พบแหล่งพลังงานใหม่ในพม่าชายแดนเชียงใหม่-เชียงราย ชี้เป็นสินแร่ ที่มีอยู่ในชั้นใต้ดิน ถูกสำรวจพบโดยเอกชนไทย ในเขตรัฐฉานใต้ ใกล้ชายแดนไทยทางภาคเหนือ เผยเป็นถ่านหินชั้นดี ยั่วยวนบริษัททุนไทยทำสัญญาหลายสิบปีแหล่งข่าวเผยเป็น ผลดีกับชายแดนกับการฟื้นฟูความเป็นอยู่ เพราะเป็นเชื้อเพลิงพลังงานความร้อน ที่มีอยู่มากพอสมควร หากขุดนำขึ้นมาใช้เกือบครึ่งทศวรรตก็ยังไม่หมด ทั้งก่อนหน้านี้นานนับสิบปี เคยมีคณะสำรวจของไทยเดินทางไปขุดเจาะหาแหล่ง พลังงานความร้อนใต้พิภพที่ จ.เชียงตุงมาแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหาย คาดว่าไม่คุ้มการลงทุน
แต่ที่พบแห่งใหม่ บริเวณระหว่าง เมืองก๊กและเมืองแพรก(พยาก) ใกล้เส้นทางชายแดนไทย ด้านจ.เชียงใหม่ และจ.เชียงราย ว่ากันว่าเป็นสินแร่บิทูบินัส (BITUMINOUS) มีคุณภาพที่ดีกว่าถ่านหินลิกไนต์ หลังเกิดการเผาไหม้ เป็นเชื้อเพลิงที่ให้ พลังงานความร้อนแบบคงที่ยาวนานกว่า และก่อเกิดมลพิษในอากาศน้อยกว่า
แหล่งข่าวความมั่นคงชายแดน กล่าวว่า ประมาณต้นเดือนตุลาคม 2552 เจ้าหน้าที่บริษัทอีสตั้นไทยซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ได้เดินทางเข้าทำสัญญากับรัฐบาลทหารพม่า ในการสัมปทานถ่านหิน (แร่บิทูบินัส) ที่เมืองก๊ก หลังทำการสำรวจและขุดเจาะของบริษัท พบมีปริมาณสำรองประมาณ 110 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 270,000 ล้านบาท การทำสัญญาครั้งนี้ทางบริษัทอีสตั้นไทย ได้รับอนุญาตสัมปทานจากพม่าระยะแรกเป็นเวลา 10 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โครงการนี้มีระยะเวลาประมาณ 30 ปี
ขณะเดียวกันบริษัทสระบุรีถ่านหินจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเครือข่ายเดียวกัน ก็ได้นำเครื่องจักรกลเข้าไปดำเนินการสร้างถนน จากบ้านแม่โจ๊กฝั่งพม่า ตรง ข้ามบ้านม้งเก้าหลัง หมู่ที่ 9 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ผ่านเมืองตูมไปยังเมืองก๊ก กว้างประมาณ 5-6 เมตร และมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 68 กม.ซึ่งทางบริษัทสระบุรีถ่านหินจำกัด จะใช้เป็นเส้นทางสำหรับการขนถ่านหิน เข้าสู่ชายแดนประเทศไทย ตามถนนหมายเลข 1130 (เส้นทางดอยแม่สลองถึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย) แต่ที่ผ่านมา ทราบว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มองเห็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมีมาก เนื่องจากฝั่งพม่าบริเวณช่องทางระหว่างบ้านแม่โจ๊กถึง เมืองตูม สภาพพื้นที่มียอดเขาสูงและป่าไม้ปกคลุมหนาแน่น ที่สำคัญยังเป็นเขตพื้นที่อิทธิพลของยาเสพติดชนกลุ่มน้อยอยู่ ทั้งนี้ยังรวมถึงปัญหาแรงงานต่างด้าว จึงไม่อนุญาตให้นำถ่านหินเข้าช่องทางดังกล่าว เส้นทางนี้ จากเมืองตูม สามารถเชื่อมต่อเส้นทาง หมายเลข 45 ได้อย่างสะดวก สำหรับการคมนาคมในเขตรัฐฉานใต้ผ่านบ้านนากองมู บ้านโป่งป่าแขม และช่องทาง BP1 ในฝั่งพม่าออกจุดผ่อนปรน (เก่า)ช่องทางกิ่วผาวอก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งมีระยะทางประมาณ 118 กม.จากเมืองตูมมายัง จ.ท่าขี้เหล็ก เข้าสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 หมู่ที่ 3 บ้านสันผักฮี้ ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย บริเวณใกล้กันเขตเมืองก๊กถึงเมืองตูม ซึ่งมีแม่น้ำปุ๋งและสายน้ำเส้นแยกหัว น้ำของแม่น้ำกกที่ไหลพาดผ่าน จ.เชียงราย ออกสู่แม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน
โครงการดังกล่าวได้มีการเตรียมสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้า และใช้พลังงานจากถ่านหินที่ขุดเจาะได้ คาดว่าใช้เวลาก่อสร้างโรงไฟฟ้าประมาณ 5 ปี ซึ่งหากสร้างเสร็จจะสามารถส่งกระแสไฟฟ้าให้กับเมืองก๊ก เมืองสาด เมืองโก เมืองตูม จ.เชียงตุง และจ.ท่าขี้เหล็ก ได้อย่างพอเพียง หลังการขุดนำถ่านหิน (แร่บิทูบินัส) ออกมาเรียบร้อย ส่วนหนึ่งจะถูกลำเลียงเข้าประเทศไทยไปยังโรงผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.ที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า แหล่งพลังงานในพม่า เป็นที่ทราบดีว่ายังมีอยู่ มาก และยังคงถูกนำมาใช้เพียงน้อยนิด เนื่องจากการที่พม่าปิดประเทศแต่กับชายแดนเพื่อนบ้าน พม่าคบค้าทุกกลุ่มเพราะความต้องการปัจจัยบริโภค ผลของการปิดประเทศคือ ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ยังไม่ถูกกลุ่มทุนนอกประเทศนำเครื่องจักรกลหนักเข้าถลุงขุดเจาะทรัพยากรเหมือนดั่งประเทศไทยในอดีต เช่น ดีบุก พลอย ชั้นดินถูกเจาะจนพรุน ทิ้งหลุมลึก บ่อร้าง ไว้เป็นอนุสรณ์นับหลายสิบปี จนช่างและแรงานฝีมือต้องออกไปหากินตามชายแดนและนอกประเทศ
พลังงานสำรองใต้พิภพในพม่า ว่ากันว่าทั้งแก๊ส น้ำมัน แร่ต่างฯยังมีเหลือเฟือ สำหรับมิตรประเทศข้างเคียงโดยเฉพาะพันธมิตรอินโดจีนที่ปัจจุบันเป็นเรื่องหลักสำหรับความต้องการพลังงานเพื่อพัฒนาประเทศ
แหล่งข่าว: chiangmainews.co.th 29/6/2553