เคลียร์สุวรรณภูมิ ปิยพันธ์ลุย กู้ภาพลักษณ์ไทย
Posted: Wed Sep 23, 2009 10:00 am

ประธาน บอร์ด ทอท.เตรียมลุยกวาดล้างมาเฟียสนามบินสุวรรณภูมิทั้งเรื่องไกด์ผีแท็กซี่ เถื่อน ขบวนการกรีด-ฉกกระเป๋าผู้โดยสาร มาเฟียขยะ ยันตบทรัพย์นักท่องเที่ยวหวังกอบกู้ภาพลักษณ์ประเทศไทย...
"ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ" ท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดของภูมิภาคนี้ นับถึงวันนี้ได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์มาเกือบจะ 3 ปีเต็มแล้ว
หลังทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2549 ท่ามกลางความภาคภูมิใจของคนสร้างและคนไทยทั้งประเทศ ที่คาดหวังว่า "สุวรรณภูมิ" ซึ่งหมายถึง "แผ่นดินทอง" จะเป็นหน้าตาที่งดงามของประเทศ รวมถึงเป็นประตูสู่ประเทศไทยและเอเชียในการต้อนรับนักท่องเที่ยว และยกระดับประเทศไทยไปสู่ความเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาคเอเชียอย่าง แท้จริงแต่ระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 3 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นอย่างไร
จากหน้าตาที่งดงามและความภาคภูมิใจของประเทศ ชื่อเสียงของ "สนามบินสุวรรณภูมิ" ต้องหม่นหมองถูกกลบสิ้น ทั้งจากเสียงตะโกนโหวกเหวก ยื้อแย่งนักท่องเที่ยวและผู้โดยสาร ซึ่งหลายครั้งเลยเถิดไปถึงขั้น มีการเปิดศึกตะลุมบอนของบรรดา "ไกด์ผี-แท็กซี่เถื่อน"
"สายพานลำเลียง กระเป๋า" กลายเป็นแหล่งแฝงตัวของกลุ่มมิจฉาชีพ ทั้งกรีด รื้อค้นสัมภาระ ลักขโมย สร้างความเสียหายต่อภาพพจน์ชื่อเสียงของสนามบินแห่งนี้ ยิ่งเมื่อมีข่าวกรณี "นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถูกตบทรัพย์" พร้อมคำเตือนยาวเหยียดในการเข้าใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิไปทั่วโลกที่มี การเรียกเงินจำนวนมากเพื่อวิ่งเต้นล้มคดี ทั้งๆที่เหตุการณ์นี้มีหลักฐานภาพในทีวีวงจรปิด มัดตัวนักท่องเที่ยวว่าขโมยกระเป๋าในดิวตี้ฟรีอยู่ชัดๆ ทำให้เกิดเรื่องอื้อฉาวไม่รู้จักจบจากความยิ่งใหญ่ทันสมัยและงดงามที่ถูกบดบังด้วยภาพอัปลักษณ์ข้างต้นสะท้อนปัญหา ที่สั่งสมจากการถูกครอบงำจาก "กลุ่มผู้มีอิทธิพล" ที่แฝงตัวตั้งรกรากทำมาหากินจนกลายเป็นดง "มาเฟียสนามบิน" ที่เรื้อรังมาตั้งแต่ "สนามบินดอนเมือง"
"จริงๆ เรื่องของการปราบปรามอิทธิพลเถื่อนในสุวรรณภูมิเป็นความพยายามที่เราทำกัน อยู่ ตั้งแต่ก่อนจะเป็นเรื่องขึ้นมา ก่อนที่นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงและมอบหมายให้รองนายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้ามาดูแล ทาง ทอท.เราทำของเราอยู่แล้ว แต่ท่านนายกฯ อาจไม่ทราบ แต่ เมื่อท่านนายกฯมาพูดถึงเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายเริ่มลงมาให้ความสนใจมากขึ้น" ปรารภแรกของ ปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กับ "ทีมเศรษฐกิจ"
ก่อนที่จะย้อนรอยเส้นทางทำร้ายประเทศภายใต้ชายคาสุวรรณภูมิในรูปแบบต่างๆ และแนวนโยบาย ทอท.ในการล้างบางเหลือบไรที่คอยสูบเลือด แฝงหากินอยู่ในสนามบินแห่งนี้ให้สิ้นซากดังนี้ :ย้อนรอย "ไกด์ผีแท็กซี่เถื่อน"
หากจะย้อนรอยปัญหา "ไกด์ผี-แท็กซี่เถื่อน" ที่แฝงเข้ามาหากินอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิ หาใช่เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่เรื้อรังกันมานานนับเท่าอายุของสนามบินดอนเมืองก็ว่าได้ ภาพการจับแขกยื้อแย่งผู้โดยสารมีให้เห็นจนชินตา สร้างความเอือมระอาทั้งต่อนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารมาตลอด
"ทั้งไกด์ผีและแท็กซี่เถื่อนพวกนี้ ทำงานกันเป็นทีมและมีความสัมพันธ์กัน เวลาไกด์ผีจับแขกได้ก็จะโทร.เรียกรถเถื่อนป้ายดำพวกนี้เข้ามารับอีกที หากินกันเป็นขบวนการ" ปิยะพันธ์ ได้ย้อนรอยปัญหาไกด์ผีแท็กซี่เถื่อนที่เข้ามาฝังรากลึกหากินอยู่ในสนามบิน แห่งนี้ พร้อมเล่าถึง "ต้นตอแห่งปัญหา" ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีเส้นสายอิทธิพลหนุนหลัง และยังมีคนในเข้าไปเกี่ยวข้องร่วมมือด้วย
ตามเสียงเล่าลือ "ไกด์ผี แท็กซี่เถื่อน" จะต้องจ่ายค่าหัวคิวในการเข้ามาชิงแขกให้กับกลุ่มมาเฟียเหมือนวินมอเตอร์ไซ ค์ คือมีค่าแรกเข้าหรือค่าวินก่อนเช่น 3,000-5,000 บาท ต่อราย แถมยังต้องจ่ายค่าคุ้มครองรายเดือนอีกต่างหากเดือนละ 1,500-3,000 บาท เพื่อให้ ยืดหน้าชูคอได้อย่างสง่าผ่าเผย นอกจากนั้น ยังมีอีกทางเลือก คือเหมาจ่ายรายเดือน รับสัมปทานเป็นประตู ขึ้นอยู่กับเรตติ้งนักท่องเที่ยวว่าออกมามากหรือน้อย
และนอกจากมาเฟียถาวรเหล่านี้ ยังมีมาเฟียรุ่นกระเตาะที่แปลงร่างจาก รปภ.เก็บค่าคิวแท็กซี่ที่โฉบมารับผู้โดยสารที่ชั้น 4 คันละ 20-30 บาทว่ากันไปอีกด้วย"เมื่อผมเข้ามานั่งประธานบอร์ด ทอท. เมื่อเดือน มี.ค. 52 ปัญหาแรกที่ให้ความสำคัญก็คือเรื่องการปราบปราม "ไกด์ผี แท็กซี่เถื่อน" เพราะรู้ดีว่าเป็นเรื่องที่ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างมาก และจากข่าวสารที่รับรู้มาเรารู้ว่ามีคนใน ทอท.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงได้กำชับผู้บริหาร ทอท.และสุวรรณภูมิเร่งจัดการ แต่ผ่านไปกว่า 2 เดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงยิ่งมั่นใจว่าต้องมีคนในแน่จึงต้องลงไปลุยเอง"
โดยได้แต่งตั้ง "คณะอนุกรรมการกำกับดูแลระบบการขนส่งสาธารณะและการให้บริการผู้โดยสารในท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ" มี ชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธาน เพื่อจัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจัง เด็ดขาด
"โดยจะกำหนดวันดีเดย์ที่จะจัดการกับปัญหานี้ โดยยืนยันว่า ทุกอย่างจะเป็นมาตรการปราบปรามถาวร ไม่ใช่มาตรการแบบไฟไหม้ฟางอย่างแน่นอน"
ทั้งนี้ ก่อนที่จะปูพรมจัดการขั้นเด็ดขาด ทอท.ได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือทั้งอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ผู้บังคับการจังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจท่องเที่ยว กองปราบ และขนส่งจังหวัด เราเชิญมาหมดพร้อมประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะดำเนินการกวดล้างปัญหานี้ให้ หมดไปให้ได้
โดยมาตรการปราบปรามครั้งใหม่นี้ ปิยะพันธ์ กล่าวว่า เริ่มจากงัดข้อหา "ก่อความเดือดร้อนรำคาญ" ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท มาจัดการก่อน โดยคณะทำงานจะเก็บบันทึกเอกสารหลักฐาน ภาพถ่ายกล้องวงจรปิดทุกอิริยาบถของไกด์ผีแท็กซี่เถื่อนพวกนี้เอาไว้ว่า เข้ามาก่อความเดือดร้อนรำคาญอย่างไรเพื่อจัดทำเป็น "แบล็กลิสต์"
และหากมาตรการแรกไม่ได้ผล จะเพิ่มดีกรีความเข้มข้นนำเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ส่งฟ้องศาลดำเนินคดี ข้อหาบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำโดยมีอาวุธ หรือกระทำในเวลาค่ำคืน โทษจะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นโทษอาญา โดยปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับผลจากการปราบปรามอย่างเข้มงวด นับแต่วันที่ 9 ส.ค.จนถึงวันนี้ มีการจับปรับไปแล้วรวม 1,000 ราย และได้บันทึกเก็บประวัติบุคคลเหล่านี้เอาไว้หมด ซึ่งหลังจากปราบปรามไกด์ผี-แท็กซี่เถื่อน ผลที่ได้คือแค่ 7 วันแรก ผู้โดยสารที่ใช้บริการแท็กซี่ที่เราจัดระเบียบเพิ่มขึ้นวันละกว่า 1,000 เที่ยว รถลีมูซีนเพิ่มขึ้น 100-200 เที่ยวต่อวัน ขณะที่บริษัททัวร์ ที่เข้ามาเช่าพื้นที่สนามบินรายได้ขึ้นทันที 15%
นายปิยะพันธ์ กล่าวด้วยว่า นี่คือผลประโยชน์จุดแรกที่เคยตกหล่นไปสู่มือกลุ่มอิทธิพลที่ถูกดึงกลับมาสู่ ระบบ รวมถึงการฟื้นชื่อเสียงภาพพจน์ของสนามบินแห่งนี้ที่มีมูลค่าลงทุนเป็นแสน ล้านบาทกลับมาด้วย
"กระแสตอบกลับต่อมาตรการปราบปราม ทุกฝ่ายต่างพอใจและเอาด้วยหมด ผิดจากเมื่อก่อนที่ไม่มีผู้ใหญ่เอาจริง คนอื่นก็ไม่เอาจริงด้วย ถ้าถามผมว่าวันนี้ไกด์ผี-แท็กซี่เถื่อนหมดหรือยัง ตอบได้เต็มปากเลยว่ายังไม่หมด แต่ประเภทที่ใส่สูทผูกไทมาคอยล่าเหยื่อยืนจับแขกโจ๋งครึ่มไม่มีแล้ว อาจจะมีอยู่บ้างพวกที่คอยตอดแอบเข้ามาจับเหยื่อ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้" นายปิยะพันธ์ กล่าว
แกะรอยขบวนการกรีด-ฉกกระเป๋า
จาก ไกด์ผี-แท็กซี่เถื่อนมาถึงการฉกทรัพย์ กรีดกระเป๋า รื้อค้นสัมภาระของผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกปัญหากลัดหนองของสนามบินแห่งนี้ที่ฉาวโฉ่พอกัน
ขั้นตอน ของเหลือบมาเฟียกลุ่มนี้ ทำกันอย่างเป็นขบวนการ มีคนดูต้นทาง คนส่งซิก ให้อีกคนลงมือ ขณะที่ช่องโหว่ของปัญหานี้ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะสายการบินมีการว่าจ้างพนักงานรับเหมาภายนอกหรือ "เอาต์ซอร์ส" เข้ามารับจ้างยกขนกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร ขณะที่จุดที่ให้บริการยกขนกระเป๋าอยู่ในที่ปกปิดล่อแหลมต่อการทำผิดได้ง่าย แถมยังไม่มีกล้องวงจรปิดอีกด้วย
ประธานบอร์ด ทอท. เล่าให้ฟังว่า "ได้ลงไปสำรวจด้วยตนเองว่าจุดไหนเป็นจุดล่อแหลมและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิด ปัญหาขึ้น ซึ่งพบว่าช่วงขาออกมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะขาเข้านั้นใช้เวลาน้อยจากเครื่องบินมายังสายพานใช้เวลาไม่มาก จึงทำได้ยาก แต่ช่วงขาออกมีเวลาเยอะ เพราะปกติผู้โดยสารต้องเช็ก-อินกระเป๋าล่วงหน้าเป็นชั่วโมงอยู่แล้ว
"จุด ล่อแหลมที่มิจฉาชีพกลุ่มนี้จะคอยฉกทรัพย์รื้อค้นได้ ซึ่งมีอยู่ถึง 3 จุดคือ 1. ระหว่างที่กระเป๋าถูกลำเลียงอยู่บนสายพานย่อยรอขึ้นรถเข็น 2. ระหว่างการเคลื่อนย้ายไปยังเครื่อง และ 3. ช่วงที่โหลดกระเป๋าใส่ใต้ท้องเครื่องบิน ซึ่งทั้ง 3 จุดนั้น ไม่มีใครอื่นนอกจากผู้ปฏิบัติงาน"
ด้วยเหตุนี้ ทอท.จึงออกมาตรการป้องกันเหตุ โดยเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระหว่างการขนย้ายระเป๋าอย่างเข้มงวด และให้เปิดตู้ขนสัมภาระเพื่อป้องกันคนแอบซ่อนในตู้และติดกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) เพิ่มอีกกว่า 300 ตัว รวมทั้งเพิ่มแสงสว่างในพื้นที่ล่อแหลม และยังออกกฎให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานในบริเวณนั้นห้ามใส่เสื้อผ้าที่มี กระเป๋าและห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ส่งซิกบอก พรรคพวกได้ โดยได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา
ปฏิกิริยา ที่เกิดขึ้นหลังจาก ทอท. ออกมาตรการเข้มงวด ในส่วนบริษัทบีเอฟเอส ไม่มีปัญหาใดๆ แต่ในส่วนผู้ปฏิบัติงานที่รับช่วงต่อมาจากบริษัทการบินไทยกลับพากันประท้วง ถึงขั้นนัดหยุดงาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าการบินไทยไม่ได้ดำเนินการเอง แต่กลับไป "เอาต์-ซอร์ส" บริษัทภายนอกถึง 7 รายด้วยกัน
"เรื่อง นี้เราได้แจ้งเตือนบริษัทการบินไทยคู่สัญญาแล้วว่า หากควบคุมผู้ปฏิบัติงานไม่ได้ เราจะยกเลิกสัญญาทันที เพราะหากปล่อยให้การบินไทยกินหัวคิวไปว่าจ้างบริษัทภายนอกต่อแบบนี้ สู้ ทอท.ว่าจ้างโดยตรงดีกว่าจะได้ไม่ต้องเสียค่าหัวคิวให้ใครอีก ขณะเดียวกันไม่ต้องเอาชื่อเสียงของประเทศมาเสี่ยงอีก"
ขุดคุ้ยมาเฟียขยะ-เทอร์มินอล
แม้ แต่เรื่องขยะในสุ-วรรณภูมิ เป็นอีกเรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า จะมีมาเฟียเข้ามาเกี่ยวข้องหรือหากินกับขยะได้แต่เรื่องจริงก็เกิดขึ้นแล้ว ขยะในสนามบินสุวรรณภูมิ ขยะจากแอร์ไลน์ต่างๆ ที่ ทอท. ให้สัมปทานแก่เอกชนเข้ามาจัดเก็บกลับไม่เป็นไปตามสัญญา
แม้ในสายตา คนทั่วไปจะมองว่าขยะ ก็เป็นแค่ขยะ แต่สำหรับขยะในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งรวมทั้งจากแอร์ไลน์ต่างๆ นั้น มันคือ "ทอง" เราดีๆ นี่เอง เพราะประกอบด้วย จาน ชาม ช้อนส้อม หรือของที่ระลึกต่างๆ ที่ใช้บนเครื่องบิน ดังนั้น เมื่อเป็นขยะทอง ผู้ประกอบการจึงถึงกับต้องมีการแย่งกันประมูลจัดเก็บขยะ โดยมีการประมาณกันว่า สุวรรณภูมิจะมีปริมาณขยะสูงถึงวันละ 60 ตัน แต่ปัจจุบันกลับมีไม่ถึงครึ่ง
แต่กลายเป็นมี "มือมืด" เข้ามาตัดหน้าขนขยะไปก่อน โดยเฉพาะขยะจากการบินไทย ที่ปรากฏว่าเมื่อเครื่องลงลานจอดกลับไม่มีขยะจะขน แสดงให้เห็นว่ามีสายสนกลใน ที่ต้องรู้ให้ได้ว่าใครจะสามารถขนขยะออกจากเครื่องบิน และขนออกจากสนามบินสุวรรณภูมิได้ โดยไม่มีใครรู้เห็น
"ขยะทองคำ" จึงเป็นเรื่องที่ ปิยะพันธ์ เตรียมจะสะสางต่อไป ขณะที่เรื่องไอ้โม่งที่ไม่มีสัญญาสัมปทานใดๆกับสุวรรณภูมิ แต่เข้ามาแฝงเข้ามาหากินอยู่ใน สถานีขนส่งผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ" หรือบัสเทอร์มินอล เรียกรับส่วยไปจากร้านค้าภายในสถานี เป็นอีกเรื่องที่จะต้องเร่งจัดการ
"เรื่องนี้แม้จะเพิ่งเกิดขึ้นไม่ นาน แต่เราคงต้องลงไปจัดระเบียบความเรียบร้อย เพราะหากปล่อยไว้จะกลายเป็นดินพอกหางหมูอีก" นายปิยะพันธ์ กล่าว
ล้อมคอกตบทรัพย์นักท่องเที่ยว
ส่วน กรณีที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษพร้อมภรรยาออกไปโวยวายกับสื่อต่างชาติว่า ถูกกลั่นแกล้งโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิเรียกตบ ทรัพย์ค่าวิ่งเต้นเพื่อให้พ้นคดีลักขโมยกระเป๋าสตางค์ในร้านสินค้าปลอดภาษี ที่เป็นข่าวครึกโครมไปก่อนหน้านั้น
แม้กรณีดังกล่าวจะมีการพิสูจน์ ชัดออกมาแล้ว นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวขโมยสินค้าและถูกส่งตัวไปดำเนินคดีจริง แต่กรณีการตบทรัพย์นักท่องเที่ยวในลักษณะเช่นนี้จะว่าไม่มีมูลเลยคงไม่ได้ เนื่องจากในระยะ 3 ปีที่ผ่านมาเกิดคดีความในลักษณะเช่นนี้นับ 100 คดี
เหตุ นี้ ทอท.ในฐานะที่เป็นเจ้าของสถานที่ จึงได้ประสานงานกับบริษัทคิงเพาเวอร์ปรับปรุงพื้นที่เขตร้านค้าให้มีความ ชัดเจน และหากมีกรณีสงสัยว่ามีการลักขโมยสินค้าภายในร้านปลอดภาษีจริง ทาง ทอท.จะจัดห้องไว้เจรจาหรือจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเกิดปัญหาจะได้ไม่ต้องย้ายเจ้าทุกข์-จำเลยไปสอบสวนนอกพื้นที่สนามบิน อีก พร้อมกับให้มีการประสานงานไปยังตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่สถานทูตให้ส่งเจ้าหน้าที่มาทันทีที่สนามบินสุวรรณภูมิร่วมสอบสวน ด้วยเพื่อกันไม่ให้เกิดปัญหาแบล็กเมล์ได้อีก
ส่วนกรณีที่ผู้โดยสาร และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการซื้อสินค้าประเภท เหล้า บุหรี่ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่มากนัก หลายต่อหลายครั้งถูกเจ้าหน้าที่ไล่กวดจับออกไปนอกสนามบินทั้งที่ผ่านด่าน ตรวจมาแล้ว
เรื่องนี้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน ได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ทอท. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชเทวะ ตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงกรมสรรพสามิต, กรมศุลกากร และกองตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อหามาตรการลดหย่อนหากมีความเป็นไปได้และหากต้องดำเนินคดีก็ต้องให้จบภาย ในสนามบิน
ทั้งหมดนั้น คือภารกิจที่แทบทำไม่ได้ แต่คนชื่อ "ปิยะพันธ์" ต้องทำให้ได้ในการขจัดมาเฟียออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ
แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/34326" onclick="window.open(this.href);return false;