ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันลงโทษแท็กซี่หากพบการกระทำผิด
Posted: Sun Aug 16, 2009 10:17 pm
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันหากพบแท็กซี่ที่จดทะเบียนให้บริการกระทำผิดจริง จะมีมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาด และไม่ให้เข้ามารับผู้โดยสารได้อีกต่อไป

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายนิรันดร์ ธีรนาทสิน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยมาตรการควบคุมรถแท็กซี่สาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ว่า ได้ให้ความสำคัญและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะใน ทสภ. มาโดยตลอด โดยรถแท็กซี่ที่จะเข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารได้นั้น จะต้องลงทะเบียนทำประวัติแจ้งชื่อ ที่อยู่ และรูปถ่าย หมายเลขทะเบียนรถของผู้ขับขี่ กับ ทสภ. ทุกคัน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารสามารถร้องเรียนได้ เมื่อเกิดปัญหาในการใช้บริการ ทั้งนี้หากผู้โดยสารท่านใดไม่ได้รับความสะดวกจากการใช้บริการ อาทิ การปล่อยผู้โดยสารลงกลางทาง การไม่เปิดมาตรวัดโดยสาร การพูดจาไม่สุภาพ หรือการปฎิเสธรับผู้โดยสาร จะสามารถร้องเรียนได้ที่ ศูนย์บริการรถแท็กซี่ ทสภ. 02-132-9199 หรือศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ กรมการขนส่งทางบก โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีผู้โดยสารร้องเรียนการใช้บริการรถแท็กซี่ไปที่ศูนย์บริการรถแท็กซี่ ทสภ. แล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ขับขี่รถแท็กซี่กระทำความผิดจริงตามที่ผู้โดยสารร้องเรียน ทสภ. จะมีการลงโทษตามมาตรการที่กำหนดจากเบาไปหาหนัก คือ งดไม่ให้เข้ามาให้บริการใน ทสภ. เป็นระยะเวลา 15-120 วัน หรืออาจจะงดไม่ให้เข้าไปให้บริการใน ทสภ. ตลอดไป ซึ่งที่ผ่านมา ทสภ. ได้ลงโทษผู้ขับขี่รถแท็กซี่ตามที่มีการร้องเรียนจากผู้โดยสารในกรณีต่างๆ มาแล้ว จำนวน 74 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นความผิดจากการคิดค่าโดยสารเกินราคา 33 ราย การแสดงกริยาไม่สุภาพต่อผู้โดยสาร 7 ราย และอื่นๆ อีก 34 ราย ทสภ. ได้บันทึกประวัติความผิดไว้ ซึ่งหากพบผู้ขับขี่กระทำผิดในลักษณะซ้ำเดิมอีก ทสภ. จะขึ้นทะเบียนไม่ให้เข้าไปรับส่งผู้โดยสารใน ทสภ. ได้อีก พร้อมทั้งแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ต่อไป
ส่วนกรณีที่มีการส่งจดหมายเวียนอิ เล็คทรอนิกส์ (E-Mail) เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ผู้อำนวยการ ทสภ. กล่าวว่า รถแท็กซี่สาธารณะที่ขึ้นทะเบียนกับ ทสภ. พยายามมอมยาผู้โดยสารนั้น ทสภ. ได้มีการเรียกผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ถูกร้องเรียนดังกล่าวมาสอบสวนแล้ว ผู้ขับขี่ได้ให้การปฎิเสธว่าตนไม่ได้มีพฤติกรรมหรือเจตนากระทำการตามที่ผู้ โดยสารเข้าใจแต่อย่างใด ซึ่ง ทสภ. ได้มีการตักเตือนและแนะนำให้ผู้ขับขี่อย่ากระทำพฤติกรรมที่อาจทำให้ผู้ โดยสารเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในระหว่างใช้บริการ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ทสภ.ได้ให้ความสำคัญและพยายามติดต่อผู้โดยสารท่านนั้น เพื่อชี้แจงรายละเอียดแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากผู้โดยสารไม่ได้ให้ที่อยู่ที่สามารถติดต่อกลับไว้
นายนิ รันดร์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นสพ. ฉบับหนึ่งลงข่าววันที่ 13 ส.ค. 2552 ลงข่าวว่ามีชายคนหนึ่งใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะที่ได้รับการจดทะเบียนของ ทสภ. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 และรู้สึกว่าคนขับขี่แท็กซี่พยายามมอมยา และได้โทรแจ้งมาที่ ทสภ. แล้ว แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับนั้นว่า เรื่องนี้ทาง ทสภ. ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้ว พบว่าตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 2552 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้โดยสารร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกมอมยาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ว่า ทสภ. จะได้รับโทรศัพท์ร้องเรียนเกี่ยวกับความประพฤติไม่เหมาะสมของผู้ขับขี่รถ แท็กซี่ที่ให้บริการภายใน ทสภ. ซึ่งได้มีการลงโทษมาโดยตลอดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่หากเป็นเรื่องกระทำความผิดคดีอาญาของผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องทำการสอบสวน และเมื่อได้ผลการสอบสวนเป็นประการใด ทสภ. จะได้ลงโทษผู้ขับขี่ไม่ให้สามารถเข้ามาให้บริการที่ ทสภ. ได้อีกต่อไป
ที่มา:
http://www.thairath.co.th/content/eco/26472" onclick="window.open(this.href);return false;

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายนิรันดร์ ธีรนาทสิน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยมาตรการควบคุมรถแท็กซี่สาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ว่า ได้ให้ความสำคัญและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะใน ทสภ. มาโดยตลอด โดยรถแท็กซี่ที่จะเข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารได้นั้น จะต้องลงทะเบียนทำประวัติแจ้งชื่อ ที่อยู่ และรูปถ่าย หมายเลขทะเบียนรถของผู้ขับขี่ กับ ทสภ. ทุกคัน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารสามารถร้องเรียนได้ เมื่อเกิดปัญหาในการใช้บริการ ทั้งนี้หากผู้โดยสารท่านใดไม่ได้รับความสะดวกจากการใช้บริการ อาทิ การปล่อยผู้โดยสารลงกลางทาง การไม่เปิดมาตรวัดโดยสาร การพูดจาไม่สุภาพ หรือการปฎิเสธรับผู้โดยสาร จะสามารถร้องเรียนได้ที่ ศูนย์บริการรถแท็กซี่ ทสภ. 02-132-9199 หรือศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ กรมการขนส่งทางบก โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีผู้โดยสารร้องเรียนการใช้บริการรถแท็กซี่ไปที่ศูนย์บริการรถแท็กซี่ ทสภ. แล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ขับขี่รถแท็กซี่กระทำความผิดจริงตามที่ผู้โดยสารร้องเรียน ทสภ. จะมีการลงโทษตามมาตรการที่กำหนดจากเบาไปหาหนัก คือ งดไม่ให้เข้ามาให้บริการใน ทสภ. เป็นระยะเวลา 15-120 วัน หรืออาจจะงดไม่ให้เข้าไปให้บริการใน ทสภ. ตลอดไป ซึ่งที่ผ่านมา ทสภ. ได้ลงโทษผู้ขับขี่รถแท็กซี่ตามที่มีการร้องเรียนจากผู้โดยสารในกรณีต่างๆ มาแล้ว จำนวน 74 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นความผิดจากการคิดค่าโดยสารเกินราคา 33 ราย การแสดงกริยาไม่สุภาพต่อผู้โดยสาร 7 ราย และอื่นๆ อีก 34 ราย ทสภ. ได้บันทึกประวัติความผิดไว้ ซึ่งหากพบผู้ขับขี่กระทำผิดในลักษณะซ้ำเดิมอีก ทสภ. จะขึ้นทะเบียนไม่ให้เข้าไปรับส่งผู้โดยสารใน ทสภ. ได้อีก พร้อมทั้งแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ต่อไป
ส่วนกรณีที่มีการส่งจดหมายเวียนอิ เล็คทรอนิกส์ (E-Mail) เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ผู้อำนวยการ ทสภ. กล่าวว่า รถแท็กซี่สาธารณะที่ขึ้นทะเบียนกับ ทสภ. พยายามมอมยาผู้โดยสารนั้น ทสภ. ได้มีการเรียกผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ถูกร้องเรียนดังกล่าวมาสอบสวนแล้ว ผู้ขับขี่ได้ให้การปฎิเสธว่าตนไม่ได้มีพฤติกรรมหรือเจตนากระทำการตามที่ผู้ โดยสารเข้าใจแต่อย่างใด ซึ่ง ทสภ. ได้มีการตักเตือนและแนะนำให้ผู้ขับขี่อย่ากระทำพฤติกรรมที่อาจทำให้ผู้ โดยสารเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในระหว่างใช้บริการ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ทสภ.ได้ให้ความสำคัญและพยายามติดต่อผู้โดยสารท่านนั้น เพื่อชี้แจงรายละเอียดแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากผู้โดยสารไม่ได้ให้ที่อยู่ที่สามารถติดต่อกลับไว้
นายนิ รันดร์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นสพ. ฉบับหนึ่งลงข่าววันที่ 13 ส.ค. 2552 ลงข่าวว่ามีชายคนหนึ่งใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะที่ได้รับการจดทะเบียนของ ทสภ. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 และรู้สึกว่าคนขับขี่แท็กซี่พยายามมอมยา และได้โทรแจ้งมาที่ ทสภ. แล้ว แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับนั้นว่า เรื่องนี้ทาง ทสภ. ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้ว พบว่าตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 2552 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้โดยสารร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกมอมยาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ว่า ทสภ. จะได้รับโทรศัพท์ร้องเรียนเกี่ยวกับความประพฤติไม่เหมาะสมของผู้ขับขี่รถ แท็กซี่ที่ให้บริการภายใน ทสภ. ซึ่งได้มีการลงโทษมาโดยตลอดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่หากเป็นเรื่องกระทำความผิดคดีอาญาของผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะ เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องทำการสอบสวน และเมื่อได้ผลการสอบสวนเป็นประการใด ทสภ. จะได้ลงโทษผู้ขับขี่ไม่ให้สามารถเข้ามาให้บริการที่ ทสภ. ได้อีกต่อไป
ที่มา:
http://www.thairath.co.th/content/eco/26472" onclick="window.open(this.href);return false;