Page 1 of 1

กองทุนท่องเที่ยวฯแจงบริการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพัฒนาท่องเที่ยว

Posted: Tue Aug 11, 2009 7:44 am
by Sam
Image

กองทุนท่องเที่ยวฯเดินสายแจง ช่องทางใช้เงินกู้พัฒนาการท่องเที่ยวทั่วไทย ล่าสุดขึ้นเหนือแจกแจงแนวทางการทำงานที่เชียงราย ก่อนลงภูเก็ต 17 ส.ค. และโคราช ในสิ้นเดือนนี้

รายงาน ข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า วันนี้ (10 ส.ค.)ที่โรงแรมโพธิ์วดล อ.เมือง จ.เชียงราย กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดการประชุมเพื่อชี้แจงการดำเนินการของกองทุนฯ โดยมีนายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นประธาน

ในการประชุมและมีผู้เข้าร่วม เป็นตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษาองค์กรภาคประชาชนเข้าร่วมครบครัน โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ของการประชุมเป็นการชี้แจงเกี่ยวกับบทบาทของกองทุนซึ่ง หน่วยงานองค์กรต่างๆ ดังกล่าวสามารถเข้าไปใช้บริการได้ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการใช้บริการมากนัก

นายนเร เหล่าวิชยา เลขานุการ กองทุนฯ เปิดเผยว่า กองทุนฯ เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้ตั้งกองทุนเพื่อสงเสริมการท่องเที่ยวภายใต้สังกัดกระทรวงการท่อง เที่ยวและกีฬา วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาชนได้มีทุนหมุนเวียนในการ พัฒนาการท่องเที่ยว และสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการ

กอง ทุนฯ มีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ และมีระเบียบและหลักเกณฑ์สำหรับการให้บริการกองทุนฯ แต่เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่จึงมีการประชุมเพื่อชี้แจงให้ครบทั้ง 4 ภาค คือที่กรุงเทพฯ วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา และภาคเหนือจัดที่ จ.เชียงราย ในวันนี้ (10 ส.ค.) ส่วนภาคใต้จัดที่ จ.ภูเก็ต วันที่ 17 ส.ค.นี้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 31 ส.ค.นี้

นาย นเร กล่าวว่า แนวทางการให้บริการของกองทุนฯ คือการสนับสนุนด้านงบประมาณโดยมีวิธีการ 2 ด้านคือด้านการให้การเปล่า และการให้เงินกู้ กรณีให้เปล่าก็คงจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป แต่การให้เงินกู้จะพิจารณาให้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำโดยหน่วยงานองค์กรที่ ได้รับการพิจารณาได้รับงบประมาณ จะให้กู้ปีที่ 1-2 โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR-3 ต่อปี หรือหากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 กองทุนก็จะคิดร้อยละ 4 และในปีที่ 3-5 คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR-1 ต่อปี ระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี ส่วนการขอสนับสนุนหน่วยงานองค์กรต่างๆ ดังกล่าวสามารถจัดทำเป็นโครงการหรือกิจกรรมเพื่อรับการพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

นาย นเร กล่าวอีกว่า คณะกรรมการกองทุนฯ จะพิจารณาโดยมีหลักการที่มีความ "ชัดเจน" 5 ด้าน ประกอบไปด้วย 1.หน่วยงานหรือองค์กรนั้นมีอยู่อย่างชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ 2.มีกิจกรรมที่ชัดเจนสามารถทราบรายละเอียดได้ทั้งหมด 3.มีการบริหารจัดการที่ชัดเจน เพราะในอดีตเราเคยเห็นสิ่งปลูกสร้างบางอย่างสร้างแล้วไม่ต่อเนื่องหรือไม่มี การวางแผนบริหารจัดการในระยะยาว ทำให้กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างร้างไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และสิ้น เปลืองงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์

ดังนั้น จึงต้องร่างแผนบริการจัดการให้พิจารณาให้ถูกต้อง และ 4.มีความคุ้มค่าคือต้องทำให้มีนักท่องเที่ยวไปเยือนอย่างคุ้มค่ากับเงินทุน ไม่ใช่กู้ยืมเงินไป 5 ล้านบาทแต่ทำให้นักท่องเที่ยวไปเยือนวันละ 20 คน ซึ่งคงจะไม่คุ้มค่าแน่นอน ส่วนข้อสุดท้ายข้อ 5 คือมีรายละเอียดของโครงการที่ชัดเจน เช่น แบบแปลนก่อสร้างอาคารชัดเจน หรือเรียกตามภาษาราชการว่ามีรูปแบบรายการชัดเจนนั่นเอง

"กองทุนฯ คงจะไม่มุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ได้โดยเร็ว เพราะสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกยังมีปัญหา แม้เราจะส่งเสริมเต็มที่ก็ไม่สามารถกระตุ้นได้ ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นการเตรียมการภายในประเทศของเราให้มีความเข้มแข็ง เตรียมพร้อมเอาไว้เพราะเชื่อว่าภายใน 2 ปีนับจากนี้สภาพเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นและการท่องเที่ยวก็จะกลับมาคึกคักซึ่ง เมื่อถึงช่วงนั้นเราก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว" นายนเร กล่าวและว่า

สัญญาณที่เห็นได้ชัดว่าอีก 2 ปีภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นคือการที่เศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มฟื้น ตัวขึ้นแล้วนั่นเอง คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยและภูมิภาคอื่นๆ ของโลกไปด้วย

แหล่งข่าว ผู้จัดการออนไลน์ เก็บต่อมาจาก http://www.chiangraifocus.com" onclick="window.open(this.href);return false;