Page 1 of 1

ดันค้าชายแดนเชียงรายสู่ระหว่างประเทศ

Posted: Mon Jul 13, 2009 8:43 am
by Sam
คมชัดลึก : ดันค้าชายแดนเชียงรายสู่ระหว่างประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์พุ่ง...แต่ภาคเกษตรหด

หากดูตัวเลขการส่งออกสินค้าของไทยไปยังตลาดโลกในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่ารวม 11,656.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4 แสนล้านบาท ลดลงจากช่วงปีเดียวกันของปีที่แล้วถึงร้อยละ 26.6 ตลาดหลักที่สำคัญคือ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น แต่หากมองไปยังจุดเล็กๆที่มีการค้าผ่านชายแดน 4 ประเทศ คือ ไทย ส.ป.ป.ลาว พม่า และจีนตอนใต้ที่ผ่านชายแดนด้าน จ.เชียงราย กลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีในอัตราปีละ 10% และประเทศไทยจะเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาตลอด

ข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย ระบุว่า ภาวะการค้าชายแดนที่ผ่าน 3 ด่านของ จ.เชียงราย คือ ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ของพม่า ด่านเชียงของ-บ่อแก้ว หลวงน้ำทา ของ ส.ป.ป.ลาว และด่านเชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ คือ ส.ป.ป.ลาวและพม่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.2552) มีมูลค่า 5,226.69 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกับปีที่แล้วร้อยละ 1.46 เป็นการนำเข้า 690.18 ล้านบาท จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 9.28 ส่วนมูลค่าการส่งออก 4,536.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน 3.32 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขของเดือนพฤษภาคม มีมูลค่า 1,298.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน ถึง 294 ล้านบาท หรือร้อยละ 29.27

สอดคล้องกับมุมมองของ นายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่มองว่า ต่อไปภาวะการค้าชายแดนผ่านด่านใน จ.เชียงราย จะดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องขณะนี้มีการปรับปรุงและเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการขยายตัวด้านการค้า ไม่ว่าจะเป็นด่านแม่สายที่สร้างแห่งใหม่ พร้อมสร้างสะพานแห่งที่สอง ส่วนด่านเชียงแสนมีการพัฒนาท่าเรือส่งค้าระดับมาตรฐาน ขณะที่ด่านเชียงของจะมีการสร้างสะพานไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 จะเสร็จภายในปี 2554 สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เอื้อต่อการค้าชายแดนทั้งสิ้น

"อีก 2-3 ปี ผมเชื่อว่าการค้าชายแดนด้าน จ.เชียงราย จะเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เราต้องยกระดับจากการค้าชายแดนเข้าสู่การค้าระหว่างประเทศ เพราะรัฐบาลยูนนานของจีนอนุมัติให้หัวรถลากตู้คอนเทนเนอร์จากเดิมสินค้าที่ลากมาจากจีนมาเปลี่ยนหัวลากที่เชียงของสู่จุดหมายปลายในไทย ต่อไปรถบรรทุกสินค้าลากจากจีนเข้าฝั่งไทยได้เลย แต่ฝ่ายเรายังไม่คืบหน้าในเรื่องนี้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเชียงรายต้องการมากที่สุดคือเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อเด่นชัย-เชียงราย และเชียงราย-เชียงของ ถ้าได้เส้นทางนี้จะช่วยให้ภาวะการค้าคล่องขึ้น" นายพินิจ กล่าว

แม้สถานการณ์การค้าชายแดนผ่านด่านใน จ.เชียงราย จะเพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มขึ้นสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร และเชื้อเพลิง แต่สินค้าภาคเกษตรซึ่งเป็นผลผลิตของคนหมู่มากของไทยกลับเสียดุลการค้าค่อนข้างสูง โดยเฉพาะหลังจากไทยลงนามว่าด้วยการค้าเสรีกับจีน หรือเอฟทีเอ สินค้าเกษตรและพืชผักผลไม้ มีผลบังคับมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 เป็นต้นมา

นายนาวิน เทพวงษ์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การค้าชายแดนไทยผ่านด่านใน จ.เชียงราย มีอัตราการเติบอย่างต่อเนื่อง และฝ่ายไทยจะได้เปรียบดุลการค้ามาตลอด ยกเว้นสินค้าภาคเกษตรที่ไทยส่งออกกว่าร้อย 20 เท่านั้น เนื่องจากประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่เป็นประเทศกสิกรรมด้วยกัน แต่ไทยนำเข้าสินค้าเกษตรค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกับจีน คือ พืชผักสด ดอกไม้ และผลไม้ แต่สินค้าที่ไทยส่งไปจีนเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ มีสินค้าเกษตรคือลำไยอบแห้งกับยางพารา และน้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนพม่านั้น ไทยยังนำสินค้ากสิกรรมจำพวกผลส้ม กระเทียม สิ่งทอ และวัสดุก่อสร้าง ขณะที่ส่งออกคือสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และยานพาหนะ เช่นเดียวกับลาว ไทยยังนำเข้าสินค้ากสิกรรม อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดอกหญ้า สินค้าแร่ และไม้แปรรูป เป็นสินค้าส่งออก มีแต่สินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และวัสดุก่อสร้าง

ด้าน นายชวลิต สุธรรมวงศ์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรผ่าน จ.เชียงราย ในอนาคตน่าเป็นห่วง เพราะไทยจะส่งสินค้าเกษตรไปจีน มียางพารา กับลำไยอบแห้ง ปัจจุบันจีนตอนใต้ปลูกยางพาราถึง 1.4 ล้านไร่ ต้องกระทบอย่างแน่นอน เพราะทุกวันนี้ไทยส่งสินค้าเกษตรไปจีนกว่า 20% เท่านั้น แต่นำเข้าจากจีนถึง 70% และที่สำคัญสินค้าเกษตรที่ส่งไปจีน ไทยเสียเปรียบจากการลงนามเอฟทีเอ ที่ไทยต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาลท้องถิ่นของจีน แต่จีนสินค้าภาคเกษตรไม่ต้องเสียภาษี

"การเกษตรของจีนเขาทำเป็นเชิงพาณิชย์ ปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยวในปริมาณมาก ต้นทุนต่ำ แต่ไม่ค่อยมีคุณภาพ มีการใช้สารเคมีค่อนมาก พอมาบ้านเราโดยไม่ต้องเสียภาษีอีก จึงตีตลาดสินค้าเกษตรของไทย ทางออกเราต้องหันมาใช้เกษตรอินทรีย์ที่มีคุณภาพ แต่รัฐบาลต้องประกาศชัดเจนว่าราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ต้องมีราคาสูงกว่าพืชผักทั่วไปในราคากิโลกรัมเท่าไร ที่เกษตรกรจะอยู่ได้" นายชวลิต กล่าว

ขณะที่ นายสมชาย วงศ์ศรีวิวัฒน์ เกษตรจังหวัดเชียงราย ยอมรับว่า นับตั้งแต่ไทยทำเอฟทีเอกับจีนกระทบต่อภาคเกษตรของไทย และมีกลุ่มเกษตรกรเคยร้องเรียนมาบ้างว่าได้รับความเดือดร้อนโดยเฉพาะผู้ปลูกหอม กระทียม แต่ภาพรวมแล้วเกษตรกรในพื้นที่มีผลกระทบเพียง 10% เพราะเชียงรายเป็นทางผ่าน พืชผักเหล่านี้ส่วนใหญ่เข้าส่วนกลาง และห้างสรรพค้าขนาดใหญ่เท่านั้น

ทั้งหมดเป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งของสถานการณ์ชายแดนด้าน จ.เชียงราย พอจะมองว่าแม้ไทยจะเสียเปรียบด้านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สินค้าที่ได้เปรียบเป็นของผู้ประกอบการบางส่วนเท่านั้น ขณะที่ภาคเกษตรซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของพื้นที่กลับได้รับผลกระทบ

เส้นทางการค้าสู่จีนตอนใต้ “อาร์ 3”
1. ถนนสาย R 3 A เชียงของ-ลาว-สิบสองปันนา จากโม่ฮาน-สิบสองปันนา มี 27 อุโมงค์ ระยะทาง 420 กม.
2. ถนนสาย R 3 A เชียงของ-ลาว-สิบสองปันนา จากสิบสองปันนา-คุนหมิง มี 48 อุโมงค์ ระยะทาง 420 กม.
3. ถนนสาย R 3 B ท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง
4. โครงการก่อสร้างสะพานเชียงของแล้วเสร็จปีงบประมาณ 2554 งบจีน-ไทย
5. ศูนย์ตู้คอนเทนเนอร์ รองรับระบบขนส่งผ่านทางสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
6. รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย และเชียงราย-เชียงของ
7. ท่าเรือเชียงแสน อ.เชียงแสน ใช้เวลาเดินทาง 13-15 ชั่วโมง จากสิบสองปันนาถึงเชียงแสน เรือท่องเที่ยวใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง
8. ท่าเรือเชียงรุ้ง
9. ท่าเรือจิงหง (สิบสองปันนา) มีสะพานข้ามแม่น้ำล้านช้างที่ท่าเรือจิงหงด้วย
10.ท่าเรือกาลันป้า
11.ท่าเรือ GUANLEI เป็นท่าเรือสุดท้ายก่อนออกจากจีน ช่วงน้ำน้อยจะใช้ท่าเรือนี้ขนถ่ายสินค้า
12.ด่านศุลกากรมี 3 ด่าน คือ ด่าน อ.เชียงของ ด่าน อ.เชียงแสน และด่าน อ.แม่สาย

ดลมนัส กาเจ