Page 1 of 1

ชมบารมีพระเจ้าตองทิพย์สัมผัสความงามเครื่องเคลือบเวียงกาหลง

Posted: Mon Nov 15, 2010 11:21 am
by Sam
Imageเวียงกาหลง เป็นดินแดนลึกลับที่เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน เมื่อภูเขาไฟระเบิด พ่นเถ้าถ่านลาวาออกมาก็ถูกย่อยสลายกลายเป็นดินดำร่วนละเอียด มีแร่ธาตุสะสมในเนื้อดิน ทำให้พื้นที่เวียงกาหลงปลูกพืชอะไรก็เจริญงอกงาม ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวหอมมะลิ และข้าวญี่ปุ่นเมล็ดสั้น ที่ชาวญี่ปุ่นยอมรับว่า อร่อยกว่าข้าวที่ปลูกในญี่ปุ่น

ยอดภูเขาเวียงกาหลงถูกย่อยสลาย จนเป็นที่ตั้งนครโบราณตั้งแต่สมัยโยนกนคร มีอาณาเขตปกครองไปจนถึงเวียงกุมกาม (เมืองพะเยา-เชียงใหม่) ลำปาง และแพร่ แต่ดินแดนเวียงกาหลงต้องสูญสลายลง เมื่อเกิดภัยพิบัติและเกิดโรคระบาด มีผู้คนล้มตายจนกลายเป็นเมืองร้าง เจ้าผู้ครองนครเวียงกาหลงต้องอพยพชาวเมืองไปหาที่อยู่ใหม่

เวียงกาหลงถูกทิ้งร้างนานนับพันปี จนมีกลุ่มชาวไตจากดินแดนจีนตอนใต้ (สิบสองปันนา) อพยพหนีความแห้งแล้งทุกข์ยากมาตั้งชุมชนที่บ้านทุ่งม่าน ชาวไตเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญในการทำเครื่องปั้นดินเผา และค้นพบว่าดินที่เวียงกาหลง เป็นดินชั้นเลิศในการนำมาทำเครื่องเคลือบดินเผา

อ.ทัน ธิจิตตัง เล่าให้ผมว่า เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง มีลายมงคลสามประเภทคือ ลายสัตว์มงคล พฤกษามงคล และตำนานมงคล ตามประวัติพระเจ้า 5 พระองค์ แต่ขณะนี้ อ.ทัน ได้ผลิต จานโลกิยะ ที่มีมงคล 4 ประการคือ ลายปลาตะเพียนมหาโชค ลายม้ามังกรมหาอำนาจ ลายนกยูงไก่ฟ้าวาสนา และลายเต่าอายุมงคล

จานโลกิยะ ผลิตเพียง 59 ใบ เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่บริจาคเงินร่วมทอดผ้าป่า 5,559 บาท นำไปสร้างซุ้มประตูสำหรับเก็บรักษา พระเจ้าตองทิพย์ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนที่มีอายุเก่าแก่กว่าพันหกร้องปี และพระเชียงแสนอีก 16 องค์ ในวัดศรีบุญโยง (วัดทุ่งม่าน) ต.เวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

วันที่ 3-6 ธันวาคมนี้ ผมจะนำคณะไปชมความงามของพระเจ้าตองทิพย์ ดูการทำเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง กราบบูชาพระธาต ๙ จอม พระธาตุดอยตุง องค์จี้กงใหญ่ที่สุดในโลก นมัสการครูบาน้อย วัดแสงแก้วโพธิญาณ ชิมอาหารอร่อยและโชว์วัฒนธรรมพื้นเมืองเชียงราย โทร.0-2973-7732

อลังการวัฒนธรรมเชียงรายที่สบันงา

คุณป้าบังอร ทิศสกุล เจ้าของ ร้านสบันงาขันโตก มีโอกาสไปทำงานร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มองเห็นว่าควรจะมีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม จ.เชียงราย ไว้ให้เป็นมรดกของลูกหลานในเมืองเชียงราย ประกอบกับคุณป้าบังอรมีร้านอาหาร และโรงแรมที่พักสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว จึงนำพื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านมาสร้าง สบันงาขันโตก เป็นร้านอาหารพื้นเมืองเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นแห่งแรกของเมืองเชียงราย

ป้าบังอรรวบรวมเด็กๆ และเยาวชนที่กำลังเรียนวิชานาฏศิลป์ การแสดงพื้นเมืองเชียงราย จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ใน จ.เชียงราย จัดชุดมาแสดงให้นักท่องเที่ยวชม รวบรวมการแสดงพื้นเมืองเชียงรายที่สำคัญๆ มาจัดให้ชมอย่างอลังการ เช่น ขบวนแห่รำผุยดอก (โยนดอกไม้) ฟ้อนจ้อง(ร่ม) ฟ้อนเล็บ ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนฝางประทีบ (แห่เทียน) ระบำชาวเขา และการตีกลองสะบัดชัย ทุกชุดแสดงอย่างถูกต้องตามประเพณีโบราณของเมืองเชียงราย

สลับกับการแสดง สะล้อ ซอ ซึง และการขับร้องของสล่า (ศิลปินที่มีชื่อเสียงด้านดนตรีนาฏศิลป์) ทำให้สบันงาขันโตกเป็นร้านอาหารพื้นเมือง เพื่อต้อนรับแขกเมืองและบุคคลสำคัญของประเทศ และมีโอกาสไปจัดอาหารการแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคนี้

คุณกิตติ ทิศสกุล ลูกชายป้าบังอร ซึ่งทำงานอยู่กับองค์กรการท่องเที่ยว และชมรมร้านอาหาร จ.เชียงราย เล่าให้ผมฟังว่า อยากให้สบันงาขันโตกเป็นสื่อกลางเชื่อมสัมพันธ์กับมิตรประเทศในลุ่มแม่น้ำ โขง ให้เชียงรายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวภาคเหนือ ดึงนักท่องเที่ยวชาวยุโรปมาเที่ยวเมืองเชียงราย

ส่วนอาหารที่ยกมาทั้งโตกให้กินอย่างจุใจมี ออเดิร์ฟเมืองขันโตก มีน้ำพริกหนุ่มกินกับไส้อั่วแคบหมูและหมูทอด ไก่ทอดสบันงา กินกับข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ แกงโฮะเงินหมื่น ใช้หน่อไม้ดองผัดกับวุ้นเส้นแกงฮังเล ผักพื้นบ้านหลายๆ อย่างเอามาโฮะ (รวมกัน) เข้าประกวดระดับจังหวัด ได้รับรางวัลเงินสดมาแล้ว

ลาบคั่วหมู จานพิเศษสำหรับต้อนรับแขกเมืองคนสำคัญ ยำจิ้นไก่ เป็นแกงหัวปลีต้มกับเนื้อไก่รสชาติเผ็ดเล็กน้อย แกงแคไก่ ใช้ผักพื้นบ้าน เช่น ผักตำลึง ผักเผ็ด หางหวาย มาแกงน้ำขลุกขลิกใส่ข้าวคั่ว ต๋ำบ่าเขือ คือตำมะเขือย่างใส่หอมเจียวกินกับไข่ต้ม แกงหน่อไม้ซี่โครงหมู ใส่น้ำปู๋ (น้ำปูนา) กินกับข้าวนึ่ง

ขันโตกเมืองเสิร์ฟมาพร้อมกับ บุหรี่ขี้โย และ เมี่ยงเมือง (เมี่ยงใบชาใช้เคี้ยวหลังอาหาร) ตามธรรมเนียมโบราณ ซึ่งผู้ชมนิยมเก็บไว้เป็นของที่ระลึก ในโอกาสที่ได้มาเที่ยวเชียงราย สบันงาขันโตก อยู่ที่ถนนสันโค้งน้อย เมืองเชียงราย โทร.0-5371-2290, 0-5371-6640, 08-2694-1858

แหล่งข่าว: คมชัดลึก