ประวัติเชียงตุงและที่มาของชื่อไทยเขินและเขมรัฐนครเชียงตุง
Posted: Sat Nov 30, 2013 8:11 pm
รายการข่วงธรรม เป็นรายการที่นำเสนอความรู้ทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และพระพุทธศาสนา ผลิตรายการโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่วัดสวนดอกพระอารามหลวง เรื่องตอนนี้นำเสนอประวัตินครเชียงตุงไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มจากประเด็นสภาพภูมิศาสตร์ทั่วไป กลุ่มชาติพันธุ์ที่ประกอบกันเป็นประชากรหลักของเมืองเชียงตุง ประวัติความเป็นมาของชื่อเมืองเชียงตุง เขมรัฐนครเชียงตุง และชาวไทยเขินหรือไทยขืน รวมถึงองค์ประกอบด้านสัญลักษณ์ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นเมืองเชียงตุง นั่นคือ เมืองแห่งสามจอม เจ็ดเชียง เก้าหนอง สิบสองประตู และถึงแม้ปัจจุบันสัญลักษณ์เหล่านี้อาจจะสลายหายไปตามกาลเวลา หลงเหลือเพียงบางส่วนเช่น จากสิบสองประตูคงเหลือให้เห็นเพียงประตูเดียว คือประตูป่าแดง อย่างไรก็ตาม เมืองเชียงตุงยังคงมีเรื่องราวให้ได้เล่าขานกันต่อไปการเชื่อมโยงระหว่างอาณาจักร์สยาม ล้านนา อังกฤษ และพม่า
======
วิดีโอประวัติโดยสังเขปเมืองเชียงตุง
นครเชียงตุงดินแดนที่มีศิลปวัฒนธรรมที่รุ่งเรือง มีประวัติศาสน์เกี่ยวข้องกับล้านนาทั้งการเมืองการปกครองและพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน นครเชียงตุงตั้งอยู่ในรัฐฉานทางภาคตะวันออกของประเทศสหภาพพม่ามีอานาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศจีน ทิศตะวันออกติดกับประเทศไทยภูมิประเทศทั่วไปมีลักษณะเป็นหุบเขาโดยเฉพาะตัวนครเชียงตุงเองมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบและมีภูเขาล้อมรอบเส้นทางเข้าสู่เมืองเชียงตุงมีลักษณะคดเคี้ยวลาดเอียงไปตามไหล่เขาทำให้มองเห็นทัศนียภาพงดงามตามธรรมชาติในดินแดนแห่งนี้
ประชากรเมืองเชียงตุงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเขินนอกจากนั้นประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่นไทใหญ่ ไทแรม ไทดอย ไทลื้อ ไทเหนือ ไททะนุ อีก้อ ปะหล่อง ปะโอ ลีซอ แข่ มูเซอ ยางหรือ กระเหรี่ยง จีน เป็นต้น ในสมัยที่มีชาวแข่หรือชาวจีนติดตามตุงคฤาษีมาอาศัย ณ ดินแดนแห่งนี้พวกเขาจึงเรียกชื่อเมืองนี้ตามชื่อตุงคฤาษีว่าเมืองเชียงตุง
ในตัวเมืองเชียงตุงมีหนองน้ำขนาดใหญ่สำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาตั้งแต่อดีดว่ากันว่าหนองน้ำแห่งนี้ตุงคฤาษีได้ใช้ไม้เท้าขีดดินให้เป็นร่องระบายน้ำไปทางทิศเหนือและไหลลงมาสู่ทิศใต้ปัจจุบันแม่น้ำสายนี้เรียกว่า แม่น้ำขืน และหนองน้ำขนาดใหญ่นี้ก็เรียกชื่อว่า หนองตุง ตามนิมิตนามของตุงคฤาษี
นครเชียงตุงยังมีชื่อเรียกขานด้วยกกันอีกถึง 3 ชื่อ คือ เมืองขืน เมืองเขิน และเมืองเขมรัฐ เหตุที่เรียกว่าเมืองขืนก็เนื่องมาจากในสมัยพระยามังรายมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งล้านนาพระองค์ทรงขยายอาณาเขตมาถึงนครเชียงตุงในครั้งนั้นทรงมอบหมายให้น้ำทุ่มและน้ำนานเป็นหัวหน้านำการอพยพชาวเชียงแสนและชาวเชียงรายมาตั้งถิ่นฐานในนครเชียงตุงแต่ชาวเมืองทั้งสองไม่ชอบอยู่ที่เมืองแห่งนี้จึงพากันอพยพกลับมาพระยามังรายทราบข่าวจึงให้อพยพกลับไปอีกครั้งแต่ชาวเมืองทั้งสองก็ยังหนีกลับมาเหมือนเดิม การที่ชาวเมืองพากันกลับมาถิ่นเดิมเช่นนี้ ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า ขืน ซึ่งหมายถึงการการกลับคืนไปนั่นเอง
ส่วนที่เรียกว่าเมืองเขิน ตามตำนานพระยาเจือง กล่าวว่าจ้าวเขมราชผู้เป็นราชบุตรของจ้าวลาวคำตอบแห่เมืองม้าเชียงของนำบ่าวจำนวน 70 คนไปสร้างเมืองเชียงตุง ครั้นต่อมาบ่าวในจำนวนนั้นเสียชีวิตลง 1 คนทำให้เหลือบ่าวอยู่ 69 คน การที่เหลือบ่าว 69 คนนี้ภาษาท้องถิ่นเรียกว่าเขิน หมายถึงการเหลืออยู่นั่นเอง ส่วนที่เรียกว่าเขมรัฐนั้นสันนิษฐานไว้ 2 อย่าง อย่างแรกคือ ชื่อเขมรัฐอาจจะมาจากชื่อของจ้าวบุญนำผู้ปกครองเมืองเชียงตุงเมื่อประมาณพุทธศักราช 2103 ซึ่งขณะนั้นพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่าได้ให้ชื่อใหม่แก่จ้าวบุญนำว่ารัตนภูมินนรินทราเขมาธิปดีราชา ซึ่งแปลว่า จ้าวผู้ปกครองเขมรัฐพระองค์แรก ส่วนสันนิฐานอีกอย่างหนึ่งนั้นอาจจะมาจากเหตุการที่เมืองเชียงตุงในสมัยนั้นมีโรคภัยใข้เจ็บชุกชุมมากหากใครได้เป็นผู้ปกครองเมืองก็มักจะอยู่ได้ไม่นานจึงต้องเอาเมืองถวายพระสงฆ์ครั้นต่อมาพระสงฆ์จึงได้แก้เคร็ดเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่เขมรัฐ ซึ่งแปลว่า เมืองที่มีความสุขร่มเย็น เมืองเชียงตุงยังได้รับสมญานามว่าเมืองแห่งสามจอม เจ็ดเชียง เก้าหนอง สิบสองประตู
ภาพสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเชียงตุง
======
วิดีโอประวัติโดยสังเขปเมืองเชียงตุง
นครเชียงตุงดินแดนที่มีศิลปวัฒนธรรมที่รุ่งเรือง มีประวัติศาสน์เกี่ยวข้องกับล้านนาทั้งการเมืองการปกครองและพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน นครเชียงตุงตั้งอยู่ในรัฐฉานทางภาคตะวันออกของประเทศสหภาพพม่ามีอานาเขตทางทิศเหนือติดกับประเทศจีน ทิศตะวันออกติดกับประเทศไทยภูมิประเทศทั่วไปมีลักษณะเป็นหุบเขาโดยเฉพาะตัวนครเชียงตุงเองมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบและมีภูเขาล้อมรอบเส้นทางเข้าสู่เมืองเชียงตุงมีลักษณะคดเคี้ยวลาดเอียงไปตามไหล่เขาทำให้มองเห็นทัศนียภาพงดงามตามธรรมชาติในดินแดนแห่งนี้
ประชากรเมืองเชียงตุงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเขินนอกจากนั้นประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่นไทใหญ่ ไทแรม ไทดอย ไทลื้อ ไทเหนือ ไททะนุ อีก้อ ปะหล่อง ปะโอ ลีซอ แข่ มูเซอ ยางหรือ กระเหรี่ยง จีน เป็นต้น ในสมัยที่มีชาวแข่หรือชาวจีนติดตามตุงคฤาษีมาอาศัย ณ ดินแดนแห่งนี้พวกเขาจึงเรียกชื่อเมืองนี้ตามชื่อตุงคฤาษีว่าเมืองเชียงตุง
ในตัวเมืองเชียงตุงมีหนองน้ำขนาดใหญ่สำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาตั้งแต่อดีดว่ากันว่าหนองน้ำแห่งนี้ตุงคฤาษีได้ใช้ไม้เท้าขีดดินให้เป็นร่องระบายน้ำไปทางทิศเหนือและไหลลงมาสู่ทิศใต้ปัจจุบันแม่น้ำสายนี้เรียกว่า แม่น้ำขืน และหนองน้ำขนาดใหญ่นี้ก็เรียกชื่อว่า หนองตุง ตามนิมิตนามของตุงคฤาษี
นครเชียงตุงยังมีชื่อเรียกขานด้วยกกันอีกถึง 3 ชื่อ คือ เมืองขืน เมืองเขิน และเมืองเขมรัฐ เหตุที่เรียกว่าเมืองขืนก็เนื่องมาจากในสมัยพระยามังรายมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งล้านนาพระองค์ทรงขยายอาณาเขตมาถึงนครเชียงตุงในครั้งนั้นทรงมอบหมายให้น้ำทุ่มและน้ำนานเป็นหัวหน้านำการอพยพชาวเชียงแสนและชาวเชียงรายมาตั้งถิ่นฐานในนครเชียงตุงแต่ชาวเมืองทั้งสองไม่ชอบอยู่ที่เมืองแห่งนี้จึงพากันอพยพกลับมาพระยามังรายทราบข่าวจึงให้อพยพกลับไปอีกครั้งแต่ชาวเมืองทั้งสองก็ยังหนีกลับมาเหมือนเดิม การที่ชาวเมืองพากันกลับมาถิ่นเดิมเช่นนี้ ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า ขืน ซึ่งหมายถึงการการกลับคืนไปนั่นเอง
ส่วนที่เรียกว่าเมืองเขิน ตามตำนานพระยาเจือง กล่าวว่าจ้าวเขมราชผู้เป็นราชบุตรของจ้าวลาวคำตอบแห่เมืองม้าเชียงของนำบ่าวจำนวน 70 คนไปสร้างเมืองเชียงตุง ครั้นต่อมาบ่าวในจำนวนนั้นเสียชีวิตลง 1 คนทำให้เหลือบ่าวอยู่ 69 คน การที่เหลือบ่าว 69 คนนี้ภาษาท้องถิ่นเรียกว่าเขิน หมายถึงการเหลืออยู่นั่นเอง ส่วนที่เรียกว่าเขมรัฐนั้นสันนิษฐานไว้ 2 อย่าง อย่างแรกคือ ชื่อเขมรัฐอาจจะมาจากชื่อของจ้าวบุญนำผู้ปกครองเมืองเชียงตุงเมื่อประมาณพุทธศักราช 2103 ซึ่งขณะนั้นพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่าได้ให้ชื่อใหม่แก่จ้าวบุญนำว่ารัตนภูมินนรินทราเขมาธิปดีราชา ซึ่งแปลว่า จ้าวผู้ปกครองเขมรัฐพระองค์แรก ส่วนสันนิฐานอีกอย่างหนึ่งนั้นอาจจะมาจากเหตุการที่เมืองเชียงตุงในสมัยนั้นมีโรคภัยใข้เจ็บชุกชุมมากหากใครได้เป็นผู้ปกครองเมืองก็มักจะอยู่ได้ไม่นานจึงต้องเอาเมืองถวายพระสงฆ์ครั้นต่อมาพระสงฆ์จึงได้แก้เคร็ดเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่เขมรัฐ ซึ่งแปลว่า เมืองที่มีความสุขร่มเย็น เมืองเชียงตุงยังได้รับสมญานามว่าเมืองแห่งสามจอม เจ็ดเชียง เก้าหนอง สิบสองประตู
ภาพสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเชียงตุง