วิกฤตหนี้กรีซ อีกหนึ่งปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อท่องเที่ยวไทย

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

วิกฤตหนี้กรีซ อีกหนึ่งปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อท่องเที่ยวไทย

Post by Sam »

วิกฤตหนี้กรีซ อีกหนึ่งปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะอินบาวน์ตลาดยุโรป
===

จับกระแสบิ๊กธปท. กับวิกฤตหนี้"กรีซ"

คอลัมน์รายงานพิเศษ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7108 ข่าวสดรายวัน หน้า 8

Imageตอนนี้นอกจากปัญหาการเมืองจะเป็นจุดเปราะบางที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดคือปัญหาหนี้สาธารณะของ ประเทศกรีซ รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เกาะติดปัญหาอย่างเข้มข้น

จากการจับกระแสของผู้บริหารธปท.ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีความเห็นต่อเรื่องนี้ อย่างไร มาติดตามกัน

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของกรีซไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของไทยโดยตรง เพราะสถาบันการเงินของไทย ไม่ได้ไปลงทุนในกรีซ แต่ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจต้องรอประเมินอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากมีมาตรการออกมาช่วยเหลือที่ชัดเจนขึ้น

"ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปหรือไม่ ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ก็ต้องประเมินข้อมูลล่าสุดทั้งปัจจัยการเมืองในประเทศ และปัจจัยภายนอกเรื่องผลกระทบจากปัญหาของกรีซอีกครั้ง จะดูวันต่อวันไม่ได้" นางธาริษา กล่าว

ด้านนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า หลังจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มีมาตรการช่วยเหลือประเทศกรีซที่ประสบปัญหาหนี้สาธารณะสูงชัดเจนขึ้น ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะสามารถดูแลบริหารจัดการได้ แต่เบื้องต้นยอมรับว่าปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของ ไทยระดับหนึ่ง

"การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปอาจมีข้อจำกัดที่บางประเทศคงไม่สามารถใช้ นโยบายการคลังได้เต็มที่ นอกเหนือจากการว่างงานที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง สถาบันการเงินในบางประเทศยังปล่อยสินเชื่อได้ไม่มากนัก ทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจได้รับผล กระทบด้วยหรือไม่ ธปท.คงต้องติดตามสถานการณ์ในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด" นายบัณฑิต กล่าว

นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธปท. กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือกรีซเป็นเพียงการตั้งวงเงินช่วยเหลือเท่านั้น อะไรๆ ยังไม่นิ่งจึงประเมินยากมาก โดยกังวลว่าหากกรีซผิดนัดชำระหนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก จึงต้องติดตามต่อไปเช่นกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระจายตัวแค่ไหน

ส่วนนางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาดูมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจในยูโรโซน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่น่าจะมีความรุนแรงเท่ากับ วิกฤตการเงินสหรัฐ หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจโลก

หากลำพังหนี้สาธารณะของกรีซถือว่าไม่มากเท่าไหร่ ซึ่งจากมาตรการช่วยเหลือจากอียู และไอเอ็มเอฟพยายามไม่ให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งเงินที่กรีซได้รับน่าจะเพียงพอมาใช้หนี้ในปีนี้ได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบสถาบันการเงินของยุโรปและสหรัฐที่มีเม็ดเงินเข้าไป ลงทุนในยูโรโซนค่อนข้างมาก

แม้ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จะมองว่า กรีซอาจถูกขับไล่ออกจากการใช้เงินสกุลยูโรนั้น ในทางปฏิบัติไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ตามกฎของอียูที่ต้องใช้เงินสกุลยูโรอย่าง เดียว ไม่เช่นนั้นก็ต้องเหมือนให้ออกจากสมาชิกอียูไปเลย แต่ทางอียูอาจรู้สึกเสียหน้าถ้าประเทศใดประเทศหนึ่งต้องหลุดออกไป

"ปีนี้เงินที่จะชำระหนี้มีแล้ว แต่ปีหน้าทั้งโปรตุเกส สเปน ต้องชำระหนี้จำนวนมากเหมือนกัน จึงน่าเป็นห่วงว่าต่อไปจะมีเงินใช้หนี้หรือไม่ ถ้าเงินก้อนที่อียูและไอเอ็มเอฟอนุมัติให้สามารถช่วยได้ ความจำเป็นที่จะต้องออกจากอียูก็น้อยลง"

นางสุชาดา กล่าวอีกว่า เมื่อกลับมามองผลกระทบที่มีต่อไทยในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ก่อนหน้านี้นักลงทุนในตลาดเงินคาดไว้ว่าจีนจะปรับเงินหยวนแข็งค่าขึ้น เนื่องจากอยู่ในภาวะเกินดุลลดลง ประกอบกับดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารในตลาดลอนดอน (ไลบอร์) อยู่ในระดับต่ำ 0.3% ทำให้นักลงทุนกู้เงินจากสหรัฐมาลงทุนในเอเชีย เพื่อเก็งกำไรค่าเงิน แต่จากปัญหาของกรีซ ส่งผลให้ค่าเงินยูโรและดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ดอกเบี้ยไลบอร์ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 0.42% แนวโน้มนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดเงินเอเชียจึงลดลง

จึงอาจพูดได้ว่า แนวโน้มเงินทุนไหลเข้ามาไทยจากช่วงนี้เป็นต้นไปอาจมีเข้ามีออกอยู่ในระดับ ที่สมดุลด้วยตัวเอง โดยเชื่อว่าส่วนที่เหลือของปีนี้ช่วงไตรมาส 2,3 และ4 เงินทุนจะไหลเข้าอีกประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/53 เพียงไตรมาสเดียวที่มีเงินทุนไหลเข้ามามากถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ที่ครึ่งหลังของปีนี้ ยังมีปัจจัยลบจากปัญหาการเมืองในประเทศ ปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซที่ต้องคิดหนัก

ในแง่ผลกระทบต่อการส่งออกของไทยนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยมากนัก แต่หากปัญหาของกรีซลุกลามกระทบเศรษฐกิจทั่วยุโรป อาจกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยุโรปที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 10% ของการส่งออกทั้งหมด เพียงเล็กน้อย ซึ่งผู้ส่งออกไทยน่าจะหาตลาดอื่นทดแทนได้

ขณะที่นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่า ในแง่ผลกระทบต่อสถาบันการเงินของไทย จากการตรวจสอบสถาบันการเงินไทยที่มีการฝากเงินกับสถาบันการเงินอื่นในต่าง ประเทศ รวมถึงการให้กู้ยืมเงินหรือไปลงทุนในพันธบัตรของสถาบันการเงินอื่นในต่าง ประเทศในช่วงที่ผ่านมา

พบว่ามีจำนวน 2.8 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.8% ของสินทรัพย์สถาบันการเงินไทยทั้งระบบ และในจำนวนนี้เป็นการปล่อยสินเชื่อให้บริษัทที่มีสัญชาติกรีซเพียง 340 ล้านบาท ถือว่าน้อยมาก

จึงมั่นใจว่าวิกฤตหนี้ในยุโรปจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินไทย

ปมเหตุเขย่าฐานะความมั่นคง

ตลอดช่วงเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ข่าวตัวเลขหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศ PIGS ที่ประกอบด้วย โปรตุเกส อิตาลี กรีซ และสเปน โดยเฉพาะกรีซที่ต้องแบกรับภาระสูงมหาศาล 3 แสนล้านยูโร หรือราว 14 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 115% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงสุดในกลุ่ม PIGS

สาเหตุจากการทำงบประมาณขาดดุล 13.6% ของจีดีพี จนอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ เขย่าฐานะความมั่นคงทางการคลังของประเทศถึงขั้นล้มละลาย และอาจลุกลามขยายวงกว้างออกไปเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกระลอกใหญ่อีกครั้ง

ขัดต่อบัญญัติภายใต้สนธิสัญญามาสทริชต์ ของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้การขาดดุลงบประมาณของประเทศไว้ไม่เกิน 3% ของจีดีพี ระดับหนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของจีดีพี และอัตราเงินเฟ้อไม่เกิน 1.5% ของอัตราเฉลี่ยของ 3 ประเทศสมาชิก PIGS ที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำสุด

ล่าสุดสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มีมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินแล้ว 7.5 แสนล้านยูโร หรือ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดตั้งกลไกสร้างเสถียรภาพแห่งยุโรป 5 แสนล้านยูโร หรือ 6.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ประกอบด้วย วงเงิน 6 หมื่นล้านยูโร เพื่อปกป้องเสถียรภาพทางการเงิน และวงเงินปล่อยกู้และค้ำประกันหนี้มูลค่า 4.4 แสนล้านยูโร ซึ่งจะดำเนินการผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ ระยะ 3 ปี ส่วนที่เหลือ 2.5 แสนล้านยูโร เป็นเงินสมทบจากไอเอ็มเอฟ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้เข้ามาแทรกแซงตลาดตราสารหนี้ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ เอกชน เพื่อช่วยหนุนสภาพคล่อง

แต่ทั่วโลกยังกังวลว่ากรีซจะสะสางปัญหาหนี้สาธารณะได้หรือไม่
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

Re: วิกฤตหนี้กรีซ กระทบเที่ยวไทย ทำนักท่องเที่ยวลด 1%

Post by Sam »

กรีซกระทบศก.ไทย

คอลัมน์ เศรษฐกิจติดดิน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย

Imageปัญหาหนี้ สาธารณะของกรีซที่เข้าลักษณะหนี้สินล้นพ้นตัว ทำให้ขาดความสามารถในการชำระหนี้คืน อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ โปรตุเกส อิตาลี และ สเปน ต้องเดือดร้อนไปด้วย

เพราะนักลงทุนเริ่มมีความระแวงว่าประเทศ เหล่านี้ซึ่งมีฐานะการคลังที่เข้าข่ายมีปัญหา จะไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้เช่นกัน จนในที่สุดอาจนำไปสู่วิกฤตการเงินของกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ได้ และจะเป็นเรื่องใหญ่กระทบเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งจะฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินของ สหรัฐ

กลุ่มประเทศที่มีปัญหาหรือมีแนวโน้มว่าจะมีปัญหาข้างต้น หรือเรียกกันในนาม PIGS จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ จากสถิติที่ผ่านมา กลุ่ม PIGS ลงทุนโดยตรงในไทยคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.63% จากการลงทุนโดยตรงทั้งหมด และไทยปล่อยกู้ให้กับกรีซไม่ถึง 0.001% ของสินเชื่อรวม ส่วนนักท่องเที่ยวในกลุ่ม PIGS คิดเป็น 2% ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั้งหมด ขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอียู มีสัดส่วนถึง 26.7%

สำหรับการส่งออก ไทยส่งไป อียู-15 (ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน และ สหราชอาณาจักร) คิดเป็นสัดส่วน 10.53% (ข้อมูลปี"52) โดยส่งออกไปกรีซเพียง 0.14% และ 1.42% ไปโปรตุเกส สเปน และอิตาลี ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก

แสดงให้ เห็นว่าวิกฤตกรีซจะส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวเข้าไทยโดยรวมลดลง 1% และการส่งออกไปกรีซจะหดตัวที่ -4.5% เมื่อเทียบจากกรณีฐานที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 8% ในปี 2010 และคาดว่าผลทางอ้อมจากการลุกลามของวิกฤตจะทำให้การส่งออกไทยไปสู่ประเทศใน กลุ่ม PIGS ขยายตัวเพียง 4% เมื่อเทียบกับ 10% ในกรณีฐาน

หากเปรียบ เทียบผลกระทบที่เกิดจากความไม่สงบทางการเมืองของไทยแล้ว วิกฤตกรีซกลับส่งผลกระทบให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลงน้อยกว่าการเมืองที่มีการจลาจล

ทั้งนี้ แม้ว่าวิกฤตกรีซจะส่งผลกระทบกับไทยไม่มาก แต่ไทยยังต้องระมัดระวังหากวิกฤตขยายวงไปสู่การถดถอยของเศรษฐกิจของประเทศ กลุ่มอียูซึ่งเป็นตลาดหลักส่งออกของไทยตลาดหนึ่ง

วันที่ 04 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7127 ข่าวสดรายวัน หน้า 9
Post Reply