พัฒนา-อนุรักษ์ สองแนวคิดบนเส้นขนาน การท่องเที่ยวก็เช่นกัน

ข่าวกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
Post Reply
Sam
Site Admin
Posts: 1786
Joined: Sun Mar 11, 2007 9:03 pm
Location: เชียงราย
Contact:

พัฒนา-อนุรักษ์ สองแนวคิดบนเส้นขนาน การท่องเที่ยวก็เช่นกัน

Post by Sam »

วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11460 มติชนรายวัน

รอยทางธรรม

โดย สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา โครงการสื่อชุมชนลุ่มน้ำโขง เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา
Image
พระยงยุทธ

"ฉันเพียง ผ่านมา ไม่นานฉันก็จากไป

คงเหลือไว้เพียงตำนานแห่งความเป็นคน

ฉันไม่ใช่คนเก่ง ฉันไม่ใช่คนกล้า

ฉันไม่ใช่ศาสดา แต่ปรารถนาความยุติธรรม"

ถ้อย คำบางตอนที่ถูกเขียนไว้ข้างฝากุฏิ หลังถูกคนกลุ่มหนึ่งชุมนุมขับไล่ออกจากวัดปางงุ้น จังหวัดแพร่ ด้วยข้อกล่าวหาปลุกระดมมวลชนคัดค้านการสำรวจเหมืองแร่บริเวณลุ่มน้ำสรอย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่สรอย อยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย และเวียงโกศัย จังหวัดแพร่ ผืนดินแถบนี้นอกจากจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ลึกลงไปในดิน ยังปะปนไปด้วยแร่เหล็ก แร่พลวง และทองคำ

"เวลานั้นอาตมาเหมือนอยู่ อย่างโดดเดี่ยว เพราะชาวบ้านที่เข้าใจสถานการณ์จำนวนหนึ่งยังหวั่นกลัวหากเคลื่อนไหวคัดค้าน การสำรวจเหมือง" แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวกับเรื่องราวต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม แต่วิถีนักบวชของพระยงยุทธ ธีปโก ก็ยังรู้สึกหวั่นไหว

เหตุการณ์สงบ ลงหลังจากได้อธิบายทำความเข้าใจ และกลุ่มคนที่มาชุมนุมขับไล่ส่วนหนึ่งก็หันกลับมาศึกษาเรื่องการทำเหมือง อย่างเป็นจริงเป็นจัง

ย้อนหลังไปปี 2539 ขณะอายุ 22 ปี หลังเรียนจบวิชาชีพชั้นสูงทางด้านสาขาช่างโยธา เทคโนโลยีหมู่บ้านครูกรุงเทพฯ หนุ่มยงยุทธ วงศ์ถา เริ่มเข้าทำงานที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุโขทัย แต่เพียงหนึ่งปีก็มองเห็นว่าเส้นทางสายราชการไม่เหมาะกับตัวเองจึงตัดสินใจ ลาออกเพื่ออุปสมบทในบ้านเกิด วัดเขาแก้วชัยมงคล ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

ลำห้วยมาสรอยซึ่งเป็นน้ำสาขาของแม่น้ำยม

หลัง ออกพรรษาทุกปีพระยงยุทธมักออกเดินธุดงค์ตามเส้นทางป่าทั่วประเทศ ซึมซับธรรมะทั้งจากพระไตรปิฏกและธรรมะจากธรรมชาติ ทำให้ได้พบเห็นทั้งป่าอุดมสมบูรณ์ และป่าเสื่อมโทรม ถูกบุกรุกทำลาย สิ่งที่ได้พบเห็นตามเส้นทางธุดงค์ ถูกถ่ายทอดให้กับชาวบ้านผ่านคำเทศนาตามงานพิธีกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความตระหนักและสำนึกร่วมกันถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า อยู่เสมอ

ในช่วงพรรษาที่ 5-13 พระยงยุทธออกเดินธุดงค์สู่ภาคอีสานปฏิบัติกิจของสงฆ์ด้วยการเผยแพร่แนวคิด ทางด้านอนุรักษ์ในพื้นที่ป่ารอบวัด เริ่มต้นที่วัดป่าสอนหลอน อำเภอชานุมาน และวัดป่าหัวดง อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ และวันที่พบเห็นชาวบ้านปากมูนได้รับความเดือดร้อนจากเขื่อนปากมูล เห็นเด็กเร่ร่อนบนท้องสนามหลวง พระยงยุทธก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือร่วมแก้ไขปัญหาอยู่เบื้องหลัง มาโดยตลอด

พรรษาที่ 14 ท่านเริ่มออกธุดงค์สู่ต้นน้ำแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ร่วมกับชาวบ้านเพื่อทำกิจกรรมการอนุรักษ์ ท่ามกลางปัญหาผู้มีอิทธิบุกรุกทำลายป่ารุนแรงถึงขั้นชีวิต แม่มอกเสมือนเป็นบ้านเกิดเพราะสายน้ำไหลไปหล่อเลี้ยงคนอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

สภาพแม่น้ำยมที่ยังอุดมสมบูรณ์ช่วงไหลผ่านจังหวัดแพร่

หลัง เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เมื่อปี พ.ศ.2544 พระยงยุทธเดินทางข้ามเขาจากต้นน้ำแม่มอกสู่ต้นน้ำแม่สรอยในอำเภอวังชิ้น ด้วยความตั้งใจที่จะนำพาคนต้นน้ำให้กลับมาช่วยกันฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เหตุการณ์น้ำท่วมคือบทเรียนสำคัญของการทำลายพื้นที่ป่า เมื่อป่าต้นน้ำที่วังชิ้นถูกทำลายก็ส่งผลต่อพื้นที่ป่าท้ายน้ำในอำเภอเถิน เช่นกัน

น้ำสรอยเป็นสายน้ำที่ไหลจากป่าต้นน้ำบ้านปางงุ้น เขตติดต่อระหว่างพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ กับอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ไหลผ่านบ้านม่วงคำ แม่ขมิง ไฮย้อย ป่าป๋วย ขมวก บ้านโฮ่ง แม่หละ กะต๋อม ปางไม้ ป่าสัก สองแคว ป่าคา ป่าม่วง ปางไฮ ปางมะโอ และไหลลงสู่แม่น้ำยม

ผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมไป 9 ปี ลุ่มน้ำแม่สรอยกำลังถูกสำรวจเพื่อขอสัมปทานเหมืองแร่เหล็ก แต่แอบแฝงด้วยวัตถุประสงค์ที่ใหญ่กว่านั้น คือ การขุดแร่ทองคำ

"ทำไม ต้องสำรวจแร่ คำตอบคือ เพื่ออยากรู้ว่าพื้นที่ที่สำรวจมีสายแร่แท้จริงหรือเปล่า มีปริมาณมากเพียงพอแก่การทำเหมืองหรือไม่ และที่สำคัญการสำรวจแหล่งแร่เป็นขั้นตอนของการสัมปทานเหมืองแร่ หลังเปิดหน้าดิน แร่ทองคำต้องถูกสกัดจากสารพิษไซยาไนต์"

ข้อสงสัยของ ชาวบ้านทำให้พระยงยุทธต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อคลี่คลาย จนรู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะแต่แร่เหล็ก แร่พลวง แต่มีแร่ทองคำที่มูลค่ามหาศาล ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ของแหล่งแร่ในประเทศไทย โดยในอดีตชาวบ้านแถบนี้เคยร่อนทองในลำน้ำ แต่พระยงยุทธรู้ดีว่าหากพื้นที่ลุ่มน้ำสรอยถูกสัมปทานให้ทำเหมืองแร่ วิถีชาวบ้านที่อาศัยธรรมชาติอยู่อย่างสงบจะเปลี่ยนไป

ความวิตกกังวล ใจกระจายไปทั่วหมู่บ้าน แรงเสียดทานได้เริ่มต้นและทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับหลังจากชาวบ้านเรียนรู้ ข้อมูลจากพระยงยุทธ และการศึกษาผลกระทบจากการทำเหมืองทองที่จังหวัดพิจิตร ทั้งพระและชาวบ้านเริ่มถามหาความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ทั้งผู้คนที่เกี่ยวข้องภายใต้ผลประโยชน์มหาศาล

ทองคำมีความหมาย สำหรับนักลงทุนและนายทุน แต่มันต้องแลกมาด้วยภูเขา ต้นไม้ และสายน้ำอันบริสุทธิ์ จากนี้ไปทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า ที่คนลุ่มน้ำสรอยได้พึ่งพาอาศัยมาหลายชั่วอายุคนคงได้รับการปกป้องจากสาธารณ ชนเช่นกัน

ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ก่อเกิดลำธารใหญ่น้อยมารวม ตัวกันเป็นแม่น้ำยม พระสงฆ์รูปหนึ่งพยายามติดอาวุธทางปัญญาให้ชาวบ้าน เพื่อให้เห็นคุณค่าของธรรมชาติ ในขณะที่นักตักตวงผลประโยชน์ที่ทรงอิทธิพลทั้งด้านการเมืองและการเงิน กำลังรุกรานผืนป่าและสายน้ำอย่างหนัก

สังคมควรช่วยกันหนุนเสริมสาวกของพระพุทธองค์ อย่าให้ต้องต่อสู้กับคนไร้ธรรมะอย่างโดดเดี่ยว

หน้า 8 http://matichon.co.th/matichon/view_new ... 2009-07-26