โยนบาปวิกฤติการเมือง-หวัด09 ทำท่องเที่ยวซบ
Posted: Sat Sep 26, 2009 5:47 pm

รองโฆษก ปชป.โยนบาปวิกฤติการเมือง หวัด2009 ทำธุรกิจท่องเที่ยวพังยับ 8เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวเพียง 8.9 ล้าน ลดลง14.1% "บุรณัชย์" โว นักวิจัยไทยคิดค้นวัคซีนต้านเอดส์ได้ 30% ครั้งแรกในโลก
วันที่ 26ก.ย. 52 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการตรวจสอบพบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้าเที่ยวในประเทศไทยในรอบ 8 เดือนแรกของปี 2552 มีจำนวนเพียง 8.9 ล้านคน ลดลง 14.1% ต่อปี ถือว่าหดดตัวมาก เนื่องจากไทยเกิดวิกฤติใหญ่ๆ 2 อย่างคือ ปัญหาการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงการเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการท่องเที่ยวได้มากที่สุด จึงถือว่าประเทศไทยพลาดโอกาสทอง แต่เชื่อว่าจากนี้ไปถึงสิ้นปี สถานการณ์จะดีขึ้น เพราะมีสัญญาณที่ดีขึ้น มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล กลุ่มคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ ขอให้อยู่ในความสงบ เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลชอบอ้างผลจากวิกฤติดังกล่าว แต่ความจริงรัฐบาลอาจจะไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา นายอรรถวิชช์ กล่าวเลี่ยงว่า ตนมั่นใจว่า เมื่องบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งกำลังจะลงสู่พื้นที่แล้ว จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวไทยได้อย่างแน่นอน
วันเดียว กัน นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการประสบความสำเร็จของนักวิจัยไทยที่ทดลองวัคซีนป้องกันโรค เอดส์ของนักวิชาการไทยที่ร่วมกับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งสื่อทั่วโลกได้ลงข่าวและให้ความสนใจว่า ถือเป็นความสำเร็จของประเทศไทยที่สามารถคิดค้นวัคซีนดังกล่าวได้ แม้จะมีประสิทธิภาพเพิ่มภูมิคุ้มกันต้านไวรัสเอดส์ได้ 30 เปอร์เซ็นต์แต่ก็ถือเป็นความคืบหน้าของการเริ่มต้นว่าเป็นวัคซีนที่มีความ ปลอดภัยกับผู้ที่เป็นอาสาสมัครทดลองใช้วัคซีน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เพราะจากการทดลองวัคซีนต้านไวรัสเอดส์ทั่วโลกยังไม่ประสบความสำเร็จเหมือน เช่นครั้งนี้ และคาดว่าในอนาคตอันใกล้วัคซีนนี้จะมีการต่อยอดในการค้นคว้าวิจัย เพื่อให้สามารถพัฒนาภูมิคุ้กันต้านไวรัสเอดส์ให้ผู้ทดลองใช้ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้กับมาตรการการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ขยายเพิ่มขึ้นของ ไวรัสเอดส์ก็ถือเป็นมาตรการที่สามารุหยุดยั้งการแพร่เชื้อ และจำนวนผู้ติดเอดส์ได้จำนวนมากในอนาคต
แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/35597" onclick="window.open(this.href);return false;