Page 1 of 1

ท่องเที่ยวเชียงใหม่ครวญเจอตอปัญหารุมเร้ารอบด้าน

Posted: Sun Jul 25, 2010 11:03 am
by Sam
Image
ท่องเที่ยวเชียงใหม่เจอตอปัญหารุมรอบด้าน

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เผยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันอยู่ในทิศทางขาลง จากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศถาโถมเข้าใส่ ภาครัฐ-เอกชนนั่งไม่ติดเร่งหากิจกรรมอัดกระตุ้นฟื้นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ของภาคเหนือตอนบนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

นายวรพงษ์ หมู่ชาวใต้ เลขาธิการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงานประมวลปัญหาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้ว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันอยู่ในทิศทาง ขาลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3-4 ปีโดยมีตัวชี้วัดมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลดลง ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ลดลงอย่างรวดเร็วในส่วนนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวจากเอเซียมีสัดส่วนที่มากขึ้นในฐานรวมที่ลดลง จึงทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ดังเช่น นักท่องเที่ยวจากเอเซียส่วนใหญ่ซึ่งมีรายจ่ายต่อหัวต่อคน และวันพำนักที่ต่ำกว่าชาวยุโรป จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบทางอ้อมที่ทำให้รายได้รวมลดลงนอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมที่ลดลง จากการประเมินสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบที่ผ่านมาโดยมีปัจจัยลบใหญ่ๆ ปรากฏดังนี้คือ การที่น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นทำให้ทุกธุรกิจมีต้นทุนสูงขึ้น โดยอุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนส่งผลถึงจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างประเทศโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากทวีปห่างไกล ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักของจังหวัดเชียงใหม่เช่นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมันนีเป็นต้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาจากวิกฤตอเมริกา (Hamburger Crisis) ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมีอัตราเฉลี่ยลดลงกว่า20% รวมไปถึงวิกฤตผลภาวะหมอกควันจากการเผาป่าในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ในแต่ละปีของเชียงใหม่เป็นข่าวไปในต่างประเทศทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการจองการ ท่องเที่ยว อีกทั้งผลกระทบการความไม่สงบภายในประเทศอันมีผลมาจากการแตกแยกทางการเมืองที่วิกฤตซ้ำซากต่อเนื่องมาจาก การปิดท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, เหตุการณ์ล้มการประชุมที่พัทยา, เหตุการณ์ปิดสี่แยกราชประสงค์, การประกาศ พรก.บริหารบ้านเมืองในสถานการณ์ฉุกเฉินใน กทม และต่างจังหวัด ทำให้แต่ละประเทศประกาศเตือนไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมายัง ประเทศไทย โดยเฉพาะบริษทประกันภัยในต่างประเทศประกาศไม่คุ้มครองเอาประกันภัยเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่อง ค่าเงินสกุลยูโร ตกต่ำเหลือเพียง 38.50 บาท จากเดิมที่อยู่ในระดับ 50 บาท โดยปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ถูกลดความนิยมด้านการท่องเที่ยวลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขาดการทำประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมายในเชิงรุก ในขณะที่สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวขาดการพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ในขณะที่ในประเทศเกิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ในหลายๆ จังหวัดจึงทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยลง ในขณะที่จำนวนภาคผู้ให้บริการเพิ่มทวีจำนวนอย่างรวดเร็ว เช่น โรงแรม สปา สนามกอล์ฟ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และรถเช่า จนอยู่ในภาวะล้นเกินความต้องการ (Over Supply) หรือกว่า 60% ที่เกินความต้องการ

จากการสำรวจปริมาณธุรกิจนักท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ของประเทศไทยกว่า 20 แห่งที่นำนักท่องเที่ยว หลักจากยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย เช่น Diethelm Travel, Asian Trails, Go Thailand Tours, Turismo Asia, Travex, Go Vacation Thailand, FTI Asia Services , ITC Bangkok, Suntrips Reisen, Arlmear, Royal Orchid Holidaysและ ธุรกิจจองห้องพกรายใหญ่ของโลก เช่น AGODA, Booking.Com. Expedia Inc, Orbitz, Asia Travel, Web Sawasdee, GTA โดย Hotels และ HotelBeds ต่างให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้เป็นช่วงซบเซาอย่างมากที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะเชียงใหม่และภาคเหนือมีปริมาณที่ค่อนข้างต่ำจนน่าเป็นห่วง โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาในฟื้นตัวไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือในปลายปี2553เป็นอย่างน้อย

เนื่องจากปริมาณธุรกิจที่น้อยมากทำให้บางบริษัทได้ลดชั่วโมงการทำงานของพนักงานหรือหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนโดยรวมทุกบริษัทต่างเร่งทำการส่งเสริมการ ขายไปต่างประเทศโดยได้รับความร่วมมือจากโรงแรมต่างๆ ลดราคาลงจากเดิมกว่า 30% เพื่อเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศองค์กรท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization) ได้พยากรณ์ไว้หากไม่มีผลกระทบใหญ่ๆ ใดๆ เกิดขึ้น เช่นวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เชื่อว่าการท่องเที่ยวของทั่วโลกจะกลบมาสู่ภาวะปกติภายใน 4 ปีนับจากนี้ไปในส่วนมาตรการเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ในปี 2553 น่าจะนับเป็นปีที่บอบช้ำที่สุดครั้งหนึ่งและต้องเร่งฟื้นฟูธุรกิจจากนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นความหวังหลักและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เริ่มจะมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย แต่เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ยังถูกควบคุมในความความดูแลของ พรก ฉุกเฉินต่อไปอีกประมาณ 3 เดือน

โดยสรุปคาดว่านกท่องเที่ยวชาวต่างประเทศโดยรวมในปีนี้จะเหลือจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านคน จากในแต่ละปีที่มีอยู่จำนวน 1.7 – 2.1 ล้านคน แม้ทางรัฐบาลจะแถลงว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มอย่างรวดเร็วนับ 100 – 200% คือ รัสเซีย ตะวันออกกลาง จีน และอินเดีย ซึ่งชาติเหล่านี้ล้วนไม่ใช่นักท่องเที่ยวหลักของจังหวัดเชียงใหม่ แต่อย่างไรก็ตามองค์กรต่างๆ ในเชียงใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ท่านผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ท่านผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงใหม่และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ โดยภาคเอกชน เช่น ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ประธานหอการค้าจงหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน นายกสมาคมไทยล้านนาสปา ประธานชมรมภัตตาคารและร้านอาหารจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ ชมรมรถเช่าเชียงใหม่ชมรมโรงแรมบูติคเชียงใหม่และผู้ประกอบการต่างๆ ต่างได้ร่วมมือร่วมใจกันครั้งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมาในการวิเคราะห์ปัญหาเพื่อนำไปสู่การหามาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของจงหวัดเชียงใหม่ในปี2553 และ 2554 โดยได้ประสบความสำเร็จด้านแนวคิดเหลือเพียงการขออนุมติเบิกจ่ายงบประมาณตามขั้นตอนของราชการโดยงบประมาณทั้งหมดมาจากงบประมาณของแผ่นดิน ตลอดจนการประสานขอการสนับสนุนจากส่วนกลางด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยสรุปทุกภาคส่วนต่างก็มีความเป็นห่วงใยในวิกฤตการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบน

แหล่งข่าว: Chiangmainews.co.th 23/7/2553