"บั้งไฟพญานาค" ไม่ทำให้ผิดหวัง อวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ยลเป็นประจำทุกปี ลูกแรกผุดขึ้นที่ "รัตนวาปี" หอการค้าหนองคายคาดเงินสะพัด 50 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่า นับตั้งแต่ บั้งไฟพญานาค จ.หนองคาย เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 18.43 น. ที่บ้านท่าม่วง 6 ลูก บ้านตาลชุม ต.รัตนวาปี 9 ลูก แต่ละลูกห่าง 1- 2 นาที ที่วัดไทย 3 ลูก บ้านพวก ต.บ้านเดื่อ อ.เมือง 5 ลูก รวมขณะนี้ เกิดขึ้นแล้ว 23 ลูก
ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค"มติชน" รายงานจากจ.หนองคายว่า นักท่องเที่ยวเดินทางไปจับจองหาที่นั่งเพื่อชมบั้งไฟพญานาคริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.โพนพิสัย, อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถิติการเกิดบั้งไฟพญานาคจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้าของ วันที่ 4ตุลาคม
ส่วนวัดไทย ต.จุมพล อ.โพนพิสัย ประกอบพิธีบวงสรวงบูชาพญานาค โดยตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ทั้งบนดินและเตรียมลอยน้ำถวายพญานาค เพื่อแสดงความสักการะบูชาพญานาค พร้อมทั้งขอให้พญานาคพ่นลูกไฟให้นักท่องเที่ยวได้ชม
ขณะที่พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 (รองผบช.ภ.4) เป็นประธานปล่อยแถวตำรวจ สภ.โพนพิสัยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบอำนวยการจราจร ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กว่า 200 นาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ลูกแรกเกิดที่บ้านท่าม่วง ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี เมื่อเวลา 18.43 น. โดยขึ้นติดต่อกันเป็นชุด จำนวน 6 ลูก ทำให้นักท่องเที่ยวที่รอชมปรากฏการณ์ บั้งไฟพญานาคบริเวณดังกล่าวโห่ร้องด้วยความดีใจ
ในเวลาใกล้เคียงกัน บั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นอีกชุดที่บ้านตาลชุม ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จำนวน 9 ลูก แต่ละลูกห่างกันประมาณ 1 – 2 นาที นอกจากนี้ในจุดอื่นๆ อีกหลายจุดมีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น เช่น บ้านพวก ต.บ้านเดื่อ อ.เมือง และบริเวณวัดไทย ในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย
นายสุรชัย ดิ่งสวัสดิ์ กรรมการหอการค้า จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-7 ตุลาคมตลอดช่วงการจัดงานทุกพื้นที่ คาดว่ามีเงินสะพัดอย่างน้อย 50 ล้านบาท นักท่องเที่ยวประมาณ 3 แสนคน โดยเฉลี่ยคาดว่านักท่องเที่ยวจะใช้เงินคนละ 1,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บั้งไฟพญานาค มีลักษณะเป็นลูกไฟสีแดงอมชมพู พุ่งจากแม่น้ำโขง ขึ้นสูงเป็นแนวตรง 50-150 เมตร แล้วหายไป ขนาดตั้งแต่หัวแม่มือถึงฟองไข่ไก่ ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ไม่มีการตกลงมา เดิมชาวหนองคายเรียกว่า "บั้งไฟผี" ส่วนชาวเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียก "ดอกไม้ไฟน้ำ"
แหล่งข่าว: http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... =00&catid=" onclick="window.open(this.href);return false;
ภาพประกอบข่าว: http://www.oknation.net/blog/home/blog_ ... unfri3.jpg" onclick="window.open(this.href);return false;