สล่าคำจันทร์ ยาโน สร้างสรรค์ชิ้นงานภูมิปัญญาพ่วงไฮเทค
Posted: Sat Aug 01, 2009 2:01 pm
วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11466 มติชนรายวัน
สล่าคำจันทร์ ยาโน สร้างสรรค์ชิ้นงานภูมิปัญญาพ่วงไฮเทค
คอลัมน์ ทางเลือกทางรอด
โดย ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

สล่าคำจันทร์ ยาโน โชว์ตะบวยตักน้ำราคาพันกว่าบาท
ห่าง เหินจากการสนทนากับครูภูมิปัญญาไทยไปนาน พอดีปลายสัปดาห์ก่อนสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ชวนให้ไปคุยกับ"สล่าคำจันทร์ ยาโน" ครูภูมิปัญญาไทย ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม (แกะสลักไม้) ที่ ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเขาผู้นี้มีรางวัลต่อท้ายมากมาย ไม่ใช่แค่ที่ได้จากกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ยังได้รางวัลชนะเลิศ "ผลิตภัณฑ์ชุมชนภูมิปัญญาไทย" ประเภทโคมไฟกะลามะพร้าวเสริมราศี เพื่อเป็นสิริมงคล จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม,รางวัลดีเด่นประเภทกระเป๋าไม้ไผ่ในงานเมดอินไทย แลนด์ จากกรมส่งเสริมการส่งออก และรางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดับ 5 ดาว ประเภทศิลปะและของที่ระลึก
ต้องบอกว่า สล่าคำจันทร์ไม่ธรรมดาเลย เพราะได้นำวิชาความรู้เรื่องการแกะสลักมาผสมผสานกับวิทยาการสมัยใหม่ ทำให้ผลงานเหล่านั้นมีความเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา จนได้รับความสนใจจากผู้คนทุกเพศทุกวัย อันส่งผลให้งานแต่ละชิ้นมีมูลค่าเพิ่มอย่างมาก เป็นหลักพันหลักหมื่น
สล่า คำจันทร์ในวัยเกือบ 50 ปีคนนี้อยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายทำอาชีพแกะสลักไม้มานาน ได้ซึมซับมาทีละน้อยๆ เรียกว่ามีเลือดของช่างอยู่เต็มเปี่ยม แต่แรกทีเดียวเจ้าตัวไม่ได้คิดจะยึดอาชีพนี้ พอเมื่ออาชีพทำนาประสบปัญหาภัยแล้งจึงหันเหมาทำงานแกะสลักเป็นพวกตะบวยตัก น้ำที่เป็นรูปสัตว์และมีกระดิ่ง ต่อมาอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เห็นผลงานและได้แนะนำให้ผลิตเป็นชิ้นงานที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว โดยเริ่มทำเมื่อปี 2549 จากนั้นได้ชักชวนชาวบ้านมาแกะสลักไม้กันเป็นล่ำเป็นสัน เน้นที่ไม้สักเป็นหลัก

(ซ้ายบน) พระแกะสลักฝีมือประณีต (ขวาบน) นี่แหละหน้าตาตู้หยอดเหรียญ (ขวาล่าง) ใครๆ ก็ชอบดูช้างฉี่และพ่นน้ำ
ด้วย ผลงานที่นำเสนอวิถีชีวิตชนบทของชาวล้านนาพร้อมกับการนำมอเตอร์มาใส่ในงานแกะ สลัก เพื่อให้ตัวไม้ดังกล่าวเคลื่อนไหว เช่น มีคนตำข้าว ช้างพ่นน้ำ ช้างฉี่ ทำให้งานของสล่าคำจันทร์แตกต่างจากงานแกะสลักทั่วไป นอกจากนี้เขายังคิดค้นเพื่อให้งานเหล่านี้เพิ่มมูลค่าได้อีกด้วยการนำตู้ หยอดเหรียญมาติดตั้ง ถ้าใครอยากเห็นช้างพ่นน้ำ อยากเห็นช้างฉี่ หรืออยากเห็นวิถีชีวิตคนในชนบทที่มีกิจกรรมมากมาย อาทิ ดำนา ไถนา ตำข้าว ต้องหยอดเหรียญ 10 บาท เครื่องก็จะทำงาน เป็นไอเดียที่ใครต่อใครต่างชื่นชอบ
ช่วง งานวันพืชสวนโลกที่ จ.เชียงใหม่ ทางสล่าคำจันทร์ได้นำงานเหล่านี้ ไปตั้งโชว์ ปรากฏว่ามีรายได้จากตู้หยอดเหรียญถึงแสนกว่าบาท นับเป็นช่องทางการหารายได้ที่ดีทีเดียว ปัจจุบันเขาก็ได้นำผลงานแกะสลักไม้พ่วงตู้หยอดเหียญไปตั้งไว้ตามพิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง ซึ่งถ้าใครสนใจชิ้นงานเหล่านี้สามารถสั่งเขาทำได้

วัดร่องขุ่นขนาดย่ออยู่ระหว่างการแกะ
และแม้ว่าราคาจะสูงถึงหลักหลายหมื่น แต่หากไปตั้งโชว์ในจุดที่มีผู้คนไปมาเยอะๆ ก็สามารถสร้างรายได้อย่างงาม
หลาย คนอาจจะเคยเห็นผลงานชิ้นสำคัญๆ ของสล่าคำจันทร์มาบ้างแล้ว เพราะที่ผ่านมามีการนำไปแสดงโชว์ตามห้างใหญ่ๆ หลายแห่งรวมทั้งที่เมืองทองธานี ในส่วนต่างประเทศเคยไปแสดงและไปบรรยายขั้นตอนกระบวนการแกะสลักทั้งที่ ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา
ที่บ้านของครูสล่าจะมีบรรดาช่างและชาวบ้าน มาช่วยกันแกะสลักไม้หลายคน โดยในกลุ่มแกะสลักไม้บ้านถ้ำผาตองแห่งนี้มีสมาชิก 27 คน ส่วนใหญ่จะมีอาชีพหลักอยู่แล้ว บางคนนำไม้ไปแกะที่บ้าน บางคนก็มาแกะที่บ้านสล่าคำจันทร์ ซึ่งจะมีแขกผู้มาเยือนอยู่เป็นประจำทั้งคนไทยและต่างชาติ ส่วนใหญ่การแกะสลักแต่ละอย่างนั้นจะเป็นไปตามออเดอร์ ถ้ามีเวลาว่างก็จะแกะสลักงานชิ้นใหญ่อย่างเช่น วัดร่องขุ่นขนาดจิ๋วติดตั้งตู้หยอดเหรียญ โดยจะไปติดตั้งที่วัดร่องขุ่น นอกจากนี้ในช่วงปิดเทอมจะมีเด็กๆ มาเรียนรู้งานศิลปะด้วย รวมถึงการที่สล่าคำจันทร์ออกไปเป็นวิทยากรบรรยายไปสอนให้กับนักเรียนนัก ศึกษา
สล่าคำจันทร์บอกว่า รายได้จากการขายชิ้นงานนั้น ตั้งเป้าไว้ว่าจะเก็บเป็นค่าก่อสร้างหม้อน้ำขนาดใหญ่เพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนเหนือที่แต่ละบ้านจะมีหม้อน้ำไว้สำหรับผู้เดินทาง ผ่านไปมาได้ดื่มกินกันภายในหม้อน้ำจะบรรจุผลงานของตัวเขาเอง และผลงานของช่างแกะสลักไม้คนอื่นๆ ตอนนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง ไม่รู้เมื่อไหร่จะเสร็จเพราะต้องใช้งบประมาณหลายล้านบาท ความจริงอยากให้หน่วยราชการเข้ามาสนับสนุนเพราะตนอยากสร้างให้เป็นที่เก็บ ชิ้นงานแกะสลักไม้ที่ทรงคุณค่า เป็นพิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของ จ.เชียงราย แต่คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากทางราชการให้เหตุผลว่าเป็นของเอกชน
งาน ของสล่าคำจันทร์นั้นมีมากมายหลายประเภท บ้างก็เป็นงานที่ลูกค้าสั่ง บ้างก็เป็นงานที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง ซึ่งเขาและกลุ่มชาวบ้านจะช่วยกันทำอย่างขะมักเขม้น โดยชิ้นงานแต่ละชิ้นจะใช้เวลาไม่เท่ากัน บางชิ้นแค่วันสองวันก็เสร็จแต่บางชิ้นใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี
เห็น กระบวนการแกะสลักแล้วนับถือคนทำจริงๆ เพราะต้องเป็นคนใจเย็น มีสมาธิ อดทน กว่าจะแกะได้ต้องใช้เวลาโขทีเดียว ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่ชิ้นงานเหล่านั้นมีราคาสูงถึงหลักพันหลักหมื่น
สนใจผลงานแกะสลักไม้แบบมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะอยากดู อยากซื้อ หรืออยากเรียน ติดต่อสล่าคำจันทร์ได้ที่ 0-5378-7233 หรือ 08-1602-4775
หน้า 23 http://matichon.co.th/matichon/view_new ... 2009-08-01
สล่าคำจันทร์ ยาโน สร้างสรรค์ชิ้นงานภูมิปัญญาพ่วงไฮเทค
คอลัมน์ ทางเลือกทางรอด
โดย ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

สล่าคำจันทร์ ยาโน โชว์ตะบวยตักน้ำราคาพันกว่าบาท
ห่าง เหินจากการสนทนากับครูภูมิปัญญาไทยไปนาน พอดีปลายสัปดาห์ก่อนสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ชวนให้ไปคุยกับ"สล่าคำจันทร์ ยาโน" ครูภูมิปัญญาไทย ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม (แกะสลักไม้) ที่ ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเขาผู้นี้มีรางวัลต่อท้ายมากมาย ไม่ใช่แค่ที่ได้จากกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ยังได้รางวัลชนะเลิศ "ผลิตภัณฑ์ชุมชนภูมิปัญญาไทย" ประเภทโคมไฟกะลามะพร้าวเสริมราศี เพื่อเป็นสิริมงคล จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม,รางวัลดีเด่นประเภทกระเป๋าไม้ไผ่ในงานเมดอินไทย แลนด์ จากกรมส่งเสริมการส่งออก และรางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดับ 5 ดาว ประเภทศิลปะและของที่ระลึก
ต้องบอกว่า สล่าคำจันทร์ไม่ธรรมดาเลย เพราะได้นำวิชาความรู้เรื่องการแกะสลักมาผสมผสานกับวิทยาการสมัยใหม่ ทำให้ผลงานเหล่านั้นมีความเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา จนได้รับความสนใจจากผู้คนทุกเพศทุกวัย อันส่งผลให้งานแต่ละชิ้นมีมูลค่าเพิ่มอย่างมาก เป็นหลักพันหลักหมื่น
สล่า คำจันทร์ในวัยเกือบ 50 ปีคนนี้อยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายทำอาชีพแกะสลักไม้มานาน ได้ซึมซับมาทีละน้อยๆ เรียกว่ามีเลือดของช่างอยู่เต็มเปี่ยม แต่แรกทีเดียวเจ้าตัวไม่ได้คิดจะยึดอาชีพนี้ พอเมื่ออาชีพทำนาประสบปัญหาภัยแล้งจึงหันเหมาทำงานแกะสลักเป็นพวกตะบวยตัก น้ำที่เป็นรูปสัตว์และมีกระดิ่ง ต่อมาอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เห็นผลงานและได้แนะนำให้ผลิตเป็นชิ้นงานที่ผูกเป็นเรื่องเป็นราว โดยเริ่มทำเมื่อปี 2549 จากนั้นได้ชักชวนชาวบ้านมาแกะสลักไม้กันเป็นล่ำเป็นสัน เน้นที่ไม้สักเป็นหลัก

(ซ้ายบน) พระแกะสลักฝีมือประณีต (ขวาบน) นี่แหละหน้าตาตู้หยอดเหรียญ (ขวาล่าง) ใครๆ ก็ชอบดูช้างฉี่และพ่นน้ำ
ด้วย ผลงานที่นำเสนอวิถีชีวิตชนบทของชาวล้านนาพร้อมกับการนำมอเตอร์มาใส่ในงานแกะ สลัก เพื่อให้ตัวไม้ดังกล่าวเคลื่อนไหว เช่น มีคนตำข้าว ช้างพ่นน้ำ ช้างฉี่ ทำให้งานของสล่าคำจันทร์แตกต่างจากงานแกะสลักทั่วไป นอกจากนี้เขายังคิดค้นเพื่อให้งานเหล่านี้เพิ่มมูลค่าได้อีกด้วยการนำตู้ หยอดเหรียญมาติดตั้ง ถ้าใครอยากเห็นช้างพ่นน้ำ อยากเห็นช้างฉี่ หรืออยากเห็นวิถีชีวิตคนในชนบทที่มีกิจกรรมมากมาย อาทิ ดำนา ไถนา ตำข้าว ต้องหยอดเหรียญ 10 บาท เครื่องก็จะทำงาน เป็นไอเดียที่ใครต่อใครต่างชื่นชอบ
ช่วง งานวันพืชสวนโลกที่ จ.เชียงใหม่ ทางสล่าคำจันทร์ได้นำงานเหล่านี้ ไปตั้งโชว์ ปรากฏว่ามีรายได้จากตู้หยอดเหรียญถึงแสนกว่าบาท นับเป็นช่องทางการหารายได้ที่ดีทีเดียว ปัจจุบันเขาก็ได้นำผลงานแกะสลักไม้พ่วงตู้หยอดเหียญไปตั้งไว้ตามพิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง ซึ่งถ้าใครสนใจชิ้นงานเหล่านี้สามารถสั่งเขาทำได้

วัดร่องขุ่นขนาดย่ออยู่ระหว่างการแกะ
และแม้ว่าราคาจะสูงถึงหลักหลายหมื่น แต่หากไปตั้งโชว์ในจุดที่มีผู้คนไปมาเยอะๆ ก็สามารถสร้างรายได้อย่างงาม
หลาย คนอาจจะเคยเห็นผลงานชิ้นสำคัญๆ ของสล่าคำจันทร์มาบ้างแล้ว เพราะที่ผ่านมามีการนำไปแสดงโชว์ตามห้างใหญ่ๆ หลายแห่งรวมทั้งที่เมืองทองธานี ในส่วนต่างประเทศเคยไปแสดงและไปบรรยายขั้นตอนกระบวนการแกะสลักทั้งที่ ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา
ที่บ้านของครูสล่าจะมีบรรดาช่างและชาวบ้าน มาช่วยกันแกะสลักไม้หลายคน โดยในกลุ่มแกะสลักไม้บ้านถ้ำผาตองแห่งนี้มีสมาชิก 27 คน ส่วนใหญ่จะมีอาชีพหลักอยู่แล้ว บางคนนำไม้ไปแกะที่บ้าน บางคนก็มาแกะที่บ้านสล่าคำจันทร์ ซึ่งจะมีแขกผู้มาเยือนอยู่เป็นประจำทั้งคนไทยและต่างชาติ ส่วนใหญ่การแกะสลักแต่ละอย่างนั้นจะเป็นไปตามออเดอร์ ถ้ามีเวลาว่างก็จะแกะสลักงานชิ้นใหญ่อย่างเช่น วัดร่องขุ่นขนาดจิ๋วติดตั้งตู้หยอดเหรียญ โดยจะไปติดตั้งที่วัดร่องขุ่น นอกจากนี้ในช่วงปิดเทอมจะมีเด็กๆ มาเรียนรู้งานศิลปะด้วย รวมถึงการที่สล่าคำจันทร์ออกไปเป็นวิทยากรบรรยายไปสอนให้กับนักเรียนนัก ศึกษา
สล่าคำจันทร์บอกว่า รายได้จากการขายชิ้นงานนั้น ตั้งเป้าไว้ว่าจะเก็บเป็นค่าก่อสร้างหม้อน้ำขนาดใหญ่เพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนเหนือที่แต่ละบ้านจะมีหม้อน้ำไว้สำหรับผู้เดินทาง ผ่านไปมาได้ดื่มกินกันภายในหม้อน้ำจะบรรจุผลงานของตัวเขาเอง และผลงานของช่างแกะสลักไม้คนอื่นๆ ตอนนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง ไม่รู้เมื่อไหร่จะเสร็จเพราะต้องใช้งบประมาณหลายล้านบาท ความจริงอยากให้หน่วยราชการเข้ามาสนับสนุนเพราะตนอยากสร้างให้เป็นที่เก็บ ชิ้นงานแกะสลักไม้ที่ทรงคุณค่า เป็นพิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของ จ.เชียงราย แต่คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากทางราชการให้เหตุผลว่าเป็นของเอกชน
งาน ของสล่าคำจันทร์นั้นมีมากมายหลายประเภท บ้างก็เป็นงานที่ลูกค้าสั่ง บ้างก็เป็นงานที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง ซึ่งเขาและกลุ่มชาวบ้านจะช่วยกันทำอย่างขะมักเขม้น โดยชิ้นงานแต่ละชิ้นจะใช้เวลาไม่เท่ากัน บางชิ้นแค่วันสองวันก็เสร็จแต่บางชิ้นใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี
เห็น กระบวนการแกะสลักแล้วนับถือคนทำจริงๆ เพราะต้องเป็นคนใจเย็น มีสมาธิ อดทน กว่าจะแกะได้ต้องใช้เวลาโขทีเดียว ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่ชิ้นงานเหล่านั้นมีราคาสูงถึงหลักพันหลักหมื่น
สนใจผลงานแกะสลักไม้แบบมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะอยากดู อยากซื้อ หรืออยากเรียน ติดต่อสล่าคำจันทร์ได้ที่ 0-5378-7233 หรือ 08-1602-4775
หน้า 23 http://matichon.co.th/matichon/view_new ... 2009-08-01