ทัวริสต์หด 20% ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เร่งฟื้นตลาดเอเชียช่วย

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

ทัวริสต์หด 20% ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เร่งฟื้นตลาดเอเชียช่วย

Post by Sam »

ทีเอชเอเผยบุ๊กกิ้งหดทั่วทุกภาค

Imageทีเอชเอคาดทัวริสต์หด20%ไม่นับพื้นที่ทั่วประเทศ ระบุตลาดญี่ปุ่น เกาหลี จีนจะฟื้นเร็ว เดินหน้าฟื้นท่องเที่ยวเต็มสูบ ห่วงว่าประเทศเอเชียนด้วยกันจะจัดแพ็กเกจตัดราคาลูกค้ากันเอง

นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ปีนี้ทีเอชเอคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทยในปีนี้ น่าจะลดลง 20% หรือมีจำนวน 12 ล้านคน จากเป้าหมาย 15 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 20% หรือมีรายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 4 แสนล้านบาท

สำหรับความเสียหายทั้งหมดเฉพาะในกรุงเทพฯ เกิดการสูญเสียรายได้ราว 4-5 พันล้านบาท ขณะที่ความเสียหายทั่วประเทศยังไม่มีการประเมิน ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมตกต่ำมากขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน 9 วัน ก็ยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเพียงนี้ แต่ครั้งนี้มีการชุมนุมกว่า 2 เดือน และมีความรุนแรงต่างๆ เกิดขึ้น เช่น การเผาสถานที่ต่างๆ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาฟื้นตัวอย่างน้อย 6 เดือน- 2 ปี นักท่องเที่ยวจึงจะกลับมา

โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมบริเวณราชประสงค์รวมโรงแรมที่ปิดให้ บริการไปก่อนหน้านี้อยู่ราวกว่า 10% แต่หากไม่รวมโรงแรมที่ปิดให้บริการ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 21% ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศเคอร์ฟิวส่งผลให้มีโรงแรมปิดให้บริการ 21 แห่ง จากที่ก่อนหน้านั้นมีการปิดไป 12 โรงแรม อย่างไรก็ตาม โรงแรมใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 36% ในเดือนเมษายน และ 21% ในเดือนพฤษภาคม ส่วนโรงแรมเล็กๆ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 37% ในเดือนเมษายน
รวมทั้งสถานการณ์ในขณะนี้ยังส่งผลกระทบไปถึงเมืองท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 40% เขาหลัก 4-6% กระบี่ 30% เชียงใหม่ 30% กาญจนบุรี 35% หัวหิน ชะอำ 45% พัทยา 30% โดยที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ราว 30-40%

ทั้งนี้ตลาดที่จะกลับมาเร็วคือตลาดเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสิ่งที่จะต้องเร่งทำคือกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศให้นักท่อง เที่ยวกลับมาอย่างรวดเร็วที่สุด รวมถึงเป็นการสร้างงานให้คนไทยด้วย เพราะตลาดจากยุโรป เป็นตลาดระยะไกลที่ต้องใช้เวลาอีกนานกว่านักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามา ถ้าหากไม่มีการกระตุ้นตลาด ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะน้อยกว่านี้

ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน และภาครัฐต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนกลับเข้ามา โดยสมาคม จะสนับสนุนภาครัฐเพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติเช่นเคย เพราะหากไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ก็จะส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานเกิดขึ้น ซึ่งหากไม่มีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือการเลิกจ้างเกิดขึ้นแน่นอน และจะกระทบตลาดทุกเซ็กเมนต์

สำหรับแผนการทำตลาด จะมีการทำแพ็กเกจ ทั้งตลาดต่างประเทศ เอเชีย และในประเทศ แต่กลัวว่าจะมีการตัดราคาเกิดขึ้น ซึ่งทีเอชเอจะขอร้องว่าอย่าให้มีการตัดราคา โดยจะมีการประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามา และจะขอให้ ททท. มาทำแพ็กเกจร่วมกันลดราคา ด้านตลาดต่างประเทศจะต้องร่วมกัน โรงแรม สายการบิน เช่น การบินไทย มาทำแพ็กเกจร่วมกัน ไม่ให้เกิดการตัดราคาขึ้น ป้องกันการเกิดสงครามราคา เพราะจะทำให้โครงสร้างต่างๆ เสียไป ส่วนตลาดในประเทศจะทำแพ็กเกจลดราคาราว 60-70%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,536 3-5 มิถุนายน พ.ศ. 2553