ททท.ดึง 85 ธุรกิจท่องเที่ยวไทยออกบูธงาน อาระเบียนทราเวลมาร์ท
Posted: Thu May 06, 2010 9:31 pm
ททท.ดึง 85 ธุรกิจท่องเที่ยวไทยร่วมออกบูธงานอาระเบียน ทราเวล มาร์ท ชูจุดเด่นอาหารฮาลาล เมดิคัล ฮับและความคุ้มค่าเงินเป็นจุดขาย ทั้งใช้เป็นเวทีสร้างความเชื่อมั่น หวังให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปลดล็อกคำแนะนำเตือนห้ามเดินทางเที่ยวไทย พร้อมให้นโยบายสำนักงานยุโรปทุกแห่ง ทำแผนเน้นดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มรีพีตเตอร์เที่ยวไทย เหตุจากเป็นกลุ่มที่เข้าใจประเทศไทยเป็นอย่างดีนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าด้านตลาดต่างประเทศ ซึ่งดูแลตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าในระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคมนี้ ททท.ได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยรวมกว่า 85 ราย เพื่อเดินทางไปร่วมงานส่งเสริมการขายในงานอาระเบียน ทราเวล มาร์ท ระหว่างในวันที่ 4-7 พฤษภาคมนี้ ภายในพื้นที่รวมกว่า 400 ตารางเมตร เพื่อโปรโมตตลาดตะวันออกกลางให้เดินทางมาเที่ยวไทย
โดยททท.จะนำเสนอจุดขายในเรื่องของ 3 G คือ Good Food เน้นโปรโมตการให้บริการอาหารฮาลาล Good Health การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือเมดิคัลฮับ และ Good Price การคุ้มค่าเงิน พร้อมกันนี้ททท.ยังจะใช้เวทีดังกล่าว เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ของสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวไทย โดยจะพยายามทำความเข้าใจกับสื่อต่างประเทศและเอเยนต์ต่างประเทศให้เข้าใจว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีเฉพาะในกรุงเทพฯเท่านั้น แต่การท่องเที่ยวในภาคใต้
ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ สมุย ไม่มีปัญหาเรื่องการเมือง และมีเที่ยวบินตรงเข้าภูเก็ต เพื่อทำความเข้าใจให้บริษัททัวร์จากตะวันออกกลาง จัดทัวร์มาเที่ยวไทยในช่วงมิถุนายน-สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซันพอดีทั้งยังหวังว่าการเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริงดัง กล่าว จะมีส่วนช่วยให้ทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลดระดับการเตือน จากปัจจุบันที่ได้ประกาศเตือนห้ามการเดินทางมาเที่ยวไทย
นอกจากนี้ยังได้ให้นโยบายสำนักงานททท.ในยุโรป ให้มองการจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะสั้น โดยเน้นการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังมีความหวังในการเดินทางมาเที่ยวไทย ในช่วงนี้ เช่นกลุ่มนักท่องเที่ยวมาซ้ำหรือรีพีตเตอร์ ,กลุ่มเฟรนด์ออฟไทยแลนด์ เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเข้าใจสถานการณ์ในไทยเป็นอย่างดี และไม่ค่อยมีความหวาดกลัวต่อสถานการณ์การเมือง เช่นตลาดอิสราเอล ตลาดอินเดียและอิหร่าน รวมถึงการโปรโมตการท่องเที่ยวในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมืองน้อย และมีเที่ยวบินตรง อย่างในช่วงโลว์ซีซันนี้ ก็มีชาร์เตอร์ไฟลต์ของ XL แอร์ไลน์ บินตรงเข้าภูเก็ต
ขณะเดียวกันก็วางแผนระยะกลาง ว่าหากปัญหาการเมืองยุติลง ททท.ก็จะดำเนินการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในช่วงกันยายนนี้ เพื่อหวังกระตุ้นตลาดในช่วงไฮซีซัน ซึ่งจะใช้งบไทยเข้มแข็งที่ททท.ได้รับ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้เบรกแผนโฆษณาและประชาสัมพันธ์ออกไป เพราะมองว่าหากดำเนินการโฆษณาตามแผนเดิมก็จะไม่ได้ประโยชน์ เพราะไทยยังมีปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง
ด้านนางวิยะดา ศรีรางกูล ผู้อำนวยการสำนักงานกรุงโรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นยอดนิยมจากประเทศสเปน 2 แบรนด์ ได้แก่ Lodi (แบรนด์รองเท้าและเครื่องหนังชั้นนำจากสเปน) และ Etxart & Panno (แบรนด์เครื่องประดับและเสื้อผ้าโดยดีไซเนอร์สเปน)จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย รวมทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของตนร่วมกับ ททท.ตามโครงการ Amazing Thailand Amazing Value ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2552 - สิงหาคม 2553 เพื่อเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวสเปน ให้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยควบคู่ไปกับโฆษณาสินค้าผ่านสื่อช่อง ทางต่างๆในสเปน
โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ด้านแฟชั่นยอดนิยม คือ http://www.enfemenio.com" onclick="window.open(this.href);return false; http://www.vogue.es" onclick="window.open(this.href);return false; และ http://www.exartpanno.com" onclick="window.open(this.href);return false; รวมทั้งเว็บไซต์ท่องเที่ยวของ ททท. ที่เป็นภาษาสเปน คือ http://www.turismotailande.com" onclick="window.open(this.href);return false;
นอกจากนี้ ยังจัดทำ Product Packaging & Catalogue ประชาสัมพันธ์แคมเปญท่องเที่ยวประเทศไทยภายใต้แนวคิด "Lodi - Bring you to Thailand" และ "Etxart & Panno - Night & Day in Thailand" ตกแต่งและจัดดิสเพลย์ภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยวของไทยในร้านจำหน่ายสินค้ากว่า 1 หมื่นสาขาทั่วประเทศสเปน ถ่ายทำแฟชั่นในประเทศไทยชุด The Thai Collection และ 72 hours in Bangkok to discover the Spring / Summer Collection by Lodi เพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารแฟชั่นยอดนิยมของสเปนหลายเล่ม ได้แก่ La Vanguarda, Vogue, V Mag, Instyle, Marie Claire, Haper's Bazaar และ บทความโฆษณาในหนังสือพิมพ์ El Semanal ที่มีผู้อ่านกว่า 1.4 ล้านคน รวมถึงจัดทำบทความส่งไปยังสมาชิกของสินค้าดังกล่าวเพื่อประชาสัมพันธ์การ ร่วมสนุกเพื่อชิงรางวัลแพ็กเกจท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมูลค่าการโฆษณาครั้งนี้สูงถึง 5 แสนยูโร ในขณะที่ ททท. ใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้เพียง 12,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยเพียง 6 แสนบาทเท่านั้น จึงนับได้ว่าการร่วมจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้ผลคุ้มค่า สามารถสร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทยเป็นที่ แพร่หลาย
แหล่งข่าว: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,528 6-8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553