ท่องเที่ยวไทยซมพิษหวัด2009 ป่วย ปีนี้ยากที่จะฟื้น
Posted: Mon Jul 13, 2009 10:30 am
ท่องเที่ยวไทยซมพิษหวัด2009 ป่วยกระเสาะกระแสะ..ปีนี้ยากที่จะฟื้น

ปัญหารัฐบาลจีนประกาศห้ามชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยคลี่คลายได้ไม่นาน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็เข้ามารุมเร้าภาคการท่องเที่ยวของไทยให้ต้องปวดหัวกันอีกแล้ว
แม้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวจะพยายามออกมายืนยันว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองเป็นหลัก
แต่เมื่อมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นแบบรายวันจากไข้หวัดใหญ่ ก็ทำให้ไทยในสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญสายพันธุ์ใหม่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนหวาดกลัวได้เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะการออกมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ให้โรงเรียนสอนกวดวิชาหยุดการเรียนการสอน 15 วัน พร้อมทั้งขอความร่วมมือร้านอินเตอร์เน็ตหยุดให้บริการ งดงานแสดงคอนเสิร์ต ก็ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตระหนกไม่น้อย เพราะการออกมาตรการดังกล่าว ก็เท่ากับประกาศให้โลกได้รู้ว่าประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของโรคนี้อยู่ในขั้นรุนแรง ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คงจะไม่เกิดแค่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น เพราะชาวไทยเอง ก็คงจะไม่กล้าเดินทางท่องเที่ยว หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากเหมือนกัน
หากพิจารณาปัญหาที่ส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ครั้งแรก เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีปัญหาที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวสั่นคลอนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจนถึงตอนนี้ก็มีปัญหาให้แก้ไขไม่หยุดหย่อน
เริ่มตั้งแต่การปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ความวุ่นวายทางการเมืองจนนำไปสู่ความรุนแรงในช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศประกาศเตือนและห้ามไม่ให้ประชาชนของตนเองเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย แม้ภายหลังทุกอย่างจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในสายตาชาวต่างชาติ จนมีการยกเลิกประกาศเตือนและห้ามเข้าไทยแล้ว แต่ก็ยังเหลือจีนที่ยังไม่ยอมยกเลิก จนกระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเดินทางไปพบนายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรี ของจีนด้วยตัวเองและนำมาสู่การยกเลิกประกาศ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา
การยกเลิกประกาศของจีนในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ส่งเสียงเฮกันอย่างถ้วนหน้า เพราะจีนถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก แต่ความดีใจก็เกิดขึ้นได้ไม่นาน เพราะในระหว่างนั้นก็มีกระแสข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการระบาดของไข้หวัดในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต่างหวั่นวิตกว่า จะฉุดยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติลงไปอีกครั้ง หลังจากที่มีความหวังว่าการยกเลิกประกาศห้ามชาวจีนเดินทางเข้าไทย และความวุ่นวายทางการเมืองที่ดูเหมือนจะเริ่มหยุดนิ่ง จะดึงนักท่องเที่ยวให้กลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ และจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นถึงขนาดฟื้นตัวได้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปีนี้
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประเมินไว้ว่า จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 13.5 ล้านคน ลดลง 20% จากปี 2551 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 14.53 ล้านราย และคาดว่า จะมีรายได้ประมาณ 5 แสนล้านบาท ในปีนี้
ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2553 ที่ ททท.ตั้งไว้คือ จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวภายในประเทศประมาณ 90 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นประมาณ 3.38% คิดเป็นรายได้ประมาณ 4.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 5.50% จากปี 2552 ขณะที่ตลาดต่างประเทศตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยประมาณ 14 ล้านคน คิดเป็นรายได้ประมาณ 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวได้ปรับลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ในปี 2553 เติบโตประมาณ 5.60% หรือประมาณ 16.45 ล้านคน จากปี 2552
แม้เป้าหมายนี้จะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะผลักดันให้เป็นไปตามเป้าที่กำหนดได้จริงหรือไม่ เพราะหลังจากที่โรคไข้หวัดใหญ่คุกคามก็ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวที่ย่ำแย่จากปัญหาต่างๆ อยู่แล้ว ยิ่งย่ำแย่หนักเพิ่มขึ้นไปอีก จนผู้ประกอบการหลายรายมองว่าถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ก็น่าจะพอใจแล้ว
นอกจากนี้ ก็ยังหวั่นใจอยู่ไม่น้อยว่าไข้หวัดใหญ่อาจจะไม่ใช่ปัญหาสุดท้ายที่ทำให้การท่องเที่ยวในปีนี้ ตกต่ำถึงขีดสุด เพราะเท่าที่ดูสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ก็ยังเดาไม่ออกว่า ก่อนสิ้นปีนี้ จะมีเหตุการณ์อะไรให้ลุ้นระทึกกันอีกหรือไม่
หน้า 17 http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-07-13

ปัญหารัฐบาลจีนประกาศห้ามชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยคลี่คลายได้ไม่นาน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็เข้ามารุมเร้าภาคการท่องเที่ยวของไทยให้ต้องปวดหัวกันอีกแล้ว
แม้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวจะพยายามออกมายืนยันว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองเป็นหลัก
แต่เมื่อมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นแบบรายวันจากไข้หวัดใหญ่ ก็ทำให้ไทยในสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญสายพันธุ์ใหม่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนหวาดกลัวได้เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะการออกมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ให้โรงเรียนสอนกวดวิชาหยุดการเรียนการสอน 15 วัน พร้อมทั้งขอความร่วมมือร้านอินเตอร์เน็ตหยุดให้บริการ งดงานแสดงคอนเสิร์ต ก็ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตระหนกไม่น้อย เพราะการออกมาตรการดังกล่าว ก็เท่ากับประกาศให้โลกได้รู้ว่าประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของโรคนี้อยู่ในขั้นรุนแรง ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คงจะไม่เกิดแค่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น เพราะชาวไทยเอง ก็คงจะไม่กล้าเดินทางท่องเที่ยว หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากเหมือนกัน
หากพิจารณาปัญหาที่ส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ครั้งแรก เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีปัญหาที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวสั่นคลอนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจนถึงตอนนี้ก็มีปัญหาให้แก้ไขไม่หยุดหย่อน
เริ่มตั้งแต่การปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ความวุ่นวายทางการเมืองจนนำไปสู่ความรุนแรงในช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศประกาศเตือนและห้ามไม่ให้ประชาชนของตนเองเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย แม้ภายหลังทุกอย่างจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติในสายตาชาวต่างชาติ จนมีการยกเลิกประกาศเตือนและห้ามเข้าไทยแล้ว แต่ก็ยังเหลือจีนที่ยังไม่ยอมยกเลิก จนกระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเดินทางไปพบนายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรี ของจีนด้วยตัวเองและนำมาสู่การยกเลิกประกาศ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา
การยกเลิกประกาศของจีนในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ส่งเสียงเฮกันอย่างถ้วนหน้า เพราะจีนถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก แต่ความดีใจก็เกิดขึ้นได้ไม่นาน เพราะในระหว่างนั้นก็มีกระแสข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการระบาดของไข้หวัดในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต่างหวั่นวิตกว่า จะฉุดยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติลงไปอีกครั้ง หลังจากที่มีความหวังว่าการยกเลิกประกาศห้ามชาวจีนเดินทางเข้าไทย และความวุ่นวายทางการเมืองที่ดูเหมือนจะเริ่มหยุดนิ่ง จะดึงนักท่องเที่ยวให้กลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ และจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นถึงขนาดฟื้นตัวได้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปีนี้
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประเมินไว้ว่า จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 13.5 ล้านคน ลดลง 20% จากปี 2551 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 14.53 ล้านราย และคาดว่า จะมีรายได้ประมาณ 5 แสนล้านบาท ในปีนี้
ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2553 ที่ ททท.ตั้งไว้คือ จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวภายในประเทศประมาณ 90 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นประมาณ 3.38% คิดเป็นรายได้ประมาณ 4.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 5.50% จากปี 2552 ขณะที่ตลาดต่างประเทศตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยประมาณ 14 ล้านคน คิดเป็นรายได้ประมาณ 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวได้ปรับลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ในปี 2553 เติบโตประมาณ 5.60% หรือประมาณ 16.45 ล้านคน จากปี 2552
แม้เป้าหมายนี้จะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะผลักดันให้เป็นไปตามเป้าที่กำหนดได้จริงหรือไม่ เพราะหลังจากที่โรคไข้หวัดใหญ่คุกคามก็ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวที่ย่ำแย่จากปัญหาต่างๆ อยู่แล้ว ยิ่งย่ำแย่หนักเพิ่มขึ้นไปอีก จนผู้ประกอบการหลายรายมองว่าถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ก็น่าจะพอใจแล้ว
นอกจากนี้ ก็ยังหวั่นใจอยู่ไม่น้อยว่าไข้หวัดใหญ่อาจจะไม่ใช่ปัญหาสุดท้ายที่ทำให้การท่องเที่ยวในปีนี้ ตกต่ำถึงขีดสุด เพราะเท่าที่ดูสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ก็ยังเดาไม่ออกว่า ก่อนสิ้นปีนี้ จะมีเหตุการณ์อะไรให้ลุ้นระทึกกันอีกหรือไม่
หน้า 17 http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-07-13