป้านค่ะ"

ความรู้และประสบการณ์ที่แอมป์กับโมเมได้รับจากการฝึกหัดเป็นยุวมัคคุเทศก์ท้องถิ่นแห่งเมืองเชียงแสน เป็นการเปิดโลกกว้างให้เด็กๆ เรียนรู้ความเป็นมาของถิ่นกำเนิด ว่าในอดีตเจริญรุ่งเรืองเพียงใด ทั้งด้านศาสนาและด้านศิลปะวัฒนธรรมอันหลากหลายของเหล่าบรรพชนที่สั่งสมมา

กว่าจะก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้จนถึงปัจจุบัน มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงเวลานั้น เมื่อเด็กๆ ได้เข้าไปสัมผัสกับตำนานของบ้านเมือง จึงทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่อยากจะอนุรักษ์ไว้ซึ่งสิ่งมีค่าทางวัฒนธรรมเหล่านี้

แม้สภาพทางสังคมของเมืองเชียงแสน ณ วันนี้ กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกเศรษฐกิจก็ตาม สิ่งแวดล้อมรอบข้างอาจทำให้วิถีดั้งเดิมของผู้คนในท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไป หากเยาวชนได้รับการปลูกฝังค่านิยมให้รู้จักรักและหวงแหนมรดกล้ำค่าของบ้านเมืองตนเอง คงไม่มีสิ่งใดมาลบเลือนคุณค่าแห่งเมืองโบราณเก่าแก่ นี้ได้

การเรียนรู้อดีต ช่วยให้เด็กๆ มองเห็นอนาคตเมืองเชียงแสนแบบไหน ติดตามชมในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน เชียงแสนเวียงเก่า เช้าวันเสาร์ที่ 24 เม.ย. เวลา 06.25 น. ช่อง 3 http://www.payai.com" onclick="window.open(this.href);return false;

วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7085 ข่าวสดรายวัน หน้า 24 คอลัมน์ สดจากเยาวชน