เจ้าของขายทิ้ง โรงแรมดัง ท่องเที่ยวทรุด

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

เจ้าของขายทิ้ง โรงแรมดัง ท่องเที่ยวทรุด

Post by Sam »

เผย นักลงทุนจีนเตรียมเข้ามาซื้อกิจการโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ในไทย 15-16 แห่ง ราคาเฉลี่ยแห่งละ 1,200-1,500 ล้านบาท จากวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้เจ้าของกิจการมีปัญหาขาดสภาพคล่อง ...
Imageนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นักลงทุนจีนเตรียมเข้ามาซื้อกิจการโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ในไทย 15-16 แห่ง ราคาเฉลี่ยแห่งละ 1,200-1,500 ล้านบาท เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจและการระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้รายได้ โรงแรมลดลงอย่างมาก ส่งผลให้เจ้าของกิจการมีปัญหาขาดสภาพคล่อง และหลายรายไม่สามารถชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงินได้ โดยนักลงทุนจีนประเมินว่า 2-3 ปีข้างหน้า ภาคการท่องเที่ยวในไทยจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลกจึงเข้ามาซื้อ โดยคาดว่าจีนจะต่อรองราคาโรงแรมเพื่อขอลดราคาไม่ต่ำกว่า 30% จึงได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เจรจากับนักลงทุน โดยรัฐบาลไทยพร้อมให้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมในพื้นที่พัทยา กรุงเทพฯ ขอนแก่น คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้เพราะหลายคู่ได้เจรจากันมานานแล้ว

"ยอม รับว่าโรงแรมหลายแห่งประสบปัญหารายได้อย่างหนัก โดยเฉพาะยอดนักท่องเที่ยวที่ลดลงจากเศรษฐกิจชะลอตัวและไข้หวัด 2009 ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติหลายรายถือโอกาสเข้ามาช้อนซื้อของดีราคาถูก เพราะนักลงทุนจีนได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจไม่มาก จึงมีเงินเหลืออีกเยอะผิดกับนักลงทุนไทยหลายรายที่มีปัญหาสภาพคล่อง"

นาย ชาญชัยยังเปิดเผยว่า นักลงทุนจีนยังเตรียมเข้ามาลงทุนตั้งสถานศึกษาในไทยโดยใช้พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ต่อแห่ง วงเงินลงทุนรายละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงกับการศึกษาของจีน เบื้องต้นมีระบบการศึกษาร่วมกัน 2 แบบ คือ เรียนที่จีน 1 ปี แล้วกลับมาเรียนสถานศึกษาในไทยอีก 3 ปี หรือเรียนที่จีน 2 ปี และที่ไทยอีก 2 ปี โดยที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศ ก็ได้ส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนจากอิสราเอลสนใจเข้ามาลงทุนเกี่ยวกับระบบชลประทานและระบบน้ำ แบบครบวงจร เนื่องจากไทยมีโครงการเมกะโปรเจกต์ระบบน้ำและเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการลงทุน เบื้องต้นประธานหอการค้าอิสราเอล-เอเชียเชิญกระทรวงอุตสาหกรรมไปเยี่ยมชม เทคโนโลยีระบบน้ำที่ทันสมัยที่สุดในโลกที่อิสราเอลมีความชำนาญ จึงให้บีโอไอไปดูเวลาที่เหมาะสมสำหรับเพื่อไปโรดโชว์ดึงให้นักลงทุนมาไทยและ จะนำนักธุรกิจไทยไปเจรจาเพื่อร่วมทุนกับนักธุรกิจอิสราเอล.

http://www.thairath.co.th/content/eco/19155