Page 1 of 1

ชวนเที่ยวงานงานลอยกระทงเชียงรายพร้อมร่วมสมโภช๗๕๐ปี10-11พ.ย.

Posted: Wed Nov 02, 2011 2:53 am
by Sam
Image
ชวนชุมชนจัดขบวนแห่กระทงอย่างยิ่งใหญ่สมโภช ๗๕๐ ปีเมืองเชียงราย

เทศบาลนครเชียงราย จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี ๒๕๕๔ เฉลิมฉลองสมโภช ๗๕๐ ปีเมืองเชียงราย เชิญชวนชุมชน/เอกชน ร่วมจัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ในระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ สวนสาธารณะฉลองสิริราชย์ ๕๐ ปี (เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง)

นายสมพงษ์ กูลวงค์ นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า “ในปีนี้เทศบาลนครเชียงราย กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี ๒๕๕๔ ในระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ บริเวณสวนสาธารณะฉลองสิริราชย์ ๕๐ ปี (เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง) เฉลิมฉลองสมโภชเมืองเชียงรายครบ ๗๕๐ ปี อีกทั้งเพื่อส่งเสริมและรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีศิลปวัฒนธรรมล้านนาของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น”

สำหรับรูปแบบการจัดงานประเพณีลอยกระทงในปีนี้ เทศบาลนครเชียงรายได้เน้นถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนชาวเชียงราย รวมถึงภาครัฐ สถาบันการศึกษาและเอกชน เพื่อแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมของขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนาที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ซึ่งปีนี้ทางเทศบาลนครเชียงรายได้จัดให้มีการแต่งขบวนแห่กระทงประดิษฐ์ที่สวยงามอลังการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้จัดให้มีการประกวดขบวนแห่กระทงประดิษฐ์บนแคร่หาม ขบวนแห่กระทงประเภทสวยงาม และการประกวดหนูน้อยและเทพีนพมาศอันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ตลอดจนการสร้างความสามัคคีของชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงราย ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นของปราชญ์ชุมชนมาสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะแบบล้านนาในรูปแบบของขบวนกระทงต่างๆ

ทั้งนี้ได้กำหนดพิธีเปิดในวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยมีนายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ณ เวทีกลางสวนสาธารณะฉลองสิริราชย์ ๕๐ ปี (เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง) และในช่วงค่ำคืนวันเดียวกันได้จัดให้มีกิจกรรมการลอยโคมไฟล้านนา และลอยกระทงสาย ณ ริมฝั่งแม่น้ำกก เพื่อสร้างสีสันบรรยากาศและความเป็นสิริมงคล สำหรับในวันศุกร์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จัดให้มีขบวนแห่กระทงประดิษฐ์ ตั้งแต่บริเวณหน้าสวนตุงและโคมเชียงรายฯ ไปตามเส้นทางบนถนนธนาลัย ตรงไปถึงสี่แยกประตูเชียงใหม่เลี้ยวขวา ผ่านหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ (ร.พ.ช.เก่า) ตรงไปถึงสามแยกบ้านพักนายสิบเลี้ยวขวาตรงไปถึงบริเวณจัดงาน ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ น.เป็นต้นไป

นายสมพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อให้การเฉลิมฉลองสมโภช ๗๕๐ ปี เมืองเชียงราย ในครั้งนี้ให้มีความยิ่งใหญ่อลังการ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนผู้สนใจทั่วไปร่วมเที่ยวชมงานประเพณีที่ทรงคุณค่า ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และกิจกรรมต่างๆ และที่สำคัญเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยให้คงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ก็เตรียมจัดงาน "ป๋าเวณี ยี่เป็ง เมืองเจียงแสน" ๒๕๕๔ ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เช่นกัน โดยในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น การประกวดขบวนแห่ การประกวดกระทงใหญ่/กระทงเล็ก การประกวดนางนพมาศ การประกวดหนูน้อยนพมาศ การประกวดโคมแขวน และอื่นๆ อีกมากมาย

Image
และสำหรับความเป็นมาของประเพณี "ยี่เป็ง" อันยิ่งใหญ่ในดินแดนล้านนานั้น มีผู้รู้กล่าวไว้ดังนี้

ยี่เป็ง เป็นงานประเพณี อันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนา ที่ได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลหรือวันเพ็ญ เดือนยี่ของชาว ล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง อันเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว อากาศ ปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ธรรมเนียม

ปฎิบัติของชาวล้านนาอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการลอยกระทงในแม่น้ำก็คือ การจุดประทีปโคมลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า โดยมีคติความเชื่อว่า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวง สวรรค์ หรือบ้างก็เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ หรือสะเดาะเคราะห์ ให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิต

ความรู้เกี่ยวกับประเพณียี่เป็ง ในภาษาคำเมืองของทางเหนือ “ยี่” แปลว่า สอง และคำว่า “เป็ง” หมายถึง เพ็ญ หรือพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้นจึง หมายถึงประเพณี พระจันทร์เต็มดวงในเดือนสอง

โดยในพงศาวดารโยนกและจามเทวี มีบันทึกว่าครั้งหนึ่งได้เกิด อหิวาตกโรคขึ้นในแคว้นหริภุญไชย ทำให้ชาวเมืองต้องอพยพไปอยู่เมืองหงสาวดี นานถึง 6 ปี จึงจะเดินทางกลับมายัง บ้านเมืองเดิมได้ เมื่อเวลาเวียนมาถึงวันที่ จากบ้านจากเมืองไป จึงได้มีการทำกระถางใส่เครื่องสักการบูชา ธูปเทียนลอย ลอยตามน้ำ เพื่อให้ไปถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไป เรียกว่า การลอยโขมด หรือลอยไฟ

ในงานบุญยี่เป็ง ยังมีการเทศน์มหาชาติ ผู้คนจะออกมาตกแต่งบ้านเรือน วัดวาอาราม และถนนหนทาง ด้วยต้นกล้วย อ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา ยามค่ำคืน จะมีการจุดโคมลอย ปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุดเด่นของงานนี้อยู่ที่การปล่อย โคมลอย ขึ้นไปในท้องฟ้า โดยเชื่อกันว่า เปลวไฟในโคมเป็นสัญลักษณ์ของความรู้ และแสงสว่างที่ได้รับจากโคม จะส่งผลให้ ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง การจุดโคมลอยมี 2 แบบ คือแบบที่ใช้ปล่อยในประเพณียี่เปงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งถือว่าเป็น “วันดา” หรือวันจ่ายของเตรียมไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด ครั้น ถึงวันขึ้น 14 ค่ำ พ่ออุ้ยแม่อุ้ยและผู้มีศรัทธาก็จะพากันไปถือศีล ฟังธรรม และทำบุญเลี้ยงพระที่วัด มีการทำ กระทงขนาด ใหญ่ตั้งไว้ที่ลานวัด ในกระทงนั้นจะใส่ของกินของใช้ ใครจะเอาของมาร่วมสมทบด้วยก็ได้เพื่อเป็น ทานแก่คนยากจน ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ จึงนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็ก ๆ ของส่วนตัวไปลอยในลำน้ำ

ในงานบุญยี่เป็งนอกจากจะมีการปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์มหาชาติตามวัดวาอารามต่าง ๆ แล้ว ยังมีการประดับตกแต่งวัด บ้านเรือน และถนนหนทางด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุง ช่อประทีป และชักโคมยี่เป็ง แบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา พอตกกลางคืนก็จะมีมหรสพและ การละเล่นมากมาย มีการแห่โคมทอง พร้อมกับมีการจุดถ้วยประทีป (การจุดผางปะติ๊ด) เพื่อบูชาพระรัตนตรัยการจุดบอกไฟ การจุดโคมไฟประดับตกแต่งตาม วัดวาอาราม และการจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเพื่อบูชาพระเกตุแก้ว จุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ความเชื่อ การปล่อยว่าวไฟหรือโคมลอยนี้ ชาวบ้านมักมีความเชื่อกันว่า เพื่อให้ว่าวได้นำเอาเคราะห์ร้ายภัยพิบัติต่างๆออกไปจากหมู่บ้าน ดังนั้นว่าวหรือโคมลอยที่ปล่อยขึ้นไปถ้าไปตกในบ้าน ใครบ้าน นั้นต้องจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เพื่อล้างเสนียด จัญไรทั้งปวงออกไป นอกจากนี้ ยังถือกันว่าเป็น การทำเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสามัคคีกันในหมู่บ้านอีกด้วย

แหล่งข่าว: เทศบาลนครเชียงราย เก็บต่อมาจาก: เชียงรายโฟกัสดอทคอม และ http://www.chiangmainews.co.th" onclick="window.open(this.href);return false;